" รัก ยม " ตอนที่ ๑ - ๕๘ (ตอนที่ 5ุ8 เพิ่งมาวันนีที่หน้า 10 ครับ)

<< < (29/30) > >>

LAMBERG:
คุยก่อนอ่าน ตาหวานก่อนหลับ

ไม่ต้องแปลกใจที่งวดนี้ส่งการบ้านเร็วกว่าปกตินะครับ
เพราะว่าช่วงนี้ต้องหลบน้ัำท่วมจากกรุงเทพ มาอยู่ที่เชียงราย
ก็เลยพอมีเวลาอู้งาน มาเขียนเรื่องได้เรื่อย ๆ วันละชั่วโมงสองชั่วโมง
ก็เลยมีการบ้านมาส่งให้ท่านอาจารย์ทั้งหลายลองอ่านและให้คะแนนดู

จริง ๆ ตอนแรกตั้งใจเอาไว้ว่า ตอนนี้จะเข้าโหมดโลลิ -*-
แต่พอดีว่าออกทะเลจนจบไม่ลง ก็เลยร่ายยาวต่อก่อน แล้วค่อยไปเป็นโหมดโลลิ + ดาราสาว ในตอนหน้าแทน
ส่วนดาราสาวที่ว่า จะเป็นใครก็ลองดูกันนะครับ ^ ^

และสำหรับตอนนี้ก็จะเน้นขยายความเนื้อเรื่องมากหน่อย บทเสียวน้อยหน่อย
เพราะออกทะเลมีแต่บทเสียวมาสองสามตอนแล้ว

* หากผิดพลาดประการใด ก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ



รักยม ตอนที่ 54 – กุญแจ
Assasin008 03/11/2011
...

“คุณหญิงแก้วกานดา วรผกาวรรณ … อีเปงใครวะ ทำไมต้องสืบหาเชื้อสายของอีด้วยวะไอ้แสง”

ชายวัยกลางคนผิวขาวอ้วนลงพุงเชื้อสายจีนผู้มีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่เงยหน้าจากรายงานกองใหญ่ขึ้นมา
มองสบตากับสายตาเจ้าเล่ห์ยากจะอ่านออกของคู่สนทนา

“คุณหญิงแก้วกานดา ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลวรผกาวรรณ ตระกูลที่เป็นผู้ปิดตายประตูสู่เหล็กไหลที่แท้จริงเมื่อหลาย
ร้อยปีก่อน … ทายาทตระกูลนี้เป็นผู้เก็บรักษากุญแจหนึ่งในสองดอกที่จะเข้าสู่ถ้ำเหล็กไหล … ถ้าไม่มีกุญแจทั้งสองดอก
พวกเราก็จะเข้าไปเอาเหล็กไหลไม่ได้ครับท่าน”

ไอ้แสง ชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูหราเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“อ้าว ต้องมีกุญแจด้วยเรอะ อั๊วะนึกว่าอีหมอเสือมังกำลังไปหาเหล็กไหลอยู่ไม่ใช่รึงาย”

“หมอเสือกำลังตามหาเหล็กไหลถูกแล้วครับท่าน เพียงแต่ว่ามันเป็นเหล็กไหลธรรมดาที่ทำหน้าที่เป็นกุญแจ คุณสมบัติของมัน
คนละเรื่องกับเหล็กไหลที่แท้จริง … ตอนนี้เราต้องหากุญแจให้ได้ทั้งสองดอก จากนั้นค่อยหาว่าถ้ำเหล็กไหลอยู่ที่ไหน”

“อืม อืม มีเหก มีผง … ว่าแต่อีน่าจะตายไปตั้งนานแล้ว อั๊วจะไปหาเจอได้ไง แล้วจะรู้ได้ไงว่ากุญแจมังอยู่ที่ไหน”

“ที่ผมมารบกวนท่าน ก็เพราะว่าเรื่องนี้ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล ผมพยายามค้นหามาได้แค่นี้ มาทางตันตรงที่คุณหญิงแก้วกานดา
เพราะเหมือนว่า คุณหญิงคนนี้จะไม่ได้แต่งงานมีลูกมีเต้า แต่อยู่ ๆ ก็หายไปจากบันทึกเสียเฉย ๆ ตอนนี้ก็เลยต้องให้ท่านสั่งการ
ให้พวกผู้เชี่ยวชาญช่วยกันรื้อค้นหาข้อมูล เผื่อว่าเราจะได้เบาะแสว่าคุณหญิงเคยพักอยู่ที่ไหน และกุญแจก็น่าจะถูกเก็บซ่อนอยู่
ที่นั่น”

“อืม อืม ล่าย ๆ ไม่ยาก เดี๋ยวอั๊วะจะสั่งไอ้พวกลิ่วล้อไปหาให้เอง แล้วจะอั๊วะจะบอกลื้ออีกที ถ้าได้ข้อมูลมาแล้ว … ว่าแต่เรื่อง
ที่อั๊วะสั่งไปเป็นยังไง อีนางเอกนมโตคนนั้นน่ะ?”

รัฐมนตรีร่างอ้วนพยักหน้าอือออ ก่อนหยิบเอาแก้วไวน์ราคาแพงมาซดพรวดเดียวหมดทั้งแก้วเสียงกิริยาอันน่าเกลียด

“ผมยื่นข้อเสนอราคาแพงที่สุดเท่าที่เราเคยเสนอไป ให้กับเธอ แต่เธอปฎิเสธครับนาย …”

“อีกะหรี่เอ๊ย ทำเปงเล่งตัว ไม่รู้หรือไงว่าอั๊วะเปงรัฐมนตรีนะโว้ย”

รัฐมนตรีร่างอ้วนที่กำลังโกรธจัดเหวี่ยงมือกระแทกแก้วไวน์ลงกับพื้นเสียงดังแก๊งจนแก้วร้าว ศรีษะล้านเลี่ยนสั่นเทิ้มจนเส้นเลือด
ปูดโปน

“ในเมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผล ท่านอยากทำยังไงครับ ให้ผมฉุดมาให้ท่านข่มขืน หรือว่า จะให้เอาน้ำมันพรายของมหาเดโชไปโปะดี”

ไอ้แสง พูดน้ำเสียงเย็นเยียบด้วยหน้าตาอันเฉยเมย ที่ดูเหมือนว่ามันเคยทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้มาเป็นประจำ

“อืมมม อีนี่ มังเปงดาราดังช่ายเล่ง ฉุกมาจะเปงข่าวใหญ่ แต่แล้วแต่ลื้อล่ะกัง อั๊วไว้ใจลื้อ”

“ได้ครับนาย งั้นผมจะรีบลงมือเลย อีกไม่เกินสามวัน ผมจะพา กระแต ดาราสาวที่ท่านชื่นชอบมาให้ท่านจัดการ”

สิ้นคำของไอ้แสง เสียงหัวเราะร่วนอันหื่นกระหายของรัฐมนตรีร่างอ้วนก็ดังลั่นจนกระหึ่มไปทั่วทั้งห้อง

...


ชายหนุ่มลืมตาโพลงตื่นขึ้นในห้องอันมืดสลัว เพลิงไฟแดงฉานที่ลามเลียไปทั่วทุกสรรพสิ่ง และภาพอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงใน
ความฝันทำเอาเขาถึงกับหอบหายใจระรัวเร็ว เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นมาตามผิวกายจนร่างกำยำล่ำสันเปียกชุ่ม สองมือบีบกำเข้าหา
กันแน่นราวพร้อมจะเปิดฉากสู้รบปรบมือกับใครสักคนได้ในทุกวินาที หากแต่เมื่อสายตาของชายหนุ่มมองเห็นเงาร่างของตนเอง
สะท้อนไหวอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ที่แขวนติดอยู่บนเพดานห้อง เขาก็ตระหนักได้ว่า ... นั่นเป็นเพียงความฝัน

ชายหนุ่มค่อย ๆ รู้สึกคลายใจจากอาการตื่นตระหนก ร่างอันแข็งแกร่งสมชายชาตรีเริ่มผ่อนคลายจากความเคร่งเครียดอย่างช้า ๆ
จนกระทั่งเสียงลมหายใจอันหนักหน่วงของเขาค่อย ๆ แผ่วลง ... แผ่วลง ... แผ่วลงจนเสียงลมหายใจค่อย ๆ ผสานเป็นจังหวะกับ
เสียงหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวสวยอีกสี่นางที่นอนสลบไสลด้วยใบหน้าสุขสมอิ่มเอมอยู่รอบกาย

นักศึกษาสาวสุดสวยดาวมหาลัยอย่างน้องหญิงกำลังนอนอิงแอบแนบกอดเขาอยู่ที่ด้านขวามือ ศรีษะกลมสวยของเธออิงซบ
อยู่บนลำแขนและหัวไหล่ของเขา ร่างบอบบางแต่อวบอิ่มน่าฟัดเบียดแนบชิดอยู่กับสีข้างจนรู้สึกได้ถึงเสียงเต้นตึกตักของหัวใจ
ดวงน้อย ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในทรวงอกอวบใหญ่

ส่วนทางด้านซ้ายมือของเขานั้นก็เป็นน้องฟ้า นักศึกษาสาวหมวยหมัดหนักที่มีนิสัยเป็นแม่เสือสาวไม่ยอมแพ้ใคร โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งบรรดาพวกผู้ชายทั้งหลาย หากแต่วันนี้สาวหมวยกลับแปลงร่างเป็นนางแมวเหมียวขี้อ้อนไปเสียอย่างงั้น สาวหมวย
นอนตะแคงจับจองกอดแขนซ้ายของเขาเอาไว้อย่างแนบสนิทด้วยท่าทางออดอ้อน แขนท่อนบนของเขาจึงเบียดอยู่ตรงกลาง
ระหว่างทรวงอกอวบทั้งสองข้างของเธอ ในขณะที่ฝ่ามือของเขานั้นก็โดนหนีบซุกอยู่ตรงกลางหว่างขาแนบอยู่กับโคกสวาท
ของเธอ

ทางด้านหัวเตียงมีร่างที่ขาวผ่องกว่าใครนอนขวางอยู่ ฝ้าย พยาบาลสาวหน้าหวานนอนตะแคงในแนวขวาง กอดประคอง
ศรีษะของชายหนุ่มให้ซุกแนบอยู่กับหน้าท้องและเนินนมในท่วงท่าคล้ายมารดาปลอบประโลมลูกน้อย สองเต้าขาวเนียน
จึงเบียดแนบเป็นหมอนให้ใบหน้าของเขาได้แอบอิง

และสำหรับสาวสวยคนสุดท้าย ฝน พริตตี้สุดเซ็กส์ เธอนอนคว่ำหน้าอยู่ตรงกลางหว่างขาของเขา ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เปรอะ
เลอะไปด้วยคราบน้ำกามนอนแน่นิ่งอิงแอบอยู่กับต้นขาของเขา ริมฝีปากบางที่เปื้อนยิ้มแนบจุมพิตอยู่กับความเป็นชาย
ที่แข็งแกร่งของเขา ดูคล้ายเด็กน้อยที่เผลอหลับไหลทั้งที่ยังมีขนมคาอยู่เต็มปาก

ความนุ่มนิ่ม อบอุ่น ของเรือนกายสี่สาวที่เบียดกระแซะอยู่รอบกายทำให้ชายหนุ่มค่อยยิ้มออกมาได้ ชายหนุ่ม ๆ ค่อย ๆ ชื่นชมภาพ
อันงามวิจิตรของเรือนกายอวบอิ่มเปลือยเปล่าทั้งสี่ร่างที่สะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่บนเพดานห้องด้วยความรู้สึกอิ่มเอมอย่างที่
ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะนับตั้งแต่ได้รักยมมาอยู่กับเขาด้วยแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ที่เขาได้ปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศที่มี
อยู่อย่างล้นเหลือออกมาได้อย่างเต็มเหนี่ยวจนหมดเรี่ยวหมดแรงสลบเหมือดคาเต้า

เข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังตอนนี้บ่งบอกว่าเพิ่งจะเลยเวลาเที่ยงคืนไปเล็กน้อย ซึ่งหากเขาจำไม่ผิดแล้วล่ะก็เขาได้เข้ามาในโรงแรม
ม่านรูดแห่งนี้นานกว่าแปดชั่วโมงแล้ว และดูเหมือนว่าเขาจะเพิ่งหมดแรงสลบเหมือดนอนหลับซบเต้าน้องหญิงไปเมื่อตอนราว ๆ สี่ทุ่ม
มันจึงเป็นความภูมิใจในฐานะบุรุษเพศอย่างล้นเหลือ ที่สามารถโรมรันร่วมรักอย่างร้อนแรงกับสาวสวยถึงสี่นางได้นานนับหลายชั่วโมง
ซ้ำยังสามารถส่งพวกเธอไปถึงสวรรค์ไปแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

หากแต่เขาก็รู้ดีว่าหากเอาเรื่องนี้ไปพูดให้ใครฟัง ก็คงโดนต้องโดนด่าว่าเขาโม้โอ้อวดเป็นแน่ เพราะหากไร้ซึ่งอำนาจพลังพิเศษแห่ง
รักยมแล้วล่ะก็ ชายหนุ่มธรรมดา ๆ คนหนึ่งอย่างเก่งแล้วคงปลดปล่อยออกมาได้อย่างมากก็ 4-5 รอบ หลังจากนั้นก็ไม่แคล้วต้อง
เหน็ดเหนื่อยจนคางเหลืองฟ้าเหลืองไปเลยทีเดียว หากแต่สำหรับเขาในตอนนี้ นอกจากจะมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือให้กระหน่ำรักใส่สี่
สาวจนสลบเหมือดได้แล้ว พอเขาตื่นขึ้นมาใหม่ในวงล้อมอันนุ่มนิ่มของสี่สาว แม้จะรู้สึกเพลียอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกาย
ของเขานั้นฟื้นตัว และเปี่ยมไปด้วยกำลังวังชาพร้อมที่จะสู้รบปรบมือกับสาว ๆ ได้เท่าที่ใจต้องการ

ด้วยความรู้สึกอยากขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เอก ค่อย ๆ ขยับร่างออกจากวงล้อมอันนุ่มนิ่มของดอกไม้งามทั้งสี่อย่างช้า ๆ สองมือ
ค่อย ๆ โอบประคองศรีษะ แขน ขา และร่างของสาว ๆ ทีละนางอย่างทะนุถนอมและเชื่องช้า เสียงครางอืออืมอย่างขัดใจแว่วดังขึ้น
เป็นระยะเมื่อโดนเขาหลีกหนีจากอ้อมกอด ซึ่งหากมิใช่ว่าสี่สาวหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรงเหนี่ยวรั้ง และต่างพากันหลับไหลลึกล้ำอยู่ในฝัน
อันแสนหวานแล้วล่ะก็พวกเธอคงไม่ยอมปล่อยชายหนุ่มสุดรักให้ห่างหายจากกายเป็นแน่

กว่าจะหลุดจากพันธนาการแห่งเนื้อสาวออกมาได้ ความรู้สึกวาบหวิวที่ได้เบียดเสียดสีกับเนื้อนางอันอบอุ่นเนียนนิ่ม ก็ทำเอา
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกอยากจะเปลี่ยนใจหันกลับไปกอดรัดนัวเนียกับบรรดาสาว ๆ อีกสักยกสองยกให้หายมันเขี้ยว ด้วยรู้สึกอยากให้
สี่สาวได้นอนพักเสียบ้าง ชายหนุ่มจึงกลั้นใจหยิบเอาผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่มาห่มคลุมร่างของสี่สาวเพื่อปิดภาพแห่งความวาบหวาม
เอาไว้เสียก่อนที่เขาจะรู้สึกตื่นตัวจนห้ามใจตัวเองไม่อยู่ จากนั้นจึงหยิบเอาผ้าขนหนูมาพันรอบเอวตัวเองเอาไว้แบบลวก ๆ แล้วเดิน
ย่ำพื้นพรมฝ่าความมืดสลัวออกไปที่ระเบียงของห้อง … ก่อนจะเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปของตัวเอง

ความรู้สึกแปลกประหลาดประดังเทเข้ามาจนชายหนุ่มรู้สึกงุนงง ภาพเบื้องหน้าของเขาคือป่าไม้ไร้บ้านเรือนในยามดึก ไม่มีแสงไฟ
จากหลอดนีออนหรือแสงใด ๆ สาดส่อง ยกเว้นแต่เพียงแสงจันทราจากฟากฟ้า แต่กระนั้นดวงตาของเขากลับสามารถมองเห็น
ค้างคาวตัวหนึ่งกำลังบินโฉบอยู่เหนือต้นไม้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเมื่อเขาเปลี่ยนเป้าหมายมองลึกเข้าไปในบริเวณดงไม้อันมืดทึบ
เขากลับมองเห็นได้แม้แต่แมลงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเกาะอยู่ตามเปลือกไม้ที่ผุเน่า

ดวงตาดวงเดิมคล้ายจะมองเห็นสีสันแปลกใหม่อันวิจิตรแห่งธรรมชาติที่ไม่เคยได้พบเห็น อีกทั้งเขายังมองเห็นได้ถึงร่างแห่งดวงไฟ
โปร่งใสสีเขียวบ้าง แดงบ้าง ขาวบ้าง ลอยวนเวียนไปมาอยู่ในป่า ดวงไฟแต่ละดวงส่องแสงจ้าไม่เท่ากัน บางดวงก็เป็นเพียงแสง
บางเบาเหมือนหิ่งห้อยตัวน้อยที่คล้ายจะสูญสลายในเร็ววัน หากแต่บางดวงก็สว่างจ้าเหมือนกลุ่มแสงขนาดใหญ่กว่าตัวคน

ดวงแสงสีเขียวที่มองแล้วไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษดูจะมีจำนวนมากกว่าสีอื่นอย่างเห็นได้ชัด รองลงมาก็จะเป็นดวงแสงสีแดงที่ให้ความ
รู้สึกอึดอัดน่าหวาดหวั่นเมื่อได้มองดู และสำหรับดวงแสงสีสุดท้ายนั้นมีน้อยมากจนแทบนับได้ มันเป็นดวงแสงสีขาวระเรื่อ ที่เมื่อมอง
ดูแล้วให้บังเกิดความรู้สึกสบายใจ ซึ่งแม้จะไม่เข้าใจว่าสีต่าง ๆ นั้นหมายถึงอะไร แต่เขาก็พอจะรับรู้ด้วยสัญชาตญาณได้ว่าสิ่งที่เขา
เห็นนั่นต้องไม่แคล้วเป็นดวงวิญญาณของคนตายอย่างแน่นอน

แม้จะคุ้นชินกับรักยม และนางตะเคียน ที่เป็นดวงวิญญาณเหมือนกัน แต่เมื่อได้เห็นด้วยตาตนเองว่ามีดวงวิญญาณลอยล่องไปมา
อยู่มากมายถึงเพียงนี้ ก็ให้บังเกิดความรู้สึกหนาวเหน็บเสียดแทงไปทั่วร่างจนขนลุกชัน ความรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงฉุดดึงวูบให้
แข้งขาอ่อนเปลี้ยจนร่างกำยำเซถลาคล้ายจะล้มลง หากแต่ในทันใดสายลมอันอบอุ่นวูบใหญ่ก็พัดผ่านมาจากทางด้านหลังช่วยดัน
ประคองให้ร่างกำยำของเขาไม่ให้เสียหลัก

แม้นเป็นเวลาเพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเป็นมิตรอันอบอุ่นจากสายลมหอบใหญ่ก่อนที่มันจะหายไป ทิ้งไว้
แต่เพียงสายลมอ่อน ๆ ที่ไหลวนโชยปลอบประโลมอยู่รอบกาย ความรู้สึกสบายใจอย่างแปลกประหลาดท่วมท้นเข้ามาในจิตใจ
ราวกับมีสายลมและอากาศรอบข้างที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาทุกเมื่อที่ต้องการ

ชายหนุ่มหลับตาลง ก่อนกางมือ กางแขน ออกกว้างเพื่อรับสัมผัสอันอบอุ่นแห่งสายลมที่โชยผ่าน ผิวหนังรอบกายคล้ายสัมผัสได้
ถึงบางสิ่งที่เป็นมากกว่าอากาศและสายลม มันเหมือนกับมีสิ่งมีชีวิตเล็กกระจ้อยที่มองไม่เห็นวนเวียนกระโดดโลดเต้นหยอกล้อ
สัมผัสไปมาอยู่กับผิวกาย อีกทั้งยังสัมผัสอย่างชัดแจ้งได้ถึงอารมณ์เบิกบานสุนทรีย์ที่แผ่ออกมาจากจิตวิญญาณแห่งสายลมที่
โชยผ่าน

เมื่อเขาสะบัดมือไปเบื้องหน้าก็รู้สึกเหมือนว่าได้ผลักดันมวลอากาศที่ได้สัมผัสจนกลายเป็นสายลมวูบใหญ่ที่พัดครืนผ่านเข้าไปในป่า
จนต้นไม้ใหญ่น้อยเอนลู่ไหวไปตามแรงลมที่เขาบงการ ด้วยความรู้สึกที่มิต่างใด ๆ กับเด็กน้อยที่ได้พบเจอของเล่นอันถูกใจ ชายหนุ่ม
สะบัดมือสะบัดไม้ครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งสายลมวูบวาบอ่อนบ้างแรงบ้างเข้าไปในป่าจนต้นไม้ใหญ่สั่นคลอนเอนวูบไหวไปมาเหมือนเจอ
เข้ากับพายุฝน

และเมื่อเขาหยุดนิ่งและหงายฝ่ามือขึ้นมาดู ก็พบว่ามีลมหมุนคล้ายพายุลูกเล็ก ๆ ลอยวนอยู่บนเหนือฝ่ามือทั้งสองข้าง จิตวิญญาณที่
อัดแน่นอยู่ในลมหมุนเหมือนเด็กน้อยที่กำลังกระโดดโลดเต้นร้องรำด้วยความคึกคะนอง เสียงหวีดหวิวของสายลมที่มิเคยมีผู้ใดฟังเข้าใจ
บัดนี้ชายหนุ่มรู้แจ้งได้ว่ามันเป็นเสียงเพลงแห่งธรรมชาติของสายลมที่กำลังเฉลิมฉลอง ความรู้สึกดื่มด่ำเบิกบานเอ่อล้นประดังเข้ามาจน
ชายหนุ่มอดไม่ได้ต้องขยับมือขยับไม้คล้ายจะเต้นระบำร่วมกันไปกับจังหวะเสียงเพลงแห่งสายลม … เสียงเพลงที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
แห่งอิสระเสรี ….

...

“พี่เอก ?? ทำอะไรอยู่คะ ???”

เสียงหวานใสที่ดังขึ้น ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งความดื่มด่ำ และพร้อมกันนั้นสายลมหมุนที่กำลังละเล่นหมุนวนอยู่
รอบกายก็มลายสลายหายไป ทีแรกเขาเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย เมื่อสายตาหันไปเจอเข้ากับเรือนร่างงามดุจนางฟ้าของน้องหญิงที่เดิน
เข้ามาหา หากแต่เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณสีเขียวที่โอบล้อมร่างของน้องหญิงเอาไว้ก็ให้รู้สึกคลายใจ ก่อนเผยรอยยิ้มอย่างรู้ทัน
ให้กับร่างบางของแฟนสาวที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กห่อหุ้มพันรอบตัวเอาไว้

“… พี่สาวตะเคียน … จะแกล้งเล่นอะไรอีกล่ะ ?”

“ฮึ … ตัวข้าก็ลืมไปเสียได้ ว่าเจ้ามิใช่หนุ่มน้อยธรรมดา แต่เป็นถึงผู้ที่มีตบะแห่งเวทย์อันยิ่งใหญ่ไม่แพ้หมอผีอันรือนาม”

ใบหน้าแสนหวานของน้องหญิงขมวดเล็กน้อยด้วยรู้สึกขัดใจ ก่อนที่แววตาอันสดใสจะเปล่งประกายสีเขียวอ่อนแวบวาบออกมา

“พี่ตะเคียนสุดสวย คิดจะเล่นอะไรล่ะ ถึงได้แอบไปสิงร่างของน้องหญิงแบบนี้ ”

เอก เอ่ยถามขณะหันหน้ามองไปทางป่าหลังโรงแรมม่านรูด พลางยกมือยกไม้ขึ้นรับสัมผัสอันอบอุ่นแห่งสายลมต่อ

“คิก คิก ข้าก็เพียงต้องการรางวัลของข้าบ้างมิได้หรือ ว่าแต่เจ้ามิตระหนกหรือไร ที่เราชิงร่างนางเมียของเจ้ามาเสียแล้ว”

นางตะเคียน ในร่างของน้องหญิง หัวเราะพร้อมกับเดินกรีดกรายด้วยมาดของหญิงสาวสูงศักดิ์มายืนเกาะรั้วอยู่ข้าง ๆ เอก

“ผมไม่กลัวหรอก พี่สาวไม่ใช่คนแบบนั้น พี่สาวเป็นคนดี เอ้ย ผีที่ดี เพราะถ้าพี่สาวจะทำล่ะก็ คงจะทำไปนานแล้ว”

“ฮึ ช่างร้ายเหลือ … ว่าแต่เจ้าตระหนักได้อย่างไร ว่านี่คือตัวข้า มิใช่นางเมียคนสวยของเจ้า”

นางตะเคียนยิ้มน้อย ๆ คล้ายจะรู้สึกพอใจที่ชายหนุ่มไว้ใจและมองเห็นความดีของตน

“… เพราะท่าทางของน้องหญิงดูไม่เหมือนเดิม … และที่สำคัญ ผมเห็นจิตวิญญาณสีเขียวของพี่สาวโอบล้อมร่างของ
น้องหญิงเอาไว้ … คราวนี้มันดูไม่เหมือนร่างโปร่งใสที่ผมเคยเห็นในทีแรก แต่มันชัดกว่า ดูมีตัวตนมากกว่า …”

“นั่นเพราะเจ้าบรรลุได้แล้วซึ่งระดับแห่งหมอผีที่ต้องฝึกฝีมือบำเพ็ญเพียรไม่น้อยกว่า 50 ขวบปี เจ้าจึงมองเห็น และสัมผัส
ได้ถึงกายละเอียดของจิตวิญญาณ ผิดแผกจากก่อนหน้าที่เจ้ามองเห็นตัวข้า หรือสองเด็กน้อยรักยม เพราะพวกข้าตั้งใจ
แสดงตัวให้เจ้าเห็น … แต่เพลานี้แม้นว่าวิญญาณอย่างเราจะคิดหลบซ่อน ก็คงมิอาจผ่านพ้นสายตาแห่งเจ้าได้”

“... แล้วทำไมอยู่ ๆ ผมถึงได้มีพลังขนาดนี้ได้ล่ะ ? “

“ยังมิได้แก่ตัว เจ้าก็เป็นโรคขี้หลงขี้ลืมเสียแล้วหรือไร ข้าเคยเอ่ยวาจาบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าตัวเจ้านั้นได้บรรลุเข้าสู่
ขอบเขตแห่งวิชาที่พ่อมดหมอผีทั่วหล้าใฝ่หา เจ้าได้บรรลุถึงสิ่งที่เรียกว่า เวทย์เป็นตายฟื้นคืน … เวทย์ที่ว่าด้วยการ
ยอมให้ตนเองตายตก เพื่อได้สัมผัสกับพลังแห่งจิตวิญญาณ อีกทั้งมนตราแห่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ผู้ผ่านวิชานี้เพียง
หนึ่งครั้งจักได้รับพลังดุจบำเพ็ญเพียรสะสมตบะยาวนานถึงครึ่งชีวิต หากแต่นี่เจ้ากลับผ่านมันมาถึงสองครั้งสองครา
พลังอาคมแห่งเจ้าจึงมากมายมหาศาลยิ่งกว่าหมอผีใด ๆ อีกทั้งยังมีสายลมนั่นอีกเล่า จักมีผู้ใดในโลกหล้าที่บงการ
สายลมเฉกเช่นเจ้าได้“

นางตะเคียนอธิบายไปพลาง หลับตาดื่มด่ำถึงสัมผัสแห่งสายลมที่ปะทะเข้ากับร่างที่มีเลือดเนื้อด้วยความรู้สึกเป็น
สุขไปพลาง เธอแทบลืมมันไปเสียแล้ว ว่าความรู้สึกที่ได้สัมผัสสายลมด้วยผิวหนังตอนมีชีวิตเป็นยังไง

“… แปลว่า … ผมสามารถมองเห็นผีได้ พูดคุยกับผีได้ … แบบนี้ก็แย่น่ะซิ ต้องเห็นของแบบนี้ทุกวัน หลอนตายพอดี”

เอก ทำหน้าย่น ขณะหันไปมองร่างวิญญาณสีเขียวที่เดินแกว่งไปแกว่งมาอยู่ริมรั้วโรงแรมชั้นล่าง หากต้องเห็นสภาพ
ผีที่หัวแบะ เลือดอาบเต็มตัวแบบนี้ตลอดเวลา สงสัยจะได้บ้าก่อนแน่ ๆ

“คิก คิก … เด็กน้อยเอย เจ้าหาต้องหวาดหวั่นไม่ … เจ้าเพียงศึกษาคาถาปิดเนตร แล เปิดเนตร ก็เป็นอันใช้ได้ เมื่อ
เจ้ามิต้องการมองเห็นก็เพียงปิดเนตร หากต้องการมองเห็นก็เปิดเนตรเสีย”

“ถ้าแบบนั้นก็โอเคหน่อย … ว่าแต่ดวงวิญญาณทำไมมีสีต่าง ๆ กันด้วย สีเขียววนไปมาเต็มป่าเลย สีแดงน้อยกว่าแต่
ดูน่ากลัว ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ส่วนสีขาวก็น้อยยิ่งกว่าน้อย … มันมีสีอื่น ๆ อีกมั้ยเนี่ย”

เอก ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ดวงวิญญาณสีเขียวนั้น คือจิตวิญญาณที่มีบ่วงกรรมหลงเหลืออยู่ พวกเขาเพียงรอคอยเพื่อไปเกิดใหม่ในภพหน้า โดย
ส่วนมากมิได้มีพิษมีภัยอันใดต่อผู้คน หากแต่สีแดงนั้นเล่าคือจิตวิญญาณของบรรดาผีตายโหงที่เปี่ยมด้วยแรงแค้น วันดี
คืนดีหากพวกมันสั่งสมพลังได้เพียงพอ พวกมันก็จะก่อกรรมระบายความเจ็บแค้นให้แก่ผู้เคราะห์ร้ายที่ได้พบเจอ … ส่วน
สีขาวนั้นไซร้ คือจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยกุศลอันดีงาม ส่วนมากแล้วมักเป็นเจ้าที่เจ้าทาง หรือจิตวิญญาณแห่งรุกขเทวดา”

นางตะเคียนเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทราบนฟากฟ้า แล้วพูดต่อ

“อย่างตัวข้านั้น อยู่กึ่งกลางระหว่างเขียวและขาว จึงมีร่างจิตสีเขียวอ่อน ตัวข้ามีบ่วงกรรมผูกพันธ์กับภพภูมินี้ หากแต่ก็
กอปรกรรมดีมามากเพียงพอ มิได้ระรานทำอันตรายผู้ใด ผู้มีพลังระดับเจ้าหากพบเจอผีตายโหงก็สามารถต่อกรกับพวก
มันได้มิยากลำบากนัก… แต่หากวันใดที่เจ้าพบเจอจิตวิญญาณสีดำมืดแล้วไซร้จงรีบหลีกหนีไปให้พ้นทางเสีย พวกมัน
เป็นดั่งฝันร้ายในยามค่ำคืน เป็นปีศาจที่ถูกกักขังอยู่ในนรกอันสุดลึกล้ำ ด้วยกอปรกรรมอันโหดร้ายจนมิอาจนับ อีกทั้ง
ยังทรงด้วยเวทย์มนต์คาถามืดอันร้ายกาจ”

“พี่สาว … ภาพที่ผมเห็นผู้หญิงนอนจมกองเลือด อยู่ในกองไฟนั่น … ผู้หญิงคนนั้นคือใคร แล้วเธอจะเป็นอะไรมั้ย?”

เอก กำมือกับราวเหล็กที่เป็นรั้วกั้นจนแน่น ภาพอันหวาดหวั่นในกองเพลิงสีแดงฉานทำเอาเขารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจ
ในทุกคราที่นึกถึง แม้จะไม่ได้มองเห็นหน้าแต่แผ่นหลังของหญิงสาวผู้นั้นก็ทำให้เขารู้สึกห่วงหาอย่างน่าประหลาด เขาได้
แต่แอบภาวนาว่า ผู้หญิงคนนั้นจะต้องไม่ใช่คนที่เขารักมากที่สุดอย่างน้องหญิง …

“ดวงตาพิสุทธ์แห่งข้าจักสะท้อนแต่เพียงเงาแห่งความเป็นจริงเท่านั้น ข้าเห็นเฉกเช่นเดียวที่เจ้าเห็น ข้ามิอาจรู้ได้ว่าผู้หญิง
คนนั้นคือผู้ใด และข้าก็มิอาจรู้ได้ว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นใด สิ่งที่ข้ารู้ก็เพียง มันจะต้องเกิดขึ้นในเพลาอีกไม่นานนี้อย่าง
แม่นมั่น … ว่าแต่เจ้าถามถึงเพียงผู้อื่น มิคิดห่วงอนาคตตนเองบ้างหรือไร?”

นางตะเคียนหันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาทึ่งระคนแปลกใจ เขาดูจะไม่สนใจความเป็นตายของตนเองสักเท่าไหร่นัก
กลับเอาแต่ถามถึงความปลอดภัยของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพนิมิตเพียงฝ่ายเดียว

“… ถ้าผมเก่งกว่านี้ เก่งจนมีพลังวิชาอาคมไม่แพ้ใคร … ผมจะปกป้องคนที่ผมรักได้หรือเปล่า ?”

เอก หันมาจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของนางตะเคียนในร่างของน้องหญิงเอาไว้แน่น สายตาของเขาที่จับจ้องมองมาดูจริงจัง
แน่วแน่อย่างที่สุด กิริยาที่แสดงออกถึงความรู้สึกอยากปกป้องคนรักของชายหนุ่ม ทำเอานางตะเคียนถึงกับหน้าแดง
วูบวาบ ใจเต้นตึกตัก จนต้องแอบคิดไปว่าหากได้เป็นคนรักของเขา และได้รับการปกป้องเยี่ยงนี้เธอคงยินดีพลีกาย
เป็นหญิงสาวที่บาดเจ็บปางตายในภาพนิมิตให้เขาอย่างเต็มอกเต็มใจเลยทีเดียว

“เรามิอาจบอกได้ว่าเจ้าจักปกป้องผู้อื่นได้หรือไม่ แต่หากเจ้าตั้งจิตแน่วแน่ มิยอมแพ้ซึ่งความยากลำบาก เรากล้าสัญญา
ต่อเบื้องหน้าเทพาอารักษ์ทั้งหลายว่า เรา และ รักยม ของเจ้าสามารถที่จะทำให้เจ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งหมอผีที่มีวิชา
อาคมแก่กล้าจนมิแพ้พ่ายต่อผู้ใดได้ในเวลามิช้านาน”

นางตะเคียนเอ่ยตอบเขาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ เธอมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็น
บุรุษเพศของเขาอย่างสุดหัวใจ อีกทั้งความรู้สึกวาบหวามก็แล่นพล่านวูบวาบไหวในกายจนมิอาจหักห้ามใจซบหน้าลงไป
บนแผงอกของเขา พร้อมกับเอ่ยคำวาบหวาม

“… แต่ก่อนอื่นใด เจ้ามีสิ่งสำคัญต้องทำก่อนมิใข่หรือ … หรือเจ้าได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้แก่เราเสียแล้ว …”

ชายหนุ่มไม่ตอบคำของนางตะเคียน ความรู้สึกกังวลใจคลายลงไปไม่น้อยเมื่อรู้สึกได้ว่าเขามีหนทางแก้ไขอันตรายเบื้องหน้า
อีกทั้งเมื่อมีเรือนร่างโค้งเว้าอันงดงามสมบูรณ์แบบของน้องหญิงกอดกระชับอยู่ข้างกายด้วยแล้ว ความรู้สึกตื่นตัวแห่งบุรุษ
เพศก็เริ่มทำงานขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

เอก สวมกอดร่างของน้องหญิงที่มีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ด้วยความรู้สึกผิดแผก ร่างเนื้อร่างเดิม แต่ร่างจิตที่เปลี่ยนไปก็ให้อารมณ์
ความรู้สึกที่แตกต่างไปไม่น้อย มันเป็นเหมือนความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจที่จะได้ร่วมรักเสพสมกับผู้หญิงแปลกหน้าสักคน เพียงแต่
ว่าเป็นร่างของหญิงสาวที่เขาคุ้นเคยก็เพียงเท่านั้น

เขาเริ่มรุกเร้าด้วยการใช้มือลูบไล้ไปตามหัวไหล่กลมมน และท่อนขาขาวเรียว ก่อนค่อย ๆ ซุกมือลอดผ้าขนหนูขึ้นมาบีบคลึง
แก้มก้นกลมดิกอย่างเบามือ จนอีกฝ่ายบิดตัวไปมาด้วยความสยิว จากนั้นจึงใช้มือเชิดคางของหญิงสาวขึ้นมา แล้วจูบบดขยี้
กับริมฝีปากบางอย่างร้อนแรง

“อืมมมม อืออออ”

นางตะเคียนร้องครวญครางในลำคอด้วยความสุขอันล้นเหลือ แม้จะเคยสัมผัสรสจูบอันร้อนแรงของเขามาแล้วตอนที่อยู่
ในร่างวิญญาณ แต่นั่นก็เป็นเพียงร่างนิมิตรที่เสกสรรค์ปั้นแต่งขึนมาด้วยเวทย์มนต์คาถา หากแต่ครานี้ทุกรสสัมผัส ล้วน
แล้วแต่มาจากเนื้อหนังมังสาที่สัมผัสสื่อกันโดยตรง รสชาติอันหอมหวานของจูบจึงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กายจนสั่น
สะท้านไปทั้งร่าง

ผ้าขนหนูที่พันรอบกายสาวสวยค่อย ๆ หลุดออกจากร่างอย่างช้า ๆ จนเผยให้เห็นร่างงามสมบูรณ์แบบที่ยืนอาบแสงจันทรา
ได้อย่างชัดเจน เอกกอดกระชับร่างงามเอาไว้แน่นก่อนซุกไซร้ใบหน้าลงไปตามซอกคอ และก้มหน้าลงไปดูดกินความหอมหวาน
ของทรวงอกอวบอิ่มด้วยกิริยาอันหิวโหย ลีลาลิ้นอันพลิกพลิ้วของชายหนุ่มที่โลมเลียไปทั่วเนื้อนุ่มนิ่มเต่งตึงของสองเต้า ทำเอา
สาวสวยแอ่นเด้งอกไหวไปมาจนแทบหายใจหายคอไม่ทัน

“อือออออ อืมมมมม อูววว เจ้าหนุ่มน้อยของข้า อูยยยยยย อือออ”

นางตะเคียนที่อ่อนหัดในเชิงกาม ร้องคราง สั่นระริกไหวไปมาประหนึ่งจะแตกสลาย ความกระสันเสียวที่หนักหน่วงเกินทานทน
นั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างเหมือนเพลิงไฟที่แผดเผาร้อนแรง ใบหน้าสวยนั้นบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความหฤหรรษ์อย่างสุดแสน ความเสียว
แปลบปลาบที่โดนดูดทิ้งปลายถันเร่งเร้าอารมณ์เสียจนจิตวิญญาณของนางตะเคียนแทบจะเตลิดหลุดออกจากร่างที่มีเลือดเนื้อ
ของน้องหญิงเลยทีเดียว

ขณะที่นางตะเคียนปล่อยตัวหงายไปเบื้องหลังแอ่นอกอวบให้เขาฟอนเฟ้นได้อย่างเต็มที่ เอก ก็ซุกไซร้ใบหน้า พร้อมกับใช้ทั้งมือ
และปากบีบเคล้นละเลงใส่หน้าอกอวบมโหฬารจนแทบแหลกเละ เนื้อขาวนวลเนียนเต่งเด้งจึงโดนทั้งบีบ ทึ้งดึง ทั้งทึ้ง และดูดกัด
จนปทุมถันที่เด้งเต่งงดงามแดงช้ำเป็นรอยจ้ำอย่างถ้วนทั่ว

“อะ โอออววววว หนุ่มน้อย อูวววว ว….”

ยิ่งเขารุกเร้ารุนแรง นางตะเคียนก็ยิ่งกระเจิดกระเจิงจนแทบคลั่ง มันเป็นทั้งความสุขสม และความทรมาณอัดอั้นที่ไม่เคยได้รู้สึก
สัมผัสมาก่อน ยามเต้านมของร่างที่เธอสิงสู่โดนบีบขยำแรง ๆ เธอก็เสียวแปล๊บจนตัวงอ แต่พอเขาใช้ลิ้นและปากดูดเลียอย่าง
นุ่มนวล เธอก็เสียววูบจนน้ำลายสอ ความหฤหรรษ์อันแสนสยิวเติมความสุขอันล้นเหลือให้แก่เรือนร่าง หากกระนั้นมันก็ตามมา
ด้วยความทรมาณอัดอั้นที่บริเวณท้องน้อย ด้วยรู้สึกอยากจะสัมผัสกับความร้อนแรงแห่งเพศชายแบบเต็มเหนี่ยวเสียที

“อูววว หนุ่มน้อยยอดรักของข้า … สามีของข้า … ได้โปรดเถิด … ข้า … ข้าต้องการ”

นางตะเคียนออกแรงผลักไสใบหน้าของชายหนุ่มให้ผละออกจากทรวงอก ก่อนส่งเสียงร้องอย่างเว้าวอนด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ
ชายหนุ่มมองอาการร่านสวาทของนางตะเคียนในร่างของน้องหญิงด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ ก่อนใช้มือกระตุกปลดผ้าขนหนูที่รอบ
เอวของตัวเองออกจนท่อนเอ็นที่แข็งปั๋งเต็มที่ดีดเด้งออกมาแสดงตัวตระหง่านชี้เด่ไปทางร่างเปลือยอันแสนอวบอัดน่าฟัด

ชายหนุ่มดึงร่างอวบจนแผ่นหลังเรียบเนียนเบียดชิดกับผนังระเบียงที่เป็นปูนพื้นเรียบ ก่อนขยับตัวเข้าไปเบียดแทรกช้อนสองขา
ของสาวสวยให้ขึ้นมาเกี่ยวกระหวัดไว้ที่สะโพกของเขา จากนั้นก็ใช้สองมือตะปบจับประคองที่แก้มก้นกลมกลึง แล้วดันร่างเข้าไป
แนบประชิด พร้อมกับแอ่นเอวดันท่อนเอ็นที่กำลังร้อนผ่าวมุดแทรกเข้าไปในโพรงสวาทอันเปียกเยิ้มจนอีกฝ่ายสะท้านเฮือก

“โออออออ …. อูววววววว …. อืออออออออออ”

นางตะเคียนสั่นระริกไปทั้งร่าง แม้ว่าเจ้าของร่างอย่างน้องหญิงจะเคยผ่านเกมกามกับเขามาไม่น้อยแล้ว หากแต่สำหรับจิตวิญญาณ
ของนางตะเคียนที่กำลังสิงสู่ควบคุมร่างอยู่นั้นเล่าไม่ต่างใด ๆ กับเด็กสาวไร้ประสบการณ์ เมื่อมาโดนเขาจู่โจมเข้าถึงใจกลางจุดยุทธ
ศาสตร์ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแบบนี้ นางตะเคียนก็ถึงกับจุกในความเสียวอย่างไม่อาจจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอรู้แต่
เพียงว่านับจากนี้ไปเธอคงจะไม่สามารถห่างหายจากรสสวาทอันแสนลึกล้ำนี้ได้อย่างแน่นอน

“โอววววววว …. อูววววววว …. อือออ โอววววว”

ความหฤหรรษ์ที่ยากจะทานทนยิ่งทวีความร้อนแรงอีกนับสิบๆ เท่า เมื่อเขาเริ่มขยับบั้นเอวกระชากเอาความแข็งแกร่งออกไป
ก่อนที่จะอัดเด้งมันกลับเข้ามา ความสุขกระสันต์แห่งไฟสีดำมืดที่แผดเผาเร้าอารมณ์รอบแล้วรอบเล่า ทำเอานางตะเคียนคล้าย
เมามายคล้ายหลับไหลอยู่ในความฝันแสนหวานที่ไม่อยากลืมตาตื่น เธอได้แต่สูดปากร้องส่งเสียงครวญครางจนก้องเข้าไปในป่า
จนกิ่งไม้ใบหญ้าสั่นไหว

“หนุ่มน้อย หนุ่มน้อย ๆ โออ ซี้ดดดสสส สุดที่รัก อูววว สามีของข้า … ข้า … ข้า … อะ อ๊ายยยยยย”

นางตะเคียนที่มิอาจจะทานทนกระแสแห่งความเสียวซ่านอันเชี่ยวกราก ส่งเสียงกรีดร้องลั่นขณะที่เด้งไหวร่างทั้งร่างไปมาอย่าง
ร้อนแรง เสียงแห่งความสุขสมที่แฝงด้วยพลังแห่งเจ้าพฤกษาคล้ายจะแว่วดังไปทั่วผืนป่าที่อยู่ด้านหลังโรงแรมม่านรูด จนต้นไม้
ใบหญ้าน้อยใหญ่ต่างพาสั่นไหว รวมไปถึงเหล่าแมลงที่หากินกลางคืนที่ต่างพากันส่งเสียงเซ็งแซ่ และหิ่งห้อยที่กำลังเปล่งแสง
เรืองรองอยู่ในป่านับร้อยตัวต่างก็พากันบินวนเข้ามาใกล้ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างจนแลดูคล้ายว่าเขาและเธอกำลังดื่มด่ำ
ร่วมรักกันอยู่บนหมู่ดาวก็มิปาน

……………………………………………………………………………………….

“… หนุ่มน้อยยอดรัก … เจ้ารู้หรือไม่ ว่าตัวข้าใฝ่หาสิ่งใดตลอดมา นับตั้งแต่ถูกจองจำอยู่กับต้นตะเคียนมาหลายร้อยปี …”

นางตะเคียน เผยอปากเอ่ยเสียงวาบหวามแผ่วกระซิบขณะซบหน้าใบหน้าชุ่มเหงื่ออยู่บนหัวไหล่ของชายหนุ่ม รสสวาทอันแสน
สุขสันต์คราแรกจากชายหนุ่มที่เธอมีใจใฝ่รักนับแต่รอคอยมาหลายร้อยปีคล้ายจะแผดเผาเรี่ยวแรงแห่งดวงจิตของเธอไปเสีย
จนเกือบหมด

“… น่าจะเป็น ความอิสระ “

ชายหนุ่มตอบแบบไม่ต้องคิดมาก ขณะยังคงยืนหยัดประคองดันร่างอวบเปลือยของสาวสวยชิดอยู่กับฝาผนัง

“มิผิด … ข้าใฝ่ฝันมานานนัก ว่าจักสลัดบ่วงกรรม แล้วเดินทางท่องโลกหล้าเสาะหาสิ่งแปลกใหม่ให้เบิกบานใจ ..
หรือไม่แล้ว ก็ไปเกิดใหม่เสียสักครา”

“ตอนนี้พี่สาวก็เป็นอิสระแล้ว อยากจะทำอะไรก็ได้”

เอก เอ่ยกระซิบพลางพรมจูบไปที่แก้มและใบหูของอีกฝ่าย

“เจ้าเป็นคนปลดปล่อยข้า เจ้าคิดว่า ข้าควรทำสิ่งใดกับอิสระเสรีที่ข้ามีดีเล่า ให้ข้าไปท่องเที่ยวอย่างเดียวดาย
หรือไปเกิดใหม่แล้วลืมให้สิ้นซึ่งเรื่องราวที่ผ่านมา หรือจักให้ข้าทำสิ่งใด”

นางตะเคียน ยันตัวขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่ม คำถามนั้นเหมือนไม่มีอะไรตามแบบฉบับของสตรีเพศ หาก
แต่เบื้องลึกแล้วชายหนุ่มกลับรู้สึกได้ว่าตอนนี้นางตะเคียนไม่ได้ต้องการทำทั้งสองอย่างที่พูดออกมา

“ไม่เห็นจะยากเลย ถ้าพี่สาวยังคิดไม่ออกก็อยู่กับผมไปก่อน เพราะผมก็อยากให้พี่สาวอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว แล้วพอวันไหนที่พี่สาว
คิดออกว่าอยากทำอะไร พี่สาวก็ค่อยทำตามใจตัวเอง”

สิ้นเสียงตอบของชายหนุ่ม นางตะเคียนก็รีบฟุบหน้ากลับลงมาบนหัวไหล่ของชายหนุ่มอีกครั้งเพื่อซุกซ่อนรอยยิ้มหวานมิยอมให้
ใครได้เห็น ก่อนส่งเสียงหวานออดอ้อนออกมา ซึ่งแม้ว่าเธอจะมีความลังเลใจอยู่บ้างว่าจะทำสิ่งใดต่อไป แต่เพียงแค่เขาบอกว่า
เขาต้องการให้เธออยู่กับเขาต่อไป เธอก็ได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ว่าเธอจะทำอย่างไรกับอิสระเสรีที่เธอได้รับมา

“เจ้าจะอยากให้ตัวข้าอยู่ด้วยกับเจ้าไปใยเล่า ข้าเป็นเพียงผีสาวที่ไร้ซึ่งเนื้อหนัง มิเหมือนเช่นบรรดาผู้หญิงของเจ้า”

“ไม่เห็นจะต้องมีเหตผลอะไรเลย ผมก็แค่อยากอยู่ด้วยกันกับผู้หญิงที่ผมรู้สึกรัก รู้สึกผูกพันธ์”

นางตะเคียนแอบยิ้มอยู่บนไหล่เขาจนแก้มแทบปริ เธอกอดรัดร่างของเขาแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกวาบหวามอิ่มเอมในความสุขที่
เอ่อล้นออกมาจนเหลือคณานับ เพียงได้ยินคำว่ารักออกมาจากปากของเขา เธอก็รู้แล้วว่าหากไร้ซึ่งผู้ชายคนนี้เธอก็คงไม่มีทาง
ไปที่ไหนได้อีกแล้ว

“เจ้าหนุ่มน้อยมากรัก … แต่เอาเถิด … ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าอยู่ด้วย ข้าก็จักอยู่ด้วยกับตัวเจ้า … เช่นนั้น จงรับข้าเป็นหนึ่งใน
ผีบริวารแห่งเจ้าเถิด ตัวข้าจักได้สามารถติดสอยห้อยตาม คอยคุ้มครองดูแลเด็กน้อยอย่างเจ้าได้”

“ผีบริวาร ?”

ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ผีบริวารก็เฉกเช่นเดียวกับรักยมของเจ้าอย่างไรเล่า หากมิได้เป็นผีบริวารตัวข้าก็มิอาจติดตามเจ้าไปได้ในทุกที่ อีกทั้งหากตัวข้า
หมดสิ้นซึ่งพลัง ข้าก็จักสามารถกลับมาหลับไหลพักฟื้นอยู่ในวัตถุอาคมกับเจ้าได้ เช่นเดียวกับรักยม ที่พวกมันก็สิงสถิตย์อยู่ภายใต้
ตุ๊กตาไม้ลงอาคม และที่สำคัญที่สุด หากข้ามีนายแล้ว หมอผีอื่นใด ก็มิอาจจะบังคับให้ข้าเป็นข้าทาสบริวารของพวกมันได้”

“วัตถุลงอาคม ? ผมมีซะที่ไหนล่ะ แล้วพี่สาวจะสิงอยู่ในอะไร? ”

“จงรับกุญแจนี้ไว้ และเก็บรักษามันไว้กับตัวเจ้า”

นางตะเคียนยิ้มตอบ ขณะยื่นมือส่งอะไรบางอย่างให้กับเขา ซึ่งเมื่อเขายื่นมือมารับก็พบว่ามันเป็นจี้ห้อยคอมากกว่าจะเป็นกุญแจ อย่างที่
นางตะเคียนบอก ที่ตัวเชือกคล้ายเป็นสายสิญจน์สีขาวหม่น แต่ส่วนตัวจี้ หรือตัวกุญแจตามที่นางตะเคียนบอกนั้นมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำสี
เงินแวววาวที่สะท้อนแสงคล้ายโลหะ หากสัมผัสที่มือก็ไม่เย็นเยียบกระด้างเฉกเช่นโลหะทั่วไป มันอุ่นวูบวาบ มีพลังแห่งมนตราไหลวนไปมา
คล้ายเหมือนมีชีวิตอันทรงพลังอาศัยอยู่ภายใน อีกทั้งยังความแวววาวนั้นก็ช่างดึงดูดสายตาของเขาให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มจนแทบมิอาจวางตา

“นี่เป็นสมบัติที่ข้า และต้นตระกูลของข้าเก็บรักษาไว้มาแสนนาน … ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่ง มันจะมีประโยชน์ต่อตัวเจ้ามิใช่น้อย … แต่สำหรับ
เพลานี้ หากเจ้าต้องการรับผีตนใดเข้าเป็นบริวาร ก็ให้พวกมันเข้ามาอยู่ในสิ่งนี้เช่นเดียวกับตัวข้าได้ … จงจำไว้ ยิ่งเจ้ามีบริวารที่เก่งกาจ
เพียงใด เจ้าก็ยิ่งเก่งกาจมากเพียงนั้น”

นางตะเคียนยิ้มน้อย ๆ ในท่าทีที่คาดเอาไว้แล้วของเขา เธอหยิบเอาจี้ห้อยคอรูปหยดน้ำออกจากมือของชายหนุ่ม ก่อนนำไปคล้องคอให้กับเขา

“ถ้างั้นมีผีบริวารเยอะก็มีแต่ข้อดีน่ะซิ ?”

เอก เอ่ยถาม แต่สายตาก็ยังไม่อาจละไปจากความรู้สึกพิศวงของจี้ห้อยคอที่รูปร่างเหมือนหยดน้ำนั้นได้

“มิอาจกล่าวเช่นนั้นได้ … การมีผีบริวาร หมายความว่า ยอมรับให้วิญญาณเหล่านั้นแบ่งใช้พลังเวทย์แห่งผู้ถือครอง ซึ่งหากผู้ถือครอง
มิมีพลังเวทย์เพียงพอ ก็อาจจะถูกดูดกินพลังจนสิ้นชีวีได้ อืมมม อีกทั้งเจ้าของจักต้องคอยดูแลเอาใจใส่ผีบริวารด้วย อย่างเช่น รักยม
เจ้าก็ต้องหาขนม หาของเล่นเซ่นไหว้ให้พวกมัน ดังนั้นเจ้าควรเลือกเฟ้นหาเฉพาะผีที่มีฝีมือพอตัว… แต่ข้าว่าสำหรับตัวเจ้าที่มีพลัง
ขนาดนี้ คงเลี้ยงผีสาวไว้ได้สักร้อยตนกระมัง”

นางตะเคียนแอบกล่าวแขวะชายหนุ่มทิ้งท้าย

“ว่าแต่เลี้ยงรักยมต้องเลี้ยงด้วยขนมกับของเล่น แล้วเลี้ยงพี่สาวตะเคียน จะต้องเลี้ยงด้วยอะไรล่ะ … ถ้าเลี้ยงแบบเมื่อกี้นี้ก็สบาย
รับรองได้ว่าจะเลี้ยงให้เต็มอิ่มทุกวันเลย”

เอกไม่สนใจคำค่อนแคะ แถมยังแอบหยอกนางตะเคียนกลับอีกต่างหาก

“ฮึ ให้มันจริงดังปากว่าเถิด ถ้าเจ้ามิทำให้ตัวเราพอใจ เราจะหนีไปอยู่ที่อื่นเสียให้ดู … เอาเถิด เพลานี้เราอ่อนแรงเต็มทีแล้ว สมควรต้อง
พักผ่อนเสียบ้าง … หากเจ้าอยู่ในภยันตราย หรือต้องการเรียกใช้เรา จงเอ่ยชื่อแห่งเรา แล้วเราจะออกมาต่อหน้าเจ้า”

“ชื่องั้นเหรอ … ลืมไปเลย มัวแต่เรียกว่าพี่สาว แล้วพี่สาวตะเคียนชื่ออะไรล่ะ”

นางตะเคียนไม่ได้ตอบคำถามใด เธอเพียงหลับตาพริ้มลงก่อนที่ร่างวิญญาณสีเขียวโปร่งใสจะค่อย ๆ ลอยออกมาจากร่างเนื้อของ
น้องหญิง จนร่างของน้องหญิงฟุบลงกับไหล่ของเขา จากนั้นร่างวิญญาณจึงแปรสภาพเป็นเหมือนควันลอยล่องหายเข้าไปในจี้ห้อย
คอของเขา และเมื่อกลุ่มควันได้หายวับเข้าไปในโลหะสีเงินวาวรูปร่างคล้ายหยดน้ำนั้นแล้ว ก็แว่วเสียงของนางตะเคียนดังออกมา

“แก้วกานดา … ผู้คนเคยเรียกหานามของข้าว่า ท่านหญิงแก้วกานดา วรผกาวรรณ”

……………………………………………………………………………………….

LAMBERG:
คุยเล่น ๆ

สำหรับตอนนี้จะออกแนวโลลินะครับ มีเนื้อเรื่องแทรกเล็กน้อยถึงเล็กน้อยมากกก

แรกสุดตั้งใจจะเขียนแนวตาแก่หื่นใส่เด็กสาว แต่ไป ๆ มา ๆ เขียนไม่ออกจริง ๆ (เสียดายของ)
สงสัยจะไม่ใช่แนว สุดท้ายก็เลยออกมาแนวนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถูกใจบรรดาขาโลลิสักขนาดไหน

หากมีข้อติชมแนะนำอย่างไร ก็ขอน้อมรับด้วยความยินดีครับ



รักยม ตอนที่ 55 - ปั่มป๊าม
Assasin008 27/01/2012
...



“พี่เอกบ้า บ้า บ้า บ้าที่สุดเลย … หายไปตั้งหลายวันไม่พอ ยังพาผู้หญิงพวกนั้นกลับมามั่วที่บ้านอีก
พี่หญิงก็เป็นไปด้วยอีกคนเป็นแฟนกันแท้ ๆ ปล่อยให้พี่เอกทำงี้ได้ไง”

เมย์ เด็กนักเรียนมัธยมต้นวัย 14 ปี ที่สวยน่ารักดั่งนางฟ้าตัวน้อยขมวดคิ้ว ยืนบ่นอุบอิบอยู่หน้ากระจก
เงาในห้องน้ำ ขณะที่สองมือเล็ก ๆ กำลังสาละวนลากไล้ผ้าขนหนูเนื้อนิ่มซับหยดน้ำที่เปียกพราวอยู่ทั่ว
ร่างกายด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนสองเต้าที่อวบกลมไม่แพ้สาววัยมหาลัยเด้งสั่นไหวระริก




“มั่ว คืออะไรจ๊ะ พี่เมย์จ๋า ?”

มายด์ เด็กสาววัย 11 ขวบ ที่สวยน่ารักสดใสดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเอ่ยถามเสียงสดใส ขณะแอบลอบ
มองดูเรือนร่างที่เต็มไปด้วยส่วนโค้งเว้าของผู้เป็นพี่สาวด้วยความอิจฉา ไปพร้อม ๆ กับใช้ฝ่ามือเล็ก ๆ ลูบไล้
แป้งเด็กเนื้อละเอียดเนียนไปตามแขน ขา และเนื้อตัวอันบอบบางน่าทะนุถนอมของตน



“มั่วก็คือ ... อืม ... ช่างเหอะ เด็กอย่างมายด์อย่าเพิ่งรู้เลย … เอาเป็นว่าไม่ดีก็แล้วกัน”

เมย์ หันไปมองมองใบหน้าอันไร้เดียงสาของน้องสาว ก่อนตัดสินใจไม่แปลความหมายที่ไม่ดีของคำว่า ‘มั่ว’
ออกมาให้รับรู้ เธอจึงเพียงพูดตัดบทแล้วหันไปมองกระจกเงา ก่อนใช้ฝ่ามือลูบไล้แป้งเด็กยี่ห้อเดียวกันไป
ตามเรือนร่างอันเปล่าเปลือยของตนจนกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยไปทั่วห้อง

“มั่ว หมายถึงที่พี่เอกทำกับพี่หญิง พี่ฟ้า พี่ฝน แล้วก็พี่ฝ้ายหรือเปล่าค่ะ เสียงดังทั้งคืนจนมายด์นอนไม่หลับเลย”

มายด์ หันมาสบสายตากับพี่สาวด้วยดวงตาอันกลมโตสดใส ก่อนเอ่ยถามเสียงใสเสมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ในชีวิตประจำวัน ก่อนหันไปหยิบกระป๋องแป้งมาเทลงในฝ่ามือ แล้วลูบไล้ไปตามท่อนขาและสะโพกเล็ก ๆ ของตน
หากแต่ผู้เป็นพี่สาวที่ถูกถามถึงกับอ้ำอึ้งด้วยไม่รู้ว่าจะตอบน้องสาวที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องมากเกินควรอย่างไรดี

“ยัยมายด์ !! สอดรู้เรื่องผู้ใหญ่มากไปแล้วนะ แล้วนี่ไปสนิทกับผู้หญิงพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ จำชื่อได้หมดเชียว”

เมย์ ถามด้วยน้ำเสียงขุ่น ๆ เมื่อต้องพูดถึง ‘ผู้หญิงพวกนั้น’ เด็กสาวหมายถึงพวกผู้หญิงที่มาพร้อมกับพี่ชายของ
เธอเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งคราแรกที่ได้เห็นพี่ชายกลับมาที่คอนโด เธอก็ดีใจจนตัวลอย อยากจะกระโดดเข้าไปกอดรัด
กับผู้ชายคนแรกที่ได้ความสาวของเธอไปเสียให้หายคิดถึง หากแต่พี่ชายของเธอก็เพียงเอามือลูบหัวเบา ๆ แล้ว
แนะนำตัวผู้หญิงพวกนั้น ก่อนจะพากันหายเข้าไปในห้องนอนทั้งคืน ทิ้งให้เธอได้แต่ยืนมองตามด้วยสายตาละห้อย

ถึงแม้จะเพิ่งอยู่ในวัยเพียง 14 ปี แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าพี่ชายของเธอ และผู้หญิงพวกนั้น ทำอะไรกันอยู่ในห้อง
ทั้งคืน เพราะไหนจะเสียงร้องครางบ้างล่ะ เสียงตุบ ๆ กระแทกกับฝาผนังบ้างล่ะ แถมเมื่อคืนตอนที่เธอออกไป
หาน้ำกินในห้องครัว แม้จะมืดไปหน่อยเพราะไม่ได้เปิดไฟ แต่เธอก็ได้เห็นเสียจนเต็มตาเลย ว่าพี่ชายของเธอกำลัง
มั่วอยู่กับสาวหมวยที่ชื่อว่าฟ้าบนโต๊ะกินข้าว !!

“ก็พี่สาวทุกคนสวยน่ารักหมดเลยนี่คะ พี่ฝ้ายที่เป็นนางพยาบาลก็ผิวขาวม๊ากมาก พี่ฝนที่เป็นพริตตี้ก็เซ็กส์ซี่ดีจัง
พี่ฟ้าก็ดูหมวย ๆ ดุ ๆ แต่ใจดีน่ารัก ส่วนพี่หญิงก็สวยสุด สวยเหมือนนางฟ้าเหมือนเดิม แถมพี่ฝ้ายยังชมมายด์ว่า
สวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ด้วยนะคะ”

มายด์ เด็กสาวที่มีนิสัยช่างสังเกตเกินวัย สาธยายรายละเอียดของ ‘ผู้หญิงพวกนั้น’ ออกมาอย่างละเอียดยิบด้วย
ใบหน้าอันภาคภูมิใจ ในขณะที่เมย์ผู้เป็นพี่สาวกำลังขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่น้องสาวของตนดูจะชื่นชม
ศัตรูหัวใจที่มาแย่งพี่ชายสุดที่รักของเธอซะเหลือเกิน

“อ๊ะ แต่ว่า พี่เมย์ ของมายด์สวยกว่า พี่ฟ้า พี่ฝน แล้วก็พี่ฝ้ายนะคะ ถ้าโตอีกหน่อยพี่เมย์คงสวยเหมือนนางฟ้า
ต้องสวยไม่แพ้พี่หญิงแน่เลย”

เสียงหวานใสของมายด์ที่พูดจาฟังดูคล้ายจะเป็นการประจบ หากแต่เมื่อดวงตากลมโตนั้นดูเปี่ยมไปด้วยความ
บริสุทธ์ไร้เดียงสาไม่เหมือนกับเป็นการพูดเพื่อเอาใจ ก็ทำให้ผู้เป็นพี่สาวค่อยยิ้มออกมาได้

“ฮึ ยัยเด็กขี้ประจบ”

เมย์ ขยับมือเอานิ้วไปจิ้มใส่จมูกโด่ง ๆ ของน้องสาวตัวน้อย ก่อนพูดประชดใส่ กระนั้นเด็กสาวผู้เป็นพี่ก็อดรู้สึก
ภูมิใจในตัวเองลึก ๆ ไม่ได้ ที่อย่างน้อยก็มีใครสักคนมองว่าตัวเธอเหนือกว่าผู้หญิงพวกนั้น

เมย์ ยืนมองเงาของเด็กสาวหน้าตาสะสวยน่ารักดั่งนางฟ้าตัวน้อยที่สะท้อนอยู่ในกระจกอย่างเหม่อลอย
ในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 14 ปี ถึงแม้ว่าเธอจะยังมีเสน่ห์ด้อยกว่าพี่หญิงก็ยังพอรู้สึกรับได้ แต่เธอก็ตั้งใจมั่น
เอาไว้แล้วว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงที่สวย เซ็กส์ซี่ และน่ารักที่สุดในโลก เป็นผู้หญิงเพียบพร้อมที่จะทำ
ให้พี่เอกของเธอหลงรักจนหัวปักหัวปำให้จงได้

“มายด์พูดจริงนี่คะ ก็เวลาเดินไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนมองพี่เมย์ ... มองเหมือนอยากจะจับพี่เมย์กินแน่ะ
... มายด์อยากสวย น่ารัก แล้วก็หุ่นดีแบบพี่เมย์ กับพี่หญิงบ้างจัง... มายด์จะได้ .... ”

มายด์ ที่เกือบจะหลุดปากพูดคำต่อไปว่า ‘มายด์จะได้มั่วกับพี่เอกบ้าง’ รีบปิดปากแล้วหลบสายตาผู้เป็นพี่สาว
ก่อนก้มลงมองหน้าอกที่เพิ่งตั้งเต้านูนขึ้นมาเป็นผลส้มเล็ก ๆ แล้วมองสำรวจร่างกายที่ยังคงบอบบางเป็นแค่เด็ก
น้อยของตน ก่อนหันไปมองหน้าอกอวบอิ่ม และเรือนร่างที่เติบโตเกินวัยของผู้เป็นพี่สาวด้วยสายตาละห้อยระคน
อิจฉาอีกครา

“เดี๋ยวนี้อ้อนเก่งนะยัยมายด์ แต่เราก็ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ หน้าใสกิ๊งเหมือนตุ๊กตาแบบนี้โตมาต้องสวยน่ารักแน่ ๆ”

เมย์ ที่ได้ยินคำชมอันใสซื่อจากน้องสาวก็ถึงกับยิ้มแก้มแทบปริ เธอไม่ได้สนใจคำพูดทิ้งท้ายที่มายด์พูดไม่ทันจบ
เลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่หันไป แอ่นอก แอ่นก้น ด้วยลีลาท่าทางที่ไม่แพ้นางแบบในนิตยสาร เด็กสาวมองสัด
ส่วนอันโค้งเว้าของตนเองที่เด่นหราอยู่ในกระจกเงาอย่างภาคภูมิใจ ทั้ง ๆ ที่เธอเคยรู้สึกรำคาญหน้าอกของตัวเอง
ที่ตั้งเต้าตูมเติบโตเกินหน้าเกินตาเพื่อน ๆ วัยเดียวกันจนรู้สึกเหมือนเป็นปมด้อยมานานพอดู

เด็กสาวเคยรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่เธอต้องคอยทนถูกมองด้วยสายตาอันน่ากลัวจากเพศตรงข้าม เด็กสาวเคย
ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ชายถึงได้ชอบแอบมองหน้าอกกับเรียวขาของเธอนัก หากแต่เมื่อมีสัมพันธ์สวาทอันร้อน
แรงกับพี่เอก เธอก็เริ่มรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตนเองมี เธอชื่นชอบเหลือเกินเวลาที่พี่เอกของเธอบีบเคล้นขย้ำไปตาม
เนื้อตัวของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่หน้าอกทั้งสองข้างถูกฝ่ามือใหญ่ ๆ ของเขาบีบขยี้

ความรู้สึกวาบหวิวในอารมณ์อันน่าพิศวงแผ่วพริ้วกระเพื่อมไหวน้อย ๆ ไปทั่วร่าง เมื่อเด็กสาวแอบหวนนึกไปถึง
ค่ำคืนที่โดนพี่ชายของเธอลูบไล้เคล้นคลึงไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทรักอันแสนหฤหรรษ์ ที่พรากเอา
ความบริสุทธ์ผุดผ่องไปจากเธอตลอดกาล

เมย์ เม้มปากน้อย ๆ ขณะเอามือลูบแป้งในฝ่ามือเบา ๆ แล้วขยับไปลูบไล้ที่เนินอกอวบเต่งไม่แพ้สาวมหาลัย
อย่างแผ่วเบา เด็กสาวเริ่มจากนวดเฟ้นไปตามฐานเต้านมจนหน้าอกอวบสั่นไหว แล้วค่อย ๆ ไล้ขึ้นไปวนรอบ ๆ
ปลายถันสีชมพูอ่อน ก่อนจะตัวสั่นน้อย ๆ ร้องครางออกมาเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วเกี่ยวโดนเข้ากับจุดรวมความสยิว
ที่ปลายถันเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ

เพียงแตะนิดสะกิดหน่อย ร่างของเด็กสาวที่อัดอั้นความต้องการมานานหลายวันก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาในทันที
ปลายถันสีสวยที่อ่อนนุ่มค่อย ๆ เต่งตัวแข็งเป็นเม็ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับความกระสันต์ที่เพิ่มสูงขึ้น
จนเด็กสาวแอบเผลอนึกจินตนาการไปว่าอุ้งมือน้อย ๆ ของตนที่กำลังนวดเฟ้นไปตามความคัดเต่งแน่นของสอง
เต้าอวบคือฝ่ามือร้อน ๆ ของผู้เป็นพี่ชาย
“อา......”

เด็กสาวแอบสูดปากเบา ๆ ให้กับความสยิวน้อย ๆ ที่สรรค์สร้างด้วยน้ำมือตนเอง กระแสความสุขที่แผ่วพริ้ว
ไปทั่วร่างเร่งเร้าให้เธอค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบกำขยำนวดเต้านมที่อวบใหญ่กว่าฝ่ามือน้อย ๆ เสียเกือบครึ่งด้วย
ความรู้สึกกระหาย เพียงแค่นั้นความกระสันต์ที่รุนแรงกว่าเดิมก็แล่นวูบจนเด็กสาวต้องหนีบสองขาเข้าหา
กันแน่นโดยไม่รู้ตัว

ในความคิดอันใสซื่อของเด็กสาวอ่อนวัยคล้ายจะนึกถึงเพียงภาพ และกลิ่นกายของพี่ชายที่เป็นผู้ชายคนแรก
ของเธอจนเริ่มรู้สึกเคลิบเคลิ้ม มือน้อย ๆ ข้างหนึ่งจึงค่อย ๆ ลดระดับเลื่อนลงไปเกาะกุมที่รอยแยกกลางลำตัว
อย่างแผ่วเบา ก่อนสูดปากซี้ดเมื่อลากไล้ปลายนิ้วกรีดไปตามความยาวของร่องที่ปิดเม้มแน่นสนิท

“อูยยยยยยย ซี้ดดสสสส”

เด็กสาวส่งเสียงครางซี้ดเมื่อกดปลายนิ้วลึกเข้าไปจนโดนเม็ดแตดที่กำลังเต่งตัว ร่างกายอันสาวสดที่เคยได้
รับความสุขกระสันต์ของการร่วมเพศดูจะตื่นตัวอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน เพราะเพียงเท่านี้ก็มีน้ำใส ๆ ไหล
ซึมเอ่อออกมาจากร่องสวาทเสียแล้ว

เด็กสาวรู้สึกเหมือนเริ่มหยุดตัวเองไว้ไม่อยู่ มือข้างหนึ่งบีบเต้าตัวเองแรงขึ้นจนเนื้อขาวอวบปลิ้นทะลักเต็มฝ่ามือ
ในขณะที่อีกมือก็แหย่นิ้วเข้าไปสัมผัสถูไถกับติ่งแตดเร็วขึ้น ความใคร่ที่อัดอั้นมานานเริ่มทำให้เด็กสาวหัวหมุน
รู้สึกอยากสอดนิ้วมือให้ลึกกว่านี้ อยากบีบขย้ำเนื้อตัวของตนให้แรงกว่านี้ และเธอก็คงจะทำตามเสียงร่ำร้อง
ของเรือนร่างวัยเจริญพันธ์อย่างแน่นอน ... หากว่าเสียงใส ๆ ของน้องสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
เสียก่อน

“พี่เมย์จ๋า ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ”

“... เอ่อ ปะ เปล่า ... ไม่เป็นอะไรหรอก ... รีบ ๆ แต่งตัวไปโรงเรียนได้แล้ว สายแล้ว รถไฟฟ้ายิ่งคนเยอะ ๆ อยู่ด้วย”

เมย์ ที่หันไปเห็นน้องสาวกำลังมองมาตาแป๋วพูดเฉไฉเปลี่ยนเรื่องด้วยความอาย เธอรีบหยิบคว้าเอากางเกงในสีขาว
ลายโดราเอมอนที่แขวนอยู่ข้าง ๆ มาสวมใส่ปิดคลุมกลีบกุหลาบที่กำลังร้อนรุ่มเป็นไฟ แล้วตามด้วยยกทรงสีเดียวกัน
จากนั้นจึงหยิบเอาเสื้อ และกระโปรงนักเรียนของโรงเรียนสตรีชื่อดังมาสวมคลุมปิดทับเรือนร่างของตนเองอย่างรวดเร็ว

“เอ๋ ? ... พี่เมย์จะไปรถไฟฟ้าเหรอจ๊ะ ... ก็เมื่อคืนพี่เอกบอกว่าวันนี้จะไปส่งพี่เมย์ กับ มายด์ที่โรงเรียนนี่นา”

“ฮึ ... พี่เอกเค้าคงไม่ว่างไปส่งพวกเราหรอก คงจะมั่วอยู่กับผู้หญิงพวกนั้นในห้องอีกนาน”

เมย์ ที่ใจจริงก็อยากให้พี่ชายตัวเองไปส่ง พูดน้ำเสียงประชดด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เธอเองก็อยากจะไปดึงตัวพี่ชาย
ออกมาจากผู้หญิงพวกนั้นจะแย่ แต่ใจเบื้องลึกก็กลัวว่าพี่ชายจะเห็นผู้หญิงพวกนั้นดีกว่า แล้วตอบปฎิเสธน้องสาว
อย่างเธอ เหตนี้จึงทำให้เด็กสาวตัวน้อยไม่กล้าไปเรียกหาพี่ชาย

“ก็พี่เอกสัญญาแล้วนี่นา แต่ถ้าพี่เอกยังไม่ตื่น เราก็ไปเรียกซิคะ มายด์อยากให้พี่เอกไปส่ง นะจ๊ะพี่เมย์จ๋า”

มายด์ ที่เด็กกว่าและไม่ได้ครุ่นคิดอะไรมากมายเช่นผู้เป็นพี่ พูดเสียงใสซื่อ ซึ่งดูไปแล้วเธอไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่าผู้
เป็นพี่ชายจะปฎิเสธหากว่าเธอร้องขอ

“อืมมมม ... ถ้ามายด์อยากไปกับพี่เอกมาก งั้นมายด์ก็ไปเรียกพี่เอกนะ ส่วนพี่จะไปเป็นเพื่อนเฉย ๆ ... ไปกันเลย”

เมื่อสิ้นเสียง ผู้เป็นพี่สาวที่แสร้งทำท่าทางเหมือนไม่อยากรบกวนพี่ชาย ก็รีบคว้าจับมือน้อย ๆ ของน้องสาวตัวเล็กที่
ยังใส่กระโปรงสีฟ้าไม่ทันเสร็จดี แล้วลากลิ่วตรงไปยังห้องนอนของพี่ชายเร็วเสียจนผู้เป็นน้องสาวอดขมวดคิ้วสงสัย
ไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่อยากให้พี่ชายไปส่ง

..................................................................

เด็กสาวสองพี่น้องหยุดหันมายืนมองหน้ากันเหรอหรา เมื่อบานประตูห้องนอนของพี่ชายเปิดแง้มอยู่น้อย ๆ แถมยังมี
ยกทรงลายลูกไม้สุดเซ็กส์ซี่สีดำที่เปื้อนคราบขาวเป็นหย่อม ๆ แขวนลอยอยู่ตรงลูกบิดประตูเสียด้วย อีกทั้งเมื่อตั้งใจ
ฟังเสียหน่อย ก็จะได้ยินเสียงดังปั่บ ๆ ที่แว่วมาพร้อมกับเสียงร้องครวญครางอย่างเปี่ยมสุขของผู้หญิงออกมาจาก
ในห้องได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

สองเด็กสาวหยุดยืนอ้ำอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่ใหญ่ แต่เป็นผู้เป็นพี่สาวที่รวบรวมความกล้าได้ก่อน ซึ่งถึงแม้จะลังเล
อยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วมือน้อย ๆ ของผู้เป็นพี่สาวก็ยกขึ้นผลักบานประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

สภาพในห้องนอนของพี่ชายยามเช้ามืดนั้นค่อนข้างมืดขมุกขมัว ด้วยไม่ได้เปิดหลอดไฟนีออนเอาไว้ หากแต่ก็พอมี
แสงสว่างจากแสงแดดยามเช้าตรู่ที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างสีทึบเข้ามาได้อยู่บ้าง ถึงแม้จะไม่ชัดมากนัก แต่ก็เพียงพอ
ที่จะทำให้สองเด็กสาวจำแนกได้ว่า มีสองร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวนอนแผ่หราอยู่บนเตียงนอนที่ตั้งอยู่กลางห้อง
และอีกหนึ่งร่างของหญิงสาวที่คล้ายกำลังโก้งโค้งนอนแนบหน้าบนเบาะรองนั่งปล่อยให้ก้นขาว ๆ ที่อิงอยู่กับพนักพิง
โซฟาลอยโด่งอยู่ในความมืด

สองเด็กสาวใจเต้นตึกตักอย่างบอกไม่ถูก หากนั่นมิใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นกระหายใคร่รู้
เมย์ บีบกระชับมือเล็ก ๆ ของน้องสาวที่มีเหงื่อซึมเล็กน้อยจนแน่น ก่อนก้าวขาเดินข้ามกางเกงในสีสวย และ
กระโปรงสีอ่อนที่วางระเกะระกะอยู่ที่พื้นก่อนตรงลึกเข้าไปยังกลางห้อง

ดวงตากลมโตสองคู่เพ่งมองหนึ่งในสองร่างที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงนอน ก่อนพบว่าหนึ่งในนั้นคือพี่ฟ้า สาว
หมวยท่าทางห้าว ๆ ส่วนหญิงสาวหน้าหวานผิวขาวผ่องที่นอนตะแคงอยู่ข้าง ๆ นั้นก็คือพี่ฝ้าย ที่พี่เอกบอกว่า
ทำงานเป็นนางพยาบาล และ สำหรับร่างสุดท้ายที่นอนก้นโด่งอยู่ตรงโซฟา ก็คือ พี่ฝน ที่ทำงานเป็นพริตตี้นั่นเอง

เมย์ แอบกลืนน้ำลายกลงคอเสียงดังเอื้อกด้วยความรู้สึกวาบหวิวเมื่อได้เห็นสภาพอันเปรอะเปื้อนไปด้วยราคีคาว
ของพี่ฟ้าและพี่ฝ้าย ดวงตากลมโตกวาดไล่มองไปตามเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่โดนบีบขยี้จนมีรอยแดงจ้ำไปทั่วทั้งตัว
ผมเผ้าที่เรียบสวยเป็นทรงของสองสาวบัดนี้กระเซอะกระเซิงจนยุ่งเหยิงหมดสวยไปเสียแล้ว และที่ดูจะสะดุดตา
ของเด็กสาวมากที่สุด ก็คงจะเป็นแข้งขาที่นอนถ่างอ้าซ่าเปิดให้เห็นกลีบกุหลาบที่อัดแน่นไปด้วยคราบน้ำขาวข้น
นั่นเอง ภาพอันวาบหวิวที่เห็นแบบเต็มตาทำเอาเด็กสาวอดไม่ได้ให้บังเกิดความรู้สึกอิจฉา จนรู้สึกคันยุบยิบตรง
กลางหว่างขาขึ้นมาเสียแล้ว

มายด์ เด็กสาวในวัยเพียง 11 ขวบ บีบกระชับมือของพี่สาวจนแน่น ดวงตากลมโตสดใสจับจ้องเขม็งไปยังร่าง
ของหญิงสาวที่นอนก้นโด่งอยู่ตรงโซฟา ซึ่งแม้ว่าเธอจะเคยผ่านเกมกามกับพี่ชายมาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อไม่กี่วันก่อน
หากแต่ด้วยความไร้เดียงสาก็ทำเอาเด็กสาวรู้สึกงุนงงไม่น้อย ว่าเหตใดพี่ฝนที่เป็นพริตตี้จึงไปนอนอยู่ในท่วงท่า
อันแปลกประหลาดแบบนั้น ความรู้สึกประหลาดใจบังเกิดขึ้นมาอีกเมื่อเธอสังเกตเห็นน้ำสีขาวข้นเอ่อไหลออกมา
จากทางก้นจนไหลย้อยลงไปตามง่ามขาที่ห้อยเรี่ยลงไปบนพื้น และเมื่อเด็กสาวแอบคิดจินตนาการตามว่าพี่ฝน
คนนั้นโดนพี่ชายของเธอทำอะไรเข้าไป เด็กสาวก็ถึงกับเกิดอาการเสียววูบจนต้องหนีบขา แล้วเอื้อมมือไปแตะ
ตรงก้นตัวเองที่ซึ่งกำลังขมิบหนุบ ๆ อย่างไม่รู้ตัว

“..... ซี้ดดดสสสส โอยยยยย อูววววววววววววววววววว ”

เสียงที่แว่วออกมาจากทางห้องน้ำ แม้จะแผ่วเบา แต่ก็ทำเอาสองเด็กสาวที่กำลังอยู่ในภวังค์แห่งราคะถึงกับสะดุ้งโหยง
อย่างพร้อมเพรียง พวกเธอหันไปมองทางต้นเสียงก่อนบีบกระชับมือที่กำลังชุ่มเหงื่อของอีกฝ่าย แล้วก้าวเดินไปพร้อมกัน
ราวกับว่าเสียงนั้นเป็นมนต์สะกด

เมื่อพวกเธอใกล้เข้าไป เสียงนั้นก็ยิ่งแจ่มชัดในโสตประสาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหนึ่งนั้นคือเสียงซู่ซ่าของน้ำจากฝักบัว
ส่วนอีกหนึ่งนั้นคือเสียงร้องครางอย่างหฤหรรษ์ของหญิงสาว และเสียงสุดท้ายที่ดูจะกระแทกเข้ากลางใจของพวกเธอ
มากที่สุด ก็คือเสียงกระแทกหนัก ๆ ดัง ตั่บ ตั่บ ตั่บ ที่กำลังดังระรัวถี่ยิบอยู่ในห้องน้ำ

พลันที่ภาพปรากฎเด่นชัด หนึ่งเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นวัย 14 ปี และหนึ่งเด็กนักเรียนชั้นประถมวัย 11 ปี ต่างก็พากัน
ยืนนิ่งเบิกตากลมโตมองค้างเข้าไปในห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดประตูไว้ แสงไฟนีออนที่เปิดอยู่ทำให้สองเด็กสาวมองเห็นภาพ
ด้านในได้ชัดเสียยิ่งกว่าชัด ด้านในนั้นร่างเปลือยที่สวยสมบูรณ์แบบราวกับนางฟ้าของพี่หญิงกำลังกอดรัดนัวเนียเสพ
สมอยู่กับร่างกำยำแข็งแรงของพี่เอกผู้เป็นพี่ชายของพวกเธออยู่อย่างดิบเถื่อนร้อนแรง

ท่ามกลางละอองน้ำที่พรั่งพรูดุจสายฝนจากฝักบัวที่แขวนลอยอยู่ด้านบน ร่างบอบบางขาวเนียนกำลังโดนร่างกำยำ
กดอัดติดเอาไว้กับผนังห้องน้ำ สองขาเรียวขาวเกี่ยวกระหวัดรัดอยู่รอบบั้นเอวอันแข็งแกร่งสมชาย ในขณะที่ชายหนุ่ม
ก็ใช้สองมือจับและบีบยึดก้นกลม ๆ ทั้งสองข้างเอาไว้จนแน่น พร้อมกับขยับบั้นเอวตอกอัดแก่นกายเข้าใส่ร่างอันบอบ
บางนั้นอย่างไม่ปราณีปราศัย

“อะ โอออววววว ซี้ดดดสสสสสส ...... อูวววว ว….”

พี่หญิงที่สวยสง่าดุจนางฟ้าของพวกเธอส่งเสียงครางกระเส่าตลอดเวลา ขณะที่พี่เอกก็ใช้พลังวัยหนุ่นอันล้นเหลืออัด
กระแทกเอวซอยถี่ยิบเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง พร้อม ๆ กับล้วงมือบีบขยำขยี้เคล้นคลึงไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอันสวยงาม
สมบูรณ์แบบด้วยกิริยาหื่นกระหายที่ไม่ต่างใด ๆ กับสัตว์ป่าเพศผู้ ความรุนแรงกระสันอันดิบเถื่อนของผู้เป็นพี่ชายใน
รูปแบบที่พวกเธอไม่เคยเห็นทำให้สองเด็กสาวอดคิดด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้ว่าเรือนร่างที่สวยบอบบางของพี่หญิง
นั้นอาจจะแตกหักสลายด้วยน้ำมือของพี่เอกได้ทุกเมื่อ

“ซี้ดดดสสสสสส ... แรงอีก ... โออออวววว .... เกือบแล้ว ... อูวววว …โออออวววววว ... อย่าหยุดนะ ... ”

ความหวาดหวั่นและกังวลของสองเด็กสาวดูราวกับเป็นเรื่องไร้สาระ เมื่อสาวสวยร่างบอบบางเอ่ยวอนขอบทรักที่
หนักหน่วงกว่าเดิมด้วยใบหน้าอันบิดเบี้ยว และน้ำเสียงอันกระเส่า อีกทั้งยังเด้งสะโพกโยกเอวตอบรับสอดประสาน
กับจังหวะขยับบั้นเอวของชายหนุ่มด้วยลีลาที่สอดคล้องเข้ากันได้เป็นอย่างดีเสียอีกต่างหาก

สองเด็กสาวได้แต่ยืนมองใบหน้าอันบิดเบี้ยวของหนุ่มสาวร้อนรักด้วยหัวใจที่เต้นระทึกระรัวเร็ว อารมณ์อันร้อนวูบวาบ
แผ่วพริ้วซาบซ่านไปทั่วร่างมากขึ้นทุกคราที่ได้เห็นแก่นกายของพี่เอกกดอัดเข้าไปในร่างของหญิงสาว และเมื่อพี่เอก
เคลื่อนไหวตัวตนรวดเร็วขึ้นราวกับเป็นเครื่องจักรที่กระหน่ำตอกย้ำความแข็งแกร่งแห่งเพศผู้เข้าใส่ร่างของพี่หญิงที่
เด้งสะโพกร่อนตอบรับอย่างไม่ยอมแพ้ อารมณ์ทางเพศของสองเด็กสาวก็ลุกโชนราวกับโดนน้ำมันเบนซินราดใส่กองเพลิง

เมย์ และ มายด์ คล้ายตกอยู่ในมนต์สะกด สองเด็กสาวที่กำลังโดนอารมณ์แห่งราคะเล่นงาน เอื้อมฝ่ามือน้อย ๆ ล้วง
ลงไปในกระโปรงนักเรียน แล้วสัมผัสเข้ากับกลีบกุหลาบของตนเองอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ และแม้ว่าจะมีกาง
เกงในตัวน้อยปิดกั้นอยู่หนึ่งชั้น แต่ก็เพียงพอที่สัมผัสของปลายนิ้วจะทำให้สองเด็กสาวถึงกับสั่นระริก

สองเด็กสาวปล่อยมือที่จับกันอยู่ออกอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ใช้ปลายนิ้วเล็ก ๆ กรีดกรายรูดไปตามร่องที่หลั่งน้ำ
ออกมาจนเปียกชุ่มกางเกงใน ภาพชายหนุ่มที่กำลังบีบบี้สองเต้านมจนบี้แบน แถมด้วยการโหมกระหน่ำเข้าใส่ร่าง
ของหญิงสาวอย่างหักโหมทำเอาสองเด็กสาวรู้สึกหน้ามืดตามัว

ยิ่งจ้องมองภาพนั้นน้ำรักอันใสบริสุทธ์ก็ยิ่งหลั่งไหลออกมา พร้อมกับอาการบิดเกร็งที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวจนต้องหนีบ
สองขาเข้าหากันจนแน่น แล้วใช้ปลายนิ้วบดบี้กับกลีบกุหลาบที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงในของตนเองให้หนักหน่วง
ยิ่งขึ้น และเพียงครู่เดียวสองเด็กสาวที่มิอาจจะทานทนต่อความอยากได้อีกต่อไป ก็ถึงกับบีบขยำเต้านมของตัวเอง
จากด้านนอกเสื้อนักเรียน พร้อมกับล้วงมือน้อย ๆ สอดเข้าไปในกางเกงในด้วยหวังจะสัมผัสบดบี้เข้ากับกลีบกุหลาบ
ที่กำลังร้อนฉ่าให้ได้ความเสียวที่ลึกล้ำกว่าเดิม

“โอววววววว …. อูววววววว …. อือออ โอววววว ไม่ไหวแล้ว …. อะ .... อ๊ายยยยย ”

เสียงหวีดร้องอย่างสุขสมของพี่หญิงทำเอาสองเด็กสาวที่กำลังหายใจฟืดฟาดหยุดชะงักชั่วคราว พวกเธอเบิกตากว้าง
มองดูพี่หญิงดีดเด้งตัวไปมาอย่างรุนแรงภายใต้อ้อมกอดอันแข็งแกร่งของพี่เอก สองมือและสองขาของเธอกอดรัดพี่เอก
เอาไว้จนแน่น แต่กระนั้นพี่เอกของพวกเธอก็ยังคงขยับบั้นเอวโหมกระหน่ำเข้าใส่ร่างของพี่หญิงอย่างเร็วจี๋ ร่างที่กำลังบิด
เกร็งเพราะความหฤหรรษ์จึงเด้งกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตลอดเวลา

เมื่อร่างบอบบางของหญิงที่แอ่นเด้งด้วยความสุขสมสงบนิ่งลงจนแขนขาห้อยเรี่ย เอกก็กระแทกเอวสุดแรงเข้าใส่อีก
สองสามครั้งจนร่างบางนั้นเด้งกระตุกสะท้านเฮือก จากนั้นเอกก็ถอนตัวลากเอาแก่นกายที่เป็นมันวาวออกมาจากร่าง
ของหญิงอย่างรวดเร็ว ก่อนปล่อยประคองให้ร่างอันอ่อนเปลี้ยของหญิงทรุดลงไปนั่งกองอยู่บนพื้นห้องน้ำ แล้วจับเอา
แก่นกายที่กำลังกระตุกหงึก ๆ ชี้จ่อไปที่ใบหน้าสวยหวาน พร้อมกับฉีดเอาน้ำรักขาวข้นกระฉูดเข้าใส่เต็มหน้าของหญิง
อย่างแรง

เอก เงยหน้าสูดปากกระเส่าขณะใช้มือรูดแก่นกายตัวเองจนเร็วจี๋ จากนั้นน้ำรักสีขาวข้นก็ถูกฉีดพุ่งทะยานออกมาอีก
หลายระลอกจนเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าสวยใส แล้วไหลย้อยลงไปตามลำคอจนถึงเต้านมที่กำลังหอบสั่นกระเพื่อม
และเมื่อน้ำรักระลอกสุดท้ายกระฉูดออกมา เอกก็จับเอาส่วนปลายของแก่นกายที่บานโร่ขยับกดปาดถูไถไปตามแก้ม
ขาวเนียนใส ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกดมันเข้าไปจนเต็มริมฝีปากบางที่อ้ารออยู่แล้ว แล้วหยุดนิ่งยืนพักหอบหายใจ
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยสุขสม ปล่อยให้หญิงสาวทำหน้าที่อ้าปากอมและเลียแท่งเนื้อเอาไว้จนแก้มขาวใสบวมตุ่ย
โดยไม่รู้เลยว่าน้องสาววัยใสทั้งสองของตนนั้นกำลังยืนมองดูอยู่ด้วยแววตาอันแสนร้อนแรงเพียงใด

..................................................................

นักศึกษาสาวสวยดีกรีดาวเด่นมหาวิทยาลัยชื่อดัง อ้าปากคายแท่งเนื้อที่ยังคงแข็งปั๋งอยู่เต็มปากออกมาจูบที่ส่วน
ปลายหัวอย่างรักใคร่หนึ่งครั้ง ก่อนก้มหน้าลงไปอ้าปากงับพวงไข่ที่ห้อยเรี่ยทั้งสองลูกสลับไปมาจนชายหนุ่มที่เพิ่ง
เสร็จสมถึงกับครางอูยเสียงระส่ำ เธอมองใบหน้าของชายสุดที่รักด้วยแววตาพออกพอใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นไปเอ่ย
ถามชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอันหวานฉ่ำ

“พี่เอกคะ ... พี่เอกรักหญิงหรือเปล่า”

เอก ก้มหน้าลงมองใบหน้าอันสวยสดของแฟนสาวพร้อมด้วยรอยยิ้ม เพราะแม้ว่าน้ำจากฝักบัวจะช่วยชะล้าง
คราบน้ำกามออกจากใบหน้าของเธอไปบ้างแล้วบางส่วน แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่เปรอะเลอะอยู่รอบปาก แก้ม
และตรงใบหู กระนั้นชายหนุ่มก็เอื้อมมือลงมาขยี้ผมที่เปียกปอนของแฟนสาวอย่างรักใคร่ ก่อนดึงรั้งร่างของเธอ
ขึ้นมากอดแล้วพูดตอบด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น พร้อมกับพรมจูบไปทั่วใบหน้าอันสวยหวาน

“ไม่เห็นต้องถามเลย พี่เอกรักน้องหญิง รักที่สุดในโลก รักยิ่งกว่าใคร ๆ เลยรู้มั้ย”

“แล้วพี่ฝ้าย พี่ฝน กับ ยัยฟ้าล่ะคะ ... พี่เอกรักด้วยหรือเปล่า”

สาวสวยผลักไสใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังพรมจูบจนเธอเริ่มอ่อนระทวยให้ออกห่าง ก่อนจ้องมองลึกเข้าไปใน
ดวงตาของเขาพร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“... อืมม .... พี่รักฝ้าย พี่ฝน แล้วก็ฟ้า เหมือนกันทั้งสามคน ... แต่จะพูดยังไงดีล่ะ .. รักแต่ก็รักไม่เท่าน้องหญิง”

เอก ลังเลในคราแรกด้วยไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร แต่สุดท้ายเขาก็ตอบไปตามตรงอย่างที่ใจคิด

“ปากหวานแบบนี้น่ะซิ ถึงได้มีแฟนหลายคน ... พี่เอกตอบหญิงมาตามตรงได้มั้ยคะ ห้ามโกหกนะ”

“อื้ม พี่สัญญาว่าจะไม่โกหก”

“นอกจาก หญิง ยัยฟ้า พี่ฝ้าย แล้วก็พี่ฝน พวกเราสี่คน พี่เอกมีผู้หญิงคนอื่นอีกหรือเปล่าคะ ?”

“ก็ ... ถ้าแค่เคยมีเซ็กส์ด้วย ก็มีอีก 3-4 คน”

“แค่นี้จริง ๆ หรือเปล่าคะ พี่เอก ห้ามโกหกนะ ถ้าจับได้ว่าโกหกล่ะก็หญิงจะบีบให้หักคามือเลยคอยดู”

สาวสวยมองด้วยสายตาคาดคั้นหาความจริงไปพร้อม ๆ กับขู่ชายหนุ่มด้วยการล้วงมือลงจับดุ้นเอ็น
แล้วบีบกระชับด้วยความแรงพอประมาณ

“โอ๊ย ๆ พี่ไม่โกหกหรอกจ้ะ ... พี่พูดจริง ๆ ถ้าจะเอาให้ชัด ๆ ก็คืออีก 4 คน”

เอก ยิ้มรับคำขู่ของน้องหญิงแบบขำ ๆ เขาพยายามนับไปพลาง กระแต เมย์ มายด์ แล้วก็ ปู นับได้จริง ๆ

“งั้นอีก 4 คน ที่ว่านี้ เป็นแค่ความสัมพันธ์แบบชั่วคราว ค้างคืน หรือว่าแบบจริงจังคะ”

“ก็ ... คนนึงคงเป็นแบบชั่วคราวเพราะเป็นเมียคนอื่น … โอ๊ย น้องหญิงอย่าหยิกซิ”

“อธิบายมาซะดี ๆ หญิง รับไม่ได้นะคะ ถ้าไปยุ่งกับของคนอื่น”

“จ้า จ้า คือว่าตอนนั้นมันเป็นเรื่องสุดวิสัยน่ะ ต่างคนต่างก็ไม่มีสติรู้ตัว แฟนของเค้าก็อยู่ในเหตการณ์ด้วย
แต่เราก็ควบคุมตัวเองกันไม่ได้ อืม ตอนนั้นฝ้ายก็อยู่ด้วย ถ้าไม่เชื่อไปถามฝ้ายก็ได้”

เอก นึกไปถึงเหตการณ์ที่เขาได้ร่วมรักกับปู ผู้เป็นภรรยาของนายเก่ง ตอนที่เขาปราบผีที่โรงพยาบาลที่
ฝ้ายทำงานอยู่เมื่อหลายวันก่อน ซึ่งเขาทำตามที่พูดไว้ ไม่พูดโกหก บอกแต่ความจริง ยกเว้นก็แต่เรื่องที่ว่า
มีเซ็กส์กันเพราะโดนผีสิง

“พี่ฝ้ายก็อยู่ด้วยเหรอ อืม ... แต่ไม่รู้ตัวก็แสดงว่าเมาล่ะซิ พี่เอกหญิงไม่อยากให้พี่เอกไปยุ่งกับแฟนคน
อื่นนะคะ พี่เอกสัญญาได้มั้ย ว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก”

“จ้ะ สัญญาจ้ะ”

เอก พูดประเหลาะเสียงหวานพร้อม ๆ กับจูบหอมพรมไปทั่วหน้าน้องหญิง ก่อนที่อีกฝ่ายจะแสร้งทำหน้า
บึ้งตึงแล้วผลักหน้าของเอกออกมา

“พี่เอก ไม่ต้องประจบเลย เรื่องยังไม่จบ ... แล้วอีกสามคนที่เหลือล่ะ ยังไง”

“อีกคนนึงก็เป็นเรื่องสุดวิสัยเหมือนกัน ตอนนั้นพี่อยู่ที่หอพัก แล้วเขาก็วิ่งหลบผู้ชายเข้ามาในห้องเพราะ
รู้ตัวว่าโดนวางยาปลุกเซ็กส์เพื่อพาไปรุมโทรม ... ตอนนั้นจะออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ เพราะพวกนั้นเดินหา
กันอยู่ข้างนอก ... แล้ว ... พออยู่ในห้องกับพี่สองคนเขาก็ออกอาการ พี่ก็อดใจไม่ได้อยากช่วยเขาน่ะ”

เอก นึกไปถึงตอนที่เขากับกระแตมีอะไรกัน และก็แน่นอน เขาไม่ได้โกหก เพราะเขาก็แค่ไม่พูดถึงรักยม
ที่ช่วยดลบันดาลเหตการณ์ให้เกิดขึ้นก็เท่านั้น

“ฮึ ท่าทางจะช่วยไปหลายครั้งล่ะซิ แล้วยังไงคะ คนนี้ผูกพันธ์หรือเปล่า”

“คนนี้ไม่รู้ซิ ... หลังจากนั้นเราก็มีอะไรกันอีกครั้ง แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย น่าจะไม่ผูกพันธ์นะ”

เอก เพิ่งนึกสงสัยตัวเองเหมือนกัน ว่ากระแตก็ให้เบอร์ติดต่อกับเขาไว้ แถมครั้งล่าสุดก็อุตส่าห์ยอมเป็นฝ่าย
มาหาเขาถึงห้อง ซึ่งนั่นก็บอกชัดอยู่แล้วว่าเธอคิดผูกพันธ์กับเขาแค่ไหน แต่เป็นเขาเองที่แทบไม่เคยนึกถึง
หรืออยากจะสานสัมพันธ์กับดาราสาวนมโตคนนั้นให้ไปไกลกว่าเดิมเลย หากจะให้พูดตรง ๆ ล่ะก็ สำหรับ
เขาแล้ว กระแต ก็คล้าย ๆ กับผู้หญิงที่เขาแค่อยากจะมีอะไรด้วย แล้วก็จบกันไปแค่นั้น

“งั้นอีกสองคนล่ะ”

“สองคนนี้ ... คงต้องเรียกว่าผูกพันธ์ ... พี่เจอเพราะเขาไม่มีใคร ก็เลยต้องมาเสนอขายตัวเองแลกเงิน”

เอก นึกไปถึงสองน้องสาวอย่างเมย์และมายด์ ที่เขามีความสัมพันธ์เป็นทั้งพี่ชายแท้ ๆ รวมทั้งยังเป็นผู้ชาย
คนแรกของพวกเธอด้วย เขานึกไปแล้วก็ทำให้ตัวเองอดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่เขาอดใจไม่ไหวย่ำยีความบริสุทธ์น้อง
สาวทั้งสองคนของตัวเองจนป่นปี้ แววตาของเขาจึงสลดลงเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้หญิงที่แอบสังเกตเห็นหยุด
ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะโผเข้าไปกอดซุกร่างของเขาแล้วเอ่ยเสียงหวานฉ่ำ

“เรื่องในอดีตเป็นยังไงก็ช่างเถอะค่ะ ขอให้พี่เอกรักหญิง หญิงรักพี่เอกก็พอแล้ว … แต่ หญิงขออะไรพี่เอก
อย่างนึงได้มั้ยคะ”


“ได้ซิ น้องหญิงสุดที่รักจะขออะไรพี่เอกก็ให้หมดนั่นแหละ”

“หญิง อยากจะขอให้พวกเรามีกันแค่นี้ มีแค่หญิง ยัยฟ้า พี่ฝ้าย พี่ฝน แค่สี่คน แล้วก็จะรวมผู้หญิงอีกสี่คน
ที่พี่เอกเคยมีอะไรด้วยก็ได้ ถ้าพวกเขายอมรับการอยู่ร่วมกันแบบผู้ชายคนเดียวได้ หญิงไม่ว่านะคะถ้าพี่เอก
จะแอบไปเที่ยวเล็กเที่ยวน้อยนอกบ้านบ้างบางครั้ง แต่ความผูกพันธ์แบบต้องรักต้องดูแล หญิงขอให้พวก
เรามีกันแค่นี้ พี่เอกจะรับปากได้มั้ยคะ”

หญิงสาวถามต่อด้วยคำถามที่คงไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกคิดว่าจะมีผู้หญิงคิดแบบนี้ การยินยอมให้ผู้ชาย
ที่ตัวเองรักมีผู้หญิงอื่นได้ ต้องเรียกว่าผู้ชายคนนั้นช่างโชคดีมหาศาลแล้ว แถมนี่ยังยอมให้เขาแอบไปเที่ยว
เล็กเที่ยวน้อยแบบไม่มีพันธะได้บ้างด้วย ซึ่งเอกเองก็รู้สึกงุนงงไม่น้อย แต่เขาก็รู้ดีว่าความคิดนี้น่าจะเป็น
เพราะผลจากเสียงเพลงแห่งมนตราที่นางตะเคียนได้เสกสรรค์เอาไว้ให้เมื่อค่ำคืนก่อน
“พี่รับปากจ้ะ พี่จะมีแค่นี้ ไม่มากกว่านี้แล้ว”

“พี่เอก รับปากนะคะ ว่าจะดูแลพวกเราให้ดีที่สุด ห้ามทิ้งขว้างใครแม้แต่คนเดียว หญิงไม่อยากให้มีผู้หญิง
ต้องเจ็บช้ำเพราะพี่เอก ผู้หญิงที่ถูกคนที่ตัวเองรักทอดทิ้งน่าสงสารแค่ไหนรู้มั้ยคะ”

“พี่รับปากจ้ะ พี่จะดูแลทุกคนอย่างดี โดยเฉพาะน้องหญิงพี่จะดูแลมากเป็นพิเศษเลย”

“แล้วก็ พี่เอกจะมีแค่นี้ ไม่มีมากกว่านี้แน่ ๆ นะคะ พี่เอกสัญญากับหญิงใช่มั้ย”

“พี่สัญญา ถ้าผิดคำสัญญาขอให้พี่ไม่ตายดี ขอให้ตกนรกหมกไหม้ ไม่ได้ผุดไม่ได้ ... อุ๊บ”

ชายหนุ่มให้คำสัญญาอย่างหนักแน่น แต่ยังไม่ทันจบสาวสวยก็ขยับมากอดรอบคอของเขาเอาไว้ พร้อม
กับประทับริมฝีปากบางลงบนปากของเขา รสจูบอันหอมหวานที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวทำเอาเขาถึงอึ้ง
ไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหวานฉ่ำ

“ไม่เอาค่ะ ... อย่าแช่งตัวเองแบบนั้น ... หญิงขอแค่ให้พี่เอกรัก และอยู่ดูแลหญิงตลอดไป ไม่ทอดทิ้งหญิง
แค่นี้ก็พอ สัญญานะคะ”

“พี่สัญญา พี่รักน้องหญิงมากที่สุดในโลกเลย”

เอก ตอบอย่างหนักแน่นที่สุด แล้วก้มลงไปจูบซุกไซร้ที่ซอกคออันขาวเนียน พร้อมกับแอ่นเอวเบียดท่อนเอ็น
ที่แข็งตัวโด่เข้ากับหน้าท้องอันเรียบเนียนของน้องหญิง ด้วยลีลาที่บอกว่าพร้อมจะลั่นกลองรบอีกครั้ง

“พี่เอกบ้ากาม ... ทำจนพวกเราสี่คนระบมไปหมดแล้วพี่เอกยังไม่หมดแรงอีกเหรอคะ ... อุ๊ยยย อืมมมม”

น้องหญิงบ่นอุบอิบแต่ก็แอ่นเอียงคอเปิดทางให้ชายหนุ่มเชยชมแต่โดยดี

“ก็ใครใช้ให้น้องหญิงสวยเซ็กส์ซี่ แถมยังนมโต อย่างนี้ล่ะ พี่เห็นทีไรก็อยากกินทุกทีเลย ขออีกรอบนะ”

“อูยยยย หญิงระบมไปหมดแล้วนะคะ รวมเมื่อวานด้วยพี่เอกก็ทำไปตั้งหลายสิบรอบแล้วนะ แล้วนี่เดี๋ยว
ต้องไปส่งน้องเมย์ กับน้องมายด์ไปโรงเรียนด้วยไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวก็ไม่มีแรงหรอก … อุ๊ยย อืมมม อึ๊ยยย
มะ ไม่เอา ซี้ดดดสสสสส อย่าซนซิคะ”

“ข้างหน้าระบม งั้นก็ขอทางด้านหลังซักรอบนะ เสร็จแล้วค่อยไปส่งก็ได้ นี่มันยังเช้าอยู่เลย”

ภายใต้ฝักบัวอาบน้ำ เอก จับร่างน้องหญิงหันหลังให้ ก่อนจับให้ยืนโก้งโค้งแล้วเอาแท่งเนื้อไปกดแช่ที่
บริเวณรูก้นอันฟิตแน่น พร้อมกับดันเข้าไปโดยไม่ยอมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อิดออด และด้วยความ
ช่ำชองมากลีลา เขาใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ดันจนแท่งเนื้อดุ้นใหญ่ผลุบหายเข้าไปในรูก้นของน้อง
หญิงจนหมดเสียแล้ว

“อูยยยยยย พี่เอกอ่ะ ชอบแกล้งเค้า ซี้ดดสสสส ... แน่นจัง.... งั้น อะ ... อีกครั้งเดียวพอนะคะ บ่ายนี้
หญิงมีเรียนด้วย อื๊อออ แล้วคืนนี้ต้องกลับบ้านไปอ่านหนังสือสอบเก็บคะแนนพรุ่งนี้อีก.... ซี้ดดสสสส
.... พี่เอก ... หญิงเสียว ... อูยพี่เอกกกกก ”

หญิงสาวสะดุ้งเฮือกร้องครางเสียงดังด้วยโดนเขาจู่โจมทีเดียวเสียจนมิดลำ และแม้ว่าจะผ่านเกมกาม
กับเขามาไม่น้อย อีกทั้งยังมีเรื่องคาใจสงสัยว่าผู้หญิงที่เหลือที่มีสัมพันธ์สวาทกับพี่เอกคือใคร หากแต่
ทุกคราที่โดนเขาเล้าโลม ร่างกายของเธอก็ไม่เคยเลยที่จะปฎิเสธความต้องการได้ ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นเช่นเคย
เพียงครู่เดียวอารมณ์ของเธอก็คุโชนจนต้องเด้งสะโพกโยกเอวเข้ารับการกระเด้าของเขาเสียแล้ว

ท่าที่โดนเขาสอดใส่มาจากด้านหลังเป็นอีกท่าหนึ่งที่เธอโปรดปราน เพราะนอกจากจะโดนแหย่สัมผัสจุดเสียว
ที่ซ่อนเร้นและเข้าถึงได้ยากจากทางด้านหน้าแล้ว ในท่วงท่านี้เขายังมีอิสระที่จะบีบขยำเคล้นคลึงเต้านมของ
เธอได้อย่างเต็มที่เสียด้วย ความเสียวที่จู่โจมถึงใจทำเอาเธอถึงกับต้องสะบัดหน้าไหวไปมา หากแต่เมื่อเธอ
กวาดสายตามองที่หน้าประตูห้องน้ำ เธอก็พบว่าที่ตรงนั้นมีเมย์ และมายด์ กำลังยืนมองอยู่

น้องหญิงชะงักท่วงท่าที่เด้งรับแรงกระแทกด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ แต่เมื่อมองดูดี ๆ เธอก็พบว่าเธอไม่ได้ตา
ฝาด เธอเห็นน้องเมย์ และน้องมายด์ สองน้องสาวของเอก กำลังยืนมองฉากรักของเธออยู่ที่หน้าประตูห้อง
น้ำจริง ๆ แถมที่สำคัญ เด็กสาวทั้งสองคนไม่ได้ยืนมองเฉย ๆ เสียด้วย เพราะพวกเธอกำลังล้วงมือยุกยิก
ลงไปในกางเกงใน ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ได้ว่าสองเด็กสาวกำลังช่วยตัวเองอยู่

ทันทีที่สองเด็กสาวรู้สึกว่าตัวเองโดนมอง พวกเธอสองคนก็ชะงักแล้วก็รีบแจ้นหายไปทันที ซึ่งน้องหญิงก็ทำ
ท่าจะบอกให้เอกรับรู้ แต่ว่าเอกกลับโหมเร่งจังหวะกระเด้าเข้าใส่หนักหน่วงรุนแรงเสียจนเธอพูดอะไรไม่ออก
นอกจากได้แต่ร้องครางออกมาสุดเสียง และด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาทั้งค่ำคืน เมื่อเธอโดนเขากระ
เด้าจนเสร็จไปอีกหนึ่งรอบ เธอก็ถึงกับสลบเหมือดคาดุ้นเอ็นของเขาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าโดนเขาเช็ดตัวจนแห้ง
และอุ้มไปนอนบนเตียง แล้วออกไปส่งสองน้องสาวตอนไหน

..................................................................

เอก ขับรถฝ่าแสงแดดยามเช้าไปพลาง ก็ผิวปากไปพลางด้วยอารมณ์ที่รู้สึกดีแบบสุด ๆ ก็จะมีผู้ชายสักกี่คน
เล่าที่จะสามารถเสพสุขกับหญิงสาวสุดสวยมากถึงสี่คนได้พร้อม ๆ กัน แถมน้องหญิงที่เขารักที่สุดก็ยังเปิด
ใจยอมรับผู้หญิงคนอื่นของเขาด้วย

นั่นก็หมายความว่าเขาอาจจะลองคุยกับกระแต ดาราสาวนมโตให้มาเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขาด้วยก็ได้หาก
ว่าเธอยินยอม ส่วนปูแฟนของเก่งคงไม่ต้องนับ เพราะเขาไม่อยากไปยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นอยู่แล้ว แต่ที่ดู
จะเป็นปัญหาก็คงเป็นสองสาวที่เหลืออย่างน้องเมย์ และน้องมายด์ เพราะเขาเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง ที่ทำตัว
ผิดจารีต มีสัมพันธ์กับสวาทกับน้องสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แถมยังเข้าข่ายตาแก่หัวงูหลอกเด็กอีก

ชายหนุ่มเคยคิดอยากหยุดความสัมพันธ์ของเขากับสองน้องสาวให้เป็นเพียงแค่พี่น้อง แต่ก็นั่นแหละ
มันคงเป็นได้แค่ความคิด เพราะว่ากลิ่นตัวอันหอมอ่อน ๆ ที่ลอยฟ่องอยู่ในรถ และกิริยาท่าทางที่แอบ
ยั่วยวนสุดฤทธ์ของสองน้องสาวที่นั่งอยู่ในรถด้วยกัน กำลังทำให้อารมณ์ของเขาตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
เสียแล้ว

เริ่มด้วย เมย์ ในชุดนักเรียนที่นั่งอยู่เบาะหลังด้านซ้าย เธอพยายามมองสบสายตากับเขาผ่านทาง
กระจกเงามองหลังแทบจะตลอดเวลา แถมยังแกล้งยกท่อนขาขาวอวบสลับขึ้นลงไปมาจนกระโปรง
นักเรียนลายขยับร่นไปมา แล้วกางเกงในตัวน้อยก็โผล่แวบออกมาให้เห็นเป็นระยะ

แถมพอสักระยะเด็กสาวก็จะแกล้งบ่นว่าร้อน แล้วก็แกล้งยกชายเสื้อนักเรียนขึ้นไปด้านบนเพื่อ
รับลมแอร์ แต่ที่ดูเหมือนจะตั้งใจมากไปหน่อยก็เป็นเพราะว่าบางครั้งเด็กสาวหน้าใสวัยมัธยม
คนนี้เล่นเลิกเสื้อขึ้นไปซะจนสองเต้าที่ขาวอวบไม่แพ้เด็กมหาลัยเด้งออกมาโชว์ตัวเลยทีเดียว

“ไม่ได้ส่งเมย์กับมายด์ไปโรงเรียนตั้งหลายวัน พอมาส่งวันแรกก็มีเด็กเป็นโรคระบาด ประกาศ
หยุดกระทันหันซะงั้น ... เอาไงดีล่ะเรา อยากไปเที่ยวไหนกันมั้ย หรือจะกลับคอนโดดี”

เอก แทบไม่มีสมาธิขับรถมากนัก แต่เขาก็ยังคงแสร้งทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ชายหนุ่มแสร้งทำเสียง
นิ่ง ๆ ร้องถาม เมย์ ที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง หากแต่ไม่มีเสียงตอบ เพราะน้องสาวคนสวยในชุดเครื่อง
แบบนักเรียนโรงเรียนสตรีชื่อดังเพียงหันมามองสบตากับเขาด้วยสายตาเว้าวอน ซึ่งไม่ต้องแปล
ความหมายให้มากความผู้เป็นพี่ชายอย่างเขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าน้องสาวที่แสนน่าเอ็นดู
ของเขาต้องการอะไร

‘... เมย์อยากโดนพี่เอกเอา ... ‘

เมย์ พูดตอบน้ำเสียงแผ่วเบาจนเหมือนพูดกับตัวเอง ด้วยเกรงว่ามายด์จะได้ยินเข้า ซึ่งตอนนี้เด็ก
สาวกำลังรู้สึกหงุดหงิดจนแทบบ้า อยากให้พี่เอกของเธอช่วยเธอที่นี่เดี๋ยวนี้เลย แต่ว่าเธอจะทำ
อย่างไรได้เล่าในเมื่อเธอกำลังอยู่บนท้องถนนที่มีผู้คนมากมาย แถมที่สำคัญยังมีน้องสาวตัวเอง
เป็นก้างขวางคออยู่ในรถอีกด้วย เด็กสาวจึงได้แต่เก็บความต้องการที่มากล้นเกินวัยเอาไว้เงียบ ๆ
เพียงคนเดียว

“มายด์หลับเหรอ ?”

เอก หันไปมองน้องมายด์ที่หลับตาพริ้มนิ่งจนดูเหมือนจะนั่งหลับอยู่บนเบาะด้านข้างคนขับ แต่เมื่อ
เขาหันหน้าเอามือไปลูบศรีษะน้อย ๆ ของมายด์ เด็กสาวก็แอบชำเลืองลืมตาขึ้นมองเขาด้วยสายตา
อันเว้าวอนที่ไม่ต่างจากเมย์ผู้เป็นพี่สาว และเขายังพบว่ากระโปรงนักเรียนของน้องสาวคนเล็กนั้น
ตอนนี้ร่นมากองอยู่ด้านบนจนเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าน้องสาวตัวน้อยกำลังแอบใช้ปลายนิ้วอันเรียว
เล็กกดคลึงลงบนเป้ากางเกงในของตัวเองอยู่อย่างแผ่วเบา

ชายหนุ่ม แอบกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็นพวกโลลิค่อน หรือพวกที่รักเด็ก
อีกทั้งเขายังเป็นพวกต่อต้านการมีสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย แต่เขาก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าน้องสาวของเขาทั้ง
สองคนนั้นช่างมีเสน่ห์เย้ายวนเกินห้ามใจจริง ๆ

โดยเฉพาะน้องเมย์ ที่แม้จะเพิ่งมีอายุแค่ 14 แต่เด็กสาวกลับมีร่างกายที่อวบอิ่มเกินตัวไม่แพ้เด็กมหาลัย
หลาย ๆ คนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหน้าอกที่กำลังเต่งตูมจนดันเสื้อนักเรียนคอซองออกมาเป็นก้อนกลม
หรือจะเป็นรูปร่างที่อวบอัดน่าฟัดกำลังดี ซึ่งเรียกได้ว่าเสน่ห์ของน้องสาวคนกลางของเขา ไม่แพ้หญิงสาว
ที่โตแล้ว อย่างฟ้า ฝน หรือฝ้ายเลย แม้ว่าอาจจะยังด้อยกว่าเสน่ห์ของน้องหญิงอยู่บ้างก็ตามที

ส่วนน้องมายด์ที่เพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 11 ขวบ ก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป มายด์ไม่ได้มีสัดส่วนโค้ง
เว้าเย้ายวนใจแบบสาวรุ่นเพราะเธอยังเด็กเกินไป แต่กระนั้นใบหน้าที่สวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาตัวน้อย
ผนวกกับผิวที่ขาวสะอาดสะอ้าน น้ำเสียงที่ออดอ้อนออเซอะน่ารัก และความใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
ก็คล้ายกับสิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นชายของเขาให้รู้สึกอยากขยี้และลิ้มลองรสชาติของ
เด็กสาวคนนี้อยู่บ้างไม่น้อย และที่ดูจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นน่าค้นหาที่สุด ก็คือเขาอยากรู้ว่าน้องมายด์
ที่เพิ่งจะเป็นเหมือนดอกไม้ตูม จะผลิบานออกมาเป็นหญิงสาวที่สวยเด่นได้ขนาดไหน

สิ่งเดียวที่ดูจะคาใจที่สุดในการมีสัมพันธ์กับเด็กสาวทั้งสองคน ก็คือความจริงที่ว่าพวกเธอทั้งสองคน
เป็นน้องสาวที่มีแม่คนเดียวกันกับเขา หรือก็คือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขานั่นเอง และนั่นเป็นความสัมพันธ์
ที่ดูเหมือนจะต้องห้ามในทุกสังคม ซึ่งเขาก็คงหักห้ามใจตัวเองได้ดีกว่านี้หากว่าเขาไม่พลั้งเผลอมีสัมพันธ์
สวาทกับน้องสาวทั้งสองคนไปเสียแล้ว

‘คิดมากเรื่องกะไรไปเล่า ในเมื่อเจ้าเริ่มแล้วไม่อาจทิ้งขว้างได้ ก็ควรจะดำเนินต่อให้จบจึงจะถูกไม่ใช่
หรือไร หากปล่อยน้องสาวของเจ้าทิ้งขว้าง คงน่าสงสารไม่น้อย’

เสียงทางจิตที่น้องสาวทั้งสองคนไม่ได้ยิน มาพร้อมกับร่างวิญญาณสีเขียวของนางตะเคียนที่อยู่ดี ๆ
ก็โผล่วูบออกมาจากทางด้านขวามือ จนเขาเกือบตกใจเหยียบเบรคหัวทิ่มไปเสียแล้ว

‘โธ่ พี่ตะเคียน เอ้ย พี่แก้ว จะโผล่มาก็ให้เสียงกันหน่อยซิ’

‘ข้าชื่อแก้วกานดา มิได้ชื่อแก้วเสียหน่อย’

‘โธ่ ก็เรียกสั้น ๆ แทนไงล่ะ เรียกแก้วกานดา มันยาวไป เรียกแก้วสั้น ๆ ก็พอแล้ว ชื่อเพราะดีออก พี่แก้ว’

‘ฮึ เอาเถอะ เจ้าอยากเรียกว่ากะไรก็จงเรียกไป แต่หากจะให้ดีเรียกหาข้าเป็นที่รัก ก็คงเสนาะหูไม่น้อย’

‘โธ่ โธ่ โถ ยัยป้าตะเคียนมหาภัย พ่อเอกเขาไม่เรียกว่า แกรนด์มัม ก็บุญแล้ว นี่ริจะเป็นที่รัก’

เสียงทางจิตสองเสียงแว่วขึ้นมาขัดคอจนนางตะเคียนหน้าเสีย พร้อม ๆ กับร่างวิญญาณสีเขียวของรักยม
อีกสองร่างที่ลอยวูบจากด้านหลังคนขับโผล่มาทางด้านซ้ายมือของเอก ซึ่งท่าทางของสองเด็กน้อยดูจะ
คึกคักไม่น้อยหลังจากแอบไปนอนหลับฟื้นฟูพลังมาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ

‘ไอ้พวกเด็กจอมซน ข้าไม่ได้เป็นป้าของพวกเจ้า แล้วไอ้เจ้าแกรนด์มง แกรนด์มัม นั่นมันอะไรข้าไม่รู้เรื่อง’

‘โถ ๆ แก่เหนียงยานแล้วก็งี้แหละ ไม่รู้จักภาษาปะกิตกับเขาบ้างเล้ย แกรนด์มัม ก็แปลว่ายายแก่แร้งทึ้ง
ไงล่ะ แบร่ ๆ ฮ่า ๆ’

‘หนอยยย ไอ้เด็กพวกนี้ เดี๋ยวเหอะ … แม่จะจับถ่วงหม้อลงคลองแสนแสบเสียให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด’

สิ้นคำต่อล้อต่อเถียงร่างวิญญาณของนางตะเคียนก็พุ่งวูบเข้าหาสองเด็กน้อยรักยม ซึ่งสองร่างรักยมก็
เผ่นฉิวลอยหนีวนไปวนมาอยู่ในรถพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาเข้าใส่อย่างคึกคะนอง ร่างวิญญาณสามร่าง
จึงวนเวียนทะลุผ่านร่างเนื้อของ ชายหนุ่ม และสองเด็กสาวรอบแล้วรอบเล่าอย่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้า

สำหรับเมย์ และมายด์ที่มองไม่เห็นและสัมผัสวิญญาณไม่ได้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ว่าเอกที่สัมผัสได้นี่ซิ
มันเหมือนกับว่าในรถกำลังเกิดสงครามโลกขึ้นยังไงยังงั้น เขาถึงกับต้องรีบชะลอรถแล้วขับเข้าข้างทาง
เพราะกลัวว่าจะขับไปชนคนอื่นเขาเข้า

‘โอ๊ย ๆ หยุด ๆ รักยมหยุด พี่แก้วหยุด พอที เดี๋ยวก็ขับรถชนตายกันพอดี’

สิ้นเสียงตวาดทางจิต รักยม และนางตะเคียนก็ยอมหยุดลอยอยู่นิ่ง ๆ ในรถแต่โดยดี แต่ต่างฝ่ายต่างก็ยังคงมอง
เขม่นหน้าหาเรื่องแบบไม่มีใครยอมใครอยู่เหมือนเดิม

‘ฮึ สู้แพ้ข้าเพียงครั้งเดียว ก็ผูกใจเจ็บแค้นเสียแล้วรึ เด็กน้อยเสียจริง ๆ ‘

‘ยัยป้ามหาภัย ตอนนั้นแพ้เพราะโดนโกงใช้สายสิญจน์ต่างหากล่ะ ลองมาสู้ใหม่ตอนนี้ซิ ยอมต่อให้ครึ่งควบลูกเลย’

‘งั้นก็ตอนนี้เลยเป็นไงเล่า อ้ายพวกเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม’

‘มาเลย ยัยป้าแก่แร้งทึ้ง เดี๋ยวรักยมจัดให้’

‘โอ้ยยยย พอ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หยุด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ’

สงครามสงบได้เพียงแค่ครู่เดียวก็เกิดสงครามน้ำลายขึ้นมาอีกจนเอกถึงกับปวดหัวตึ้บ เลยต้องส่งเสียง
ตะโกนทางจิตออกมาดังกว่าเดิม หากแต่คราวนี้เขากลับพบว่านอกจากเสียงทางจิตแล้ว ยังมีแรงกดอากาศ
ที่แผ่กระจายออกมาด้วยแรงสั่นสะเทือนนั้นทำเอารักยมและนางตะเคียนถึงกับสะดุ้ง แถมยังรวมไปถึงน้อง
เมย์ และน้องมายด์ ที่ต่างก็พากันสะดุ้งขึ้นมามองดูเพราะนึกว่ารถไปชนอะไรเข้าหรือเปล่า

“รถชนเหรอคะ พี่เอกขา”

มายด์ที่แกล้งหลับไปพลาง พร้อมกับใช้ปลายนิ้วแอบช่วยตัวเองไปพลาง ลุกพรวดขึ้นมามองรอบ ๆ ตัวด้วย
ความตื่นตกใจ ซึ่งเมย์ที่กำลังนั่งหนีบขาอยู่ตรงเบาะหลังก็ลุกพรวดขึ้นมามองซ้ายมองขวาเช่นเดียวกัน

“เอ่อ เปล่า ๆ ไม่มีอะไร สงสัยรถตกหลุมน่ะ เดี๋ยวพี่แวะเติมน้ำมันก่อนนะ เมย์ กับ มายด์ ลงไปเดินเล่นซื้อ
ขนมกินกันก่อนล่ะกัน เดี๋ยวพี่ตามไป”

เอก เองก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เลยขับรถเข้าไปในปั๊มน้ำมันที่อยู่ข้างหน้าพอดี ส่วนสองเด็กสาวที่กำลังมี
อารมณ์จนกางเกงในเปียกชุ่ม แม้จะไม่อยากอยู่ห่างจากพี่ชายสุดที่รักสักเท่าไหร่ แต่พวกเธอต่างก็คิดตรง
กัน ว่าหากได้ขนมหวาน ๆ มาเคี้ยวเล่นเสียหน่อย ก็อาจจะทำให้พวกเธออารมณ์ดีขึ้นบ้างก็ได้ สองเด็กสาว
จึงยอมลงไปจากรถแต่โดยดี

............................................................................


“เอาล่ะ ทีนี้ก็บอกมาซะดี ๆ ว่าเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ?”

เอก ที่อยู่ในรถคนเดียวปั้นหน้าเครียด ก่อนพูดถามออกมาแทนการสื่อสารทางจิต เพราะเขาเองก็รู้สึกว่าแรง
กดดันเมื่อครู่นี้ น่าจะมีสาเหตมาจากตัวเขาเอง ซึ่งนางตะเคียนก็ตอบกลับมาแทบจะทันทีเหมือนว่ารอให้คำ
ตอบอยู่แล้ว

‘มิจำเป็นต้องหวาดกลัวหรอกเจ้าหนุ่มน้อย นี่เป็นเพียงเรื่องธรรมดาของหมอผีที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ที่หากควบ
คุมสมาธิมิได้ ก็อาจจะพลั้งเผลอปลดปล่อยพลังออกมาภายนอกบ้างเป็นครั้งคราว’

‘แล้วมันจะทำอันตรายกับใครหรือเปล่า แล้วเมื่อไหร่ผมจะบังคับพลังตัวเองได้ล่ะ เห็นมีแต่ให้ฝึกนั่งสมาธิแค่
วันละสองสามชั่วโมง แล้วก็ฝึกใช้คาถาแค่ไม่กี่บทเอง’

เอก เปลี่ยนมาสื่อสารด้วยกระแสจิตอีกครั้งเมื่อรู้สึกสบายใจขึ้น หากแต่สีหน้าก็ยังคงมีเค้าของความเคร่งเครียด
และกังวลแฝงอยู่บ้าง

‘อย่าได้ร้อนใจเกินไปเจ้าหนุ่มน้อย เจ้าอาจจะมิได้รู้ตัว แต่จงรู้ไว้เสียเถิด ว่าตัวเจ้านั้นกำลังฝึกฝน และกล้าแกร่ง
ขึ้นอยู่ทุกเพลา’

‘…. ฝึกฝนอะไร เมื่อไหร่ ?’

‘ข้าเคยกล่าวให้ฟังแล้วใช่หรือไม่ ว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ริจะเรียนรู้มนตราคาถา ต้องสั่งสมพลังเวทย์ด้วยการบำเพ็ญ
เพียรสะสมตบะบารมี ซึ่งนั่นเป็นการสั่งสมพลังโดยเริ่มจากไม่มี แต่เมื่อบำเพ็ญตบะไปเรื่อย ๆ ก็จะยิ่งได้พลังเวทย์
ผนวกผสานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อยิ่งบำเพ็ญตบะมากเพียงไร ก็จะยิ่งมีพลังเวทย์สะสมมากเท่านั้น’

‘เรื่องนี้ก็เคยบอกอยู่หรอก แต่ก็ไม่เห็นจะให้ผมบำเพ็ญตบะอะไรนั่นเลยนี่นา’

‘นั่นก็เพราะเจ้าแตกต่างไงเล่า เจ้าหนุ่มน้อย … ตัวเจ้าในเพลานี้มิมีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องสั่งสมพลังเพิ่ม
อีกต่อไป เพราะเจ้านั้นได้ครอบครองไว้แล้วซึ่งพลังแห่งเวทย์ที่มากมายมหาศาลจนมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าหมอผี
ใด ๆ แต่กระนั้นพลังที่เจ้ามีก็ยังมีมากเกินไป หยาบเกินไป และกระด้างเกินไป พลังนั้นจึงยังมิได้ผสานเข้ากับ
กายละเอียดของเจ้ามากเท่าใดนัก เจ้าเองก็สัมผัสได้ใช่หรือไม่ พลังมหาศาลที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกาย พลัง
ที่ยังอยู่เหนือการควบคุมของเจ้า’
‘อืมมมมม ….’

ชายหนุ่มพลิกมือของตัวเองไปมาอย่างพินิจพิเคราะห์ และก็เป็นอย่างที่นางตะเคียนบอกเอาไว้ เมื่อใดก็ตามที่เขา
พยายามตั้งจิตสัมผัส เขาก็จะสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งพลังที่กำลังไหลวนเชี่ยวกรากอยู่ภายในร่าง กระแสพลังที่เขา
ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะควบคุมมันได้อย่างไร

‘ด้วยเหตนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเจ้า จึงมิใช่การบำเพ็ญตบะ สร้างเสริมพลัง หากแต่เป็นการซึมซับและผสาน
พลังที่มีให้เข้ากับกายละเอียดของเจ้าให้มากที่สุด ดั่งที่อ้ายเจ้าเด็กน้อยรักยมทั้งสองได้ปล่อยให้เจ้ากระทำมาตั้งแต่
ต้นอย่างไรเล่า’

เมื่อนางตะเคียนชี้แจงเสร็จสรรพ ก็ลอยวูบถอยไปนั่งที่เบาะหลัง เหมือนจะสื่อว่าหมดหน้าที่ที่เธอต้องอธิบายแล้ว

‘หือ ... มายความว่ายังไง รักยม ?’

เอก หันหน้าไปมองร่างวิญญาณของสองเด็กน้อยรักยมที่กำลังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่นางตะเคียน

‘ก็อย่างที่ป้าตะเคียนบอกนั่นแหละจ้ะพ่อจ๋า ตั้งแต่พ่อได้พลังมา พวกเราก็ช่วยให้พ่อได้ซึมซับพลังตามแบบที่
เหมาะสมกับตัวพ่อนั่นแหละจ้ะ’

‘แบบไหน ?’

‘ถ้าเป็นสายพุทธ ก็ต้องถือศีลปฎิบัติธรรม ยิ่งทำให้จิตใจสะอาดก็จะยิ่งซึมซับพลังสายขาวได้มากขึ้น แต่สำหรับสาย
ไสยเวทย์ก็จะเป็นไปตามหลัก อาสวกิเลส คือ ราคะ โลภะ โทสะ และ โมหะ ยิ่งทำให้เกิดกิเลส ก็ยิ่งซึมซับพลังสาย
มืดได้มากตามไปด้วย อย่างในสมัยก่อนเมื่อนานมาแล้วก็มีคนที่ไล่ตัดนิ้วคนอื่น สร้างความเกลียดชัง และความหวาด
กลัว เพื่อให้เกิดกระแสกิเลสแห่งโทสะและโมหะ แล้วนำมากลั่นกรองพลังเวทย์ให้เป็นของตัวเอง’

‘ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ … ราคะ ?’

เอกพูดทวนอย่างงง ๆ คำพวกนี้ฟังดูคุ้นหูอยู่บ้างเหมือนเคยได้ยินมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม ซึ่งแม้จะยังไม่เข้าใจ
มากนัก แต่เขาก็เริ่มสำนึกได้ถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว

‘ถูกต้องนะคร้าบบบบบ … อย่างที่พ่อคิดนั่นแหละจ้ะ ราคะ …. แปลสั้น ๆ ได้ว่า ยิ่งพ่อเสพราคะกับผู้หญิงมาก
เท่าไหร่พ่อก็จะยิ่งซึมซับพลังเป็นของตัวเองได้มากเท่านั้น พวกเราก็เลยช่วยพ่อหา ‘ผู้หญิงที่เหมาะสม’ มาให้ไง
ล่ะจ๊ะ’

‘ผู้หญิงที่เหมาะสม หมายความว่ายังไง …. น้องหญิง น้องฟ้า ฝน ฝ้าย กระแต แล้วยังมีน้องมายด์ กับ น้องเมย์
อีก ทุกคนเป็นผู้หญิงที่เหมาะสม แล้วก็โดนจัดหามาให้หมดเลยหรือไง’

‘แม่หญิงน่ะเค้าเหมาะสมก็จริง แต่เค้าก็มีบุญกับพ่อตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว ถึงพวกหนูจะไม่ทำอะไร พ่อกับแม่ก็จะ
รักกันอยู่ดี ส่วนพี่กระแตคนนั้นก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะสมแต่เป็นแค่ผู้หญิงที่พ่ออยากได้ พวกหนูก็เลยจัดให้
แต่ที่เหลือน่ะใช่ทั้งหมด เป็นผู้หญิงที่มีกรรมผูกพันธ์อยู่กับพ่อตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้พวกเธอก็เลยต้องมา
ชดใช้ ด้วยการเป็นทาสรักให้กับพ่อ ’

‘... สรุปว่า ผู้หญิงที่เหมาะสม คือคนที่มีกรรมร่วมกันตั้งแต่ชาติก่อน เลยต้องมาชดใช้ ?’

‘ก็ทำนองนั้นล่ะจ้ะ ต่อให้พ่อไม่ยอมรับพวกเธอเป็นผู้หญิงของพ่อ สักวันหนึ่งพวกเธอก็ต้องชดใช้ในรูปแบบใดรูป
แบบหนึ่งให้กับคนอื่นอยู่ดี เช่น อาจจะโดนคนอื่นข่มขืน ดังนั้นชดใช้ให้พ่อเสียนี่แหละดีสุด ไม่ขาดดุลการค้า พ่อก็
ได้เสียวไปด้วย ฝึกพลังไปด้วย สาว ๆ ก็ได้เสียวด้วย แถมยังได้ชดใช้กรรมด้วย Win-Win ทั้งสองฝ่าย’

ท่าทางของสองเด็กน้อยรักยมที่พูดไปยืดไปเสมือนว่าตัวเองเป็นนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกขำ
น้อย ๆ จนต้องแอบยิ้มออกมาที่มุมปาก

‘แต่เมย์ กับมายด์ ยังเด็กอยู่เลย ต้องมาชดใช้กรรมแล้วเหรอ แถมยังเป็นน้องสาวด้วย รู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้’

‘ถ้าพ่อรู้สึกผิดก็ไม่ต้องทำซิจ๊ะ ปล่อยให้เมย์กับมายด์เค้าโดนคนอื่นจัดการก็ได้ แต่จ้างให้พวกหนูว่าพ่อก็ไม่
ยอมปล่อยร๊อก แค่ทำเป็นรู้สึกผิดพอเป็นพิธีไปงั้น ๆ แหละ เพราะน้องสาวสองคนของพ่อน่ะขาวอวบจะตาย
ความจริงพ่อน่ะอยากฟันพวกเธอจะแย่ พวกหนูรู้นะว่าพ่อน่ะคิดอะไรอยู่ คิก คิก’

สองเด็กน้อยรักยมพูดไปหัวเราะร่วนไป แถมยังบินวนเวียนไปมาจนน่าปวดหัว แต่ชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มให้
เพราะรักยมคล้ายจะเป็นตัวพยาธิที่รู้ทันเขาทุกอย่าง และเขาเองก็คิดแบบนั้นจริง ๆ เขาอาจจะรู้สึกผิดอยู่
บ้าง แต่สองน้องสาวของเขาก็มีเสน่ห์น่ารักน่าใคร่ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ หากยังไงพวกเธอก็ต้องชดใช้กรรม
อยู่แล้ว ยังไงก็ให้เขาเป็นคนจัดการเองดีกว่าปล่อยให้คนอื่นจัดการน้องสาวของเขา

‘พ่ออย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยจ้ะ ตอนนี้ก็ลงจากรถไปได้แล้ว พ่อจะเจออะไรดี ๆ น่าสนุก ๆ ทำอีกเยอะ แล้วก็
อย่าลืมนะจ๊ะ ว่าแถวนี้น่ะคนเยอะก็จริง แต่ด้านหลังร้านขายของนั่นน่ะไม่มีคนอยู่เลย พ่ออยากจะพาใคร
ไปทำอะไรก็คงไม่มีคนเห็น คิก คิก’

สองเด็กน้อยหัวเราะร่วนก่อนจะลอยวูบหายไปทิ้งให้เอกนั่งงงอยู่คนเดียวในรถว่าเขาจะพบเจออะไรเข้าอีก
หากแต่พอเปิดประตูก้าวเท้าลงไปจากรถเท่านั้นแหละ ก็มีร่างนุ่ม ๆ ของสาวสวยผิวสีน้ำผึ้งในชุดสีขาวโปร่ง
บาง ถลาเข้ามาชนจนนมนุ่ม ๆ เบียดกับแผงหน้าอกของเขาเข้าเสียแล้ว

............................................................................





“อุ๊ยยย ... ตายแล้ว ... แพรขอโทษค่ะ แพรมัวแต่ดูรถของคุณ เลยเดินไม่ทันระวัง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”

สาวสวยคนนั้นทำท่าทางตกใจเล็กน้อยขณะเงยหน้าขึ้นมามองเขาที่สูงกว่าเธอด้วยสายตายั่วเย้าท้าทาย
อีกทั้งยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมปล่อยให้ทรวงอกอวบของเธอบดบี้อยู่กับร่างของเขาแบบไม่มีทีว่าจะถอยออก
ไปแม้แต่ก้าวเดียว

“เอ่อ ... ไม่เป็นอะไรครับ ...”

เอก ตั้งใจจะก้าวถอยตามมารยาท แต่เมื่อเห็นสายตาแวววาวที่แฝงความยั่วเย้าของสาวสวยชุดขาวโปร่ง
ท่าทางเปรี้ยวจี๊ดคนนี้แล้ว ก็เปลี่ยนใจยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้ร่างสองร่างของเขาและเธอยืนแนบกันอยู่เช่นเดิม

“รถคุณสวยมากเลย แพรก็เลยมองเพลิน Aston Martin Limited Edition คันละตั้งสี่สิบกว่า
ล้าน ดูดี น่าหลงไหล แพรอยากลองนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถจัง รถคุณเหรอคะ?”

สาวสวยชื่อแพรหันไปมองรถคันสวยที่อยู่ด้านซ้ายมือด้วยสายตาวิบวับ ก่อนลากไล้นิ้วมือด้วยท่าปูไต่ไปตาม
หลังคาอันมันวาวของรถยนต์ แล้วไล่เรื่อยตามแขนของเขาจนมาหยุดที่หัวไหล่

“เหรอครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารถอะไร แต่ไม่ใช่ของผมหรอก ของคุณพ่อน่ะครับ ท่านให้มา ผมก็เอามาขับ
เฉย ๆ”

เอก ทำท่างง ๆ ไม่นึกเหมือนกันว่ารถที่พ่อของน้องหญิงให้มาขับจะราคาแพงบรรลัยอะไรขนาดนั้น แต่ดู
ท่าทางตื่นตาตื่นใจของผู้หญิงที่ชื่อแพรคนนี้แล้วก็คงจะจริงอย่างที่เธอว่า

“แพร ชอบรถน่ะคะ แล้วแพรก็เป็นพริตตี้ด้วยก็เลยรู้เรื่องพวกนี้ดี อ้อ แพรเป็นนางแบบนิตยสาร FXM
เคยได้รางวัลประกวดสาวข้างห้องด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณจะเคยเห็นผลงานของแพรหรือเปล่า เอ ... ว่าแต่
คุณชื่ออะไรนะคุณสุดหล่อ”

“เอ่อ ... นึกไม่ออกน่ะครับ ... ผมชื่อเอก”

“ว้า แย่จัง สงสัยแพรจะยังดังไม่พอ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไว้วันหลังแพรจะยกเอานิตยสารที่มีรูปแพรไปให้คุณ
เอกดูก็แล้วกัน แถมภาพถ่ายเบื้องหลังด้วย นี่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของแพรค่ะ สำหรับคุณเอก โทรมาได้
ทุกเวลาเลยนะคะ”

แพร ยิ้มอย่างมีจริตจะก้าน เงยหน้าทำตาพริ้ม ๆ พลางขยับแอ่นหน้าอกอวบบดเบียดกับแผงอกกำยำของ
เขาจนเอกเริ่มรู้สึกหายใจหายคอไม่คล่อง แถมเผลอพริบตาเดียว แพรก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของ
เขาแล้วก็คว้าเอาโทรศัพท์มือถือของเขามากดโทรออกจึ้กจึ้กอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเขานึกขึ้นได้ ก็ได้ยินเสียง
โทรศัพท์ของแพรดังขึ้นเสียแล้ว ซึ่งเบอร์ที่โทรไปหาเธอก็คือเบอร์ของเขาเองนั่นแหละ

“ว้าย ตายจริง ขอโทษค่ะ แพรเผลอตัวอีกแล้ว แพรนี่เสียมารยาทจัง แอบเอาโทรศัพท์คุณเอกมาโทรออก
แบบไม่ได้ขออณุญาติก่อน งั้นเดี๋ยวแพรเอาใส่กลับไปที่เดิมให้นะคะ … โอ๊ะ แต่ เอ ในกระเป๋ากางเกงมี
อะไรน้า แข็ง ๆ ร้อน ๆ ... เอ๊ะ อุ๊ยยย .... โอ้โห ทำไม ... ทำไมมันใหญ่โตขนาดนี้ล่ะ”

เอก ยังคงยืนงงไม่หายเพราะเจอลีลายั่วเย้าเข้าไปแบบเต็มสูบ สาวสวยเปรี้ยวจี๊ดคนนั้นก็รุกต่ออีกขั้นเสียแล้ว
เธอล้วงเอาโทรศัพท์มือถือของเขายัดกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเสมือนว่าเอาคืนกลับให้ที่เดิม แต่กลับกลาย
เป็นว่าขยับมือยุกยิกไปมาจนมือของเธอไปคว้าหมับอยู่กับท่อนเอ็นอันแข็งปั๋งของเขาอย่างจงใจ และก็เป็นเธอ
เองที่ถึงกับต้องตาลุกวาว อ้าปากเหวอเผลอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อมือเล็ก ๆ ของเธอรับรู้ได้ถึง
สัมผัสอันใหญ่โต และร้อนผ่าวที่อัดแน่นอยู่ในนั้น

ผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่รู้สึกดี ๆ ที่โดนผู้หญิงสวยมีเสน่ห์รุกเร้าเข้าหาแบบนี้ แต่กระนั้นหากมากเกินควรก็อาจจะ
ทำให้รู้สึกต่อต้านได้ เอก เองก็เช่นกัน เขาอาจจะรู้สึกพอใจที่ได้ชิดใกล้สาวสวยแปลกหน้า แต่กระนั้นรูปการณ์
ก็ชวนให้คิดว่าหญิงสาวที่ทอดสะพานจนมากเกินควรคนนี้เป็นพวกหลอกลวงอะไรหรือเปล่าทำให้เขาต้องสร้าง
กำแพงระวังตัวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อสาวสวยนิ่งอึ้งในความใหญ่โตของเขา เอกจึงได้โอกาสจับหัวไหล่กลมมน
ของเธอแล้วผลักเอาร่างอ้อนแอ้นออกไปจากอ้อมอก

“.... อุ๊ยยย ขอโทษค่ะ แพร ไม่ได้ตั้งใจ ... แพรขอโทษนะคะ คือมือแพรมันขยับไปโดนเอง”

หญิงสาวเผลอยืนนิ่งอึ้งทำตาเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสเต็มไม้เต็มมือที่ไม่เคยพบเจอไปพักใหญ่ ก่อนที่จะรีบปรับ
เปลี่ยนใบหน้าตนให้กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม แล้วรีบเอ่ยปากขอโทษขอโพยแบบไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่

“เอ่อ … ไม่เป็นอะไรครับ เรื่องแบบนี้ผิดพลาดกันได้”

แม้จะคิดในใจว่า เรื่องแบบนี้มันไม่มีผิดพลาดหรอก จงใจยั่วกันชัด ๆ แต่สุดท้ายเอกก็ยิ้มตอบออกมาตาม
มารยาทเปิดทางถอยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่เพียงไม่ยอมถอย แถมยัง
อ่อยเขาเพิ่มเข้าให้เสียอีกต่างหาก

“แหม คุณเอกนี่ใจกว้างดีจัง แต่แบบนี้ไม่แฟร์เลย แพรเผลอไปแตะโดนของคุณเอกเข้า ... ยังไงคุณเอก
จะจับของแพรคืนบ้างก็ได้นะคะจะได้หายกัน”

ลีลายั่วเย้าของสาวร้อนผิวสีน้ำผึ้งแบบที่เขาไม่เคยเจอคนนี้ปลุกเร้าความเป็นชายของเอกได้ไม่น้อย ซึ่งหลัก
ฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นแก่นกายที่เด้งแข็งปั๋งจนปวดหนึบนั่นเอง แต่กระนั้นเขาก็ยังคงรู้สึกไม่เคยชิน
และรู้สึกไม่ปลอดภัย ที่ตัวเองต้องตกเป็นฝ่ายรับแบบนี้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจปั้นหน้ายิ้มสร้างกำแพงป้องกัน
ตัวเองไว้ไว้ก่อนสักหนึ่งชั้น จนอีกฝ่ายทำหน้าเจื่อนเล็กน้อย

“ไม่ดีหรอกครับ เดี๋ยวแฟนผมมาเห็นเข้า จะโดนงอนเอา”

“ว้า มีแฟนแล้วเหรอเนี่ย เสียดายจัง ... อุตส่าห์มีโชคชะตาได้มาเจอกันโดยบังเอิญแล้ว แต่แพรคงมาช้าไป”

สาวสวยเฉี่ยวคนนั้นปรับเปลี่ยนบทบาทแสร้งทำหน้าเศร้าจนเอกเริ่มหนักใจ แต่ก็เหมือนจะมีระฆังพักยก
มาช่วย เพราะชายหนุ่มเสื้อยืดสีฟ้าที่น่าจะรู้จักกันส่งเสียงร้องแซวจน สาวสวยชื่อแพรคนนั้นถึงกับต้องหัน
ขวับไปทำหน้าบึ้งใส่

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เขามีแฟนแล้วก็ยังไม่ยอมเลิกอ่อยอีกนะไอ้แพร คุณครับอย่าไปถือเธอเลยนะครับ ยายคนนี้น่ะ
นาน ๆ จะได้เจอผู้ชายหล่อ ๆ รวย ๆ หุ่นนักกีฬาน่าถูกใจเข้าซักที พอเจอเข้าก็เลยออกอาการ ส่ายหางดิ๊ก ๆ
มากไปหน่อย”

“ไอ้บอยบ้า พูดจาน่าเกลียด อ่อย เอ่ย ส่ายหางดิ๊ก ๆ อะไรกัน ชั้นกับคุณเอก เรามีชะตาร่วมกันต่างหาก ชิ”

“ชะตาบ้าบออะไรเล่า แกแอบยืนมองรถเขาอยู่ตั้งนาน พอเห็นรถราคาแพง แล้วคนขับหล่อหน่อย แกก็
แกล้งเดินเฉียดเข้าไปชนเขาเอง ... ไอ้อาการแบบนี้ชาวบ้านเค้าเรียกกันเค้าเรียกกันว่า ‘อ่อย’ “

“ไอ้บอย !!! หยุดเลยนะแก ชั้นอ่อยที่ไหน อย่างนี้เค้าเรียกเปิดใจให้แก่กันต่างหาก”

“เปิดใจงั้นเหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่าทางของแกน่ะ เหมือนจะเปิดเสื้อ เปิดกระโปรง ให้เขาซะมากกว่ามั้ง”

“หนอย ๆ ไอ้ ไอ้ ไอ้บอยมานี่เลยมาไอ้บอย มาให้แม่ตบซะดี ๆ อย่าหนีนะ”

ชายหนุ่มเสื้อฟ้าที่ชื่อบอย กับหญิงสาวชุดขาวที่ชื่อแพร ยืนถกเถียงกันครู่ใหญ่ โดยมีเอกเป็นผู้ชมกิติมศักด์
ซึ่งการโต้เถียงก็ปิดท้ายด้วยการที่ฝ่ายหญิงหันมายิ้มให้กับเขาพร้อมกับเอียงคอยกมือยกไม้แนบข้างหูใน
ลักษณะที่แปลความได้ว่า ‘โทรมาหาเธอนะ’ ก่อนจะหันไปทำหน้าบึ้งเงื้อแขนวิ่งเข้าหานายบอย

และก็เป็นฝ่ายชายที่วิ่งแจ้นหลบฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างสนุกสนาน จนเอกออกอาการงง ๆ ไม่รู้ว่าทั้งสอง
คนมีความสัมพันธ์กันแบบไหน หากจะบอกว่าเป็นแฟนกันก็คงไม่ใช่ เพราะไม่มีอาการหึงหวงออกมาแม้
แต่น้อย แต่หากจะบอกว่าเป็นเพื่อนกันก็ดูจะสนิทสนมรักใคร่กันมากเกินไปจนไม่น่าจะใช่ สุดท้ายเขาก็
ส่ายหัวหยุดคิดเรื่องนี้ แล้วเดินเข้าไปนั่งตากอากาศเย็น ๆ ในร้านกาแฟด้วยอยากหามุมเงียบ ๆ นั่งพัก
เหนื่อยเสียหน่อย แต่สุดท้ายกาแฟยังไม่ทันหมดแก้ว ชายหนุ่มเสื้อฟ้าคนเดิมก็มาทำลายความสงบเงียบ
ในร้านกาแฟเข้าเสียก่อน
............................................................................

“อ้าว เจอกันอีกแล้ว สวัสดีครับ ขอนั่งด้วยคนนะครับ นั่งคนเดียวมันเหงา ๆ พิกล”

ชายหนุ่มเสื้อฟ้าส่งเสียงเรียกเอกที่กำลังมองออกไปด้านนอกร้านกาแฟเพลิน ๆ แถมยังถือวิสาสะมานั่ง
เก้าอี้ด้านตรงข้ามกับเขาอีก ทั้ง ๆ ที่ในร้านมีที่นั่งเหลืออีกเยอะแยะ เพราะมีเพียงเอก และชายเสื้อฟ้า
เท่านั้นที่มาใช้บริการ แต่กระนั้นก็น่าแปลกที่เอกเองก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไรในท่าทีที่แสดงความเป็น
มิตรเกินควรของชายเสื้อฟ้าที่ชื่อว่าบอย

“อูยยย ... ไอ้แพร มือหนักยังกับช้าง ตบทีหลังเกือบหัก”

ชายเสื้อฟ้าร้องโอดโอยพลางทำหน้าบิดเบี้ยวพิกล จนเอกแอบหัวเราะน้อย ๆ อยู่ในใจ

“อ้อ ขอโทษ ผมลืมแนะนำตัว ผมชื่อ บอย วันนี้กำลังจะไปบางแสน แต่แวะมาเติมน้ำมันกับแวะเข้า
ห้องน้ำเสียหน่อย”

“ผมชื่อ เอก ครับ ... เรื่องเมื่อครู่ผมขอโทษด้วย ไม่ทันระวังก็เลยชนกับแฟนคุณ”

“โอย ไอ้แพร ไม่ใช่แฟนผมหรอกครับ แล้วก็ไม่ต้องขอโทษด้วย ไอ้แพรต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ
ท่าทางจะปิ๊งคุณเข้าให้แล้วล่ะมั้งนั่น เล่นทอดสะพานคอนกรีตเสริมใยเหล็กให้ซะขนาดนั้น
ผมยังไม่เคยเห็นมันให้ท่าใครซะขนาดนั้นเลย ถ้าคุณเอกสนใจก็จีบได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

“หือ ? ไม่ใช่แฟน แต่ผมว่าพวกคุณดูสนิทกันมากกว่าเพื่อนอยู่นะ หรือว่ากิ๊ก ?”

“อืม นั่นซิ ... ไม่ใช่แฟน แต่ก็ไม่ใช่เพื่อน จะเรียกว่ากิ๊กก็ไม่เชิง ... เอาเป็นว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมา
ตั้งแต่เด็กก็แล้วกัน”

“แล้ว ‘สนิท’ ขนาดไหนล่ะครับ”

เอก ถามยิ้ม ๆ ด้วยต้องการแหย่เล่น ๆ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะหัวเราะร่วนแล้วส่งเสียงซุบซิบ
ตอบออกมาแบบเปิดเผยซะเหลือเกิน

“ฮ่า ฮ่า ถามมาตรง ๆ แบบนี้ ผมก็ขอตอบตรง ๆ ก็ได้ แต่อย่าไปบอกใครเชียว เดี๋ยวแพรเขาจะเสียชื่อ
ยิ่งเพิ่งเริ่มเข้าวงการนางแบบอยู่ด้วย ... อย่างที่คุณคิด พวกเราสนิทขนาดเคยนอนด้วยกันหลายครั้ง
แต่ก็ไม่เคยขยับเข้าใกล้คำว่าแฟน ... ตอนนี้ก็เลยประมาณว่า ถ้าใครเหงาก็มาเอากัน”

“นั่นซิ ผมก็กะอยู่แล้วเชียว ว่าแต่เมื่อกี้นี้เขามายั่วผม คุณบอยไม่หึงหรือไง”

“อันนี้คงเป็นเหตผลที่เราไม่เคยคิดเป็นแฟนกันมั้ง ผมไม่เคยรู้สึกหึงเลย เวลาที่เห็นแพรควงกับผู้ชาย
คนอื่น แล้วก็เหมือนกัน ไอ้แพรมันก็ไม่เคยมาหึงผมเหมือนกัน เวลาผมควงใครไปให้มันเห็น”

“อ้อ ... แต่อย่าเข้าใจผิดนะ ไอ้แพรมันไม่ได้มั่วผู้ชายขนาดนั้น มันชอบอ่อย ชอบยั่วผู้ชายรวย ๆ หลอก
เอาเงินก็จริง แต่มันไม่ยอมเสียตัวให้ใครง่าย ๆ หรอก เพราะหัวมันสูง อยากได้ผู้ชายที่ยังหนุ่ม ๆ แล้ว
ก็ต้องหล่อ แล้วรวยด้วย มันก็เลยหาสามียากหน่อย เพราะพวกรวย ๆ ส่วนใหญ่ก็แก่อ้วนลงพุง ส่วน
พวกหนุ่ม ๆ ก็ไม่ค่อยมีกะตังค์... แต่แบบคุณน่ะเสปคมันเลย เจอเมื่อไหร่ได้ยั่วแบบจัดเต็มแน่ ๆ ระวัง
ให้ดี หึ หึ”

“ฮ่า ฮ่า คงไม่ไหวหรอกครับ เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็เยอะพอดูแล้ว นี่ก็เพิ่งโดนคาดโทษมาด้วยว่าห้ามมีเพิ่ม
ถ้ามีเพิ่มอีกคนสงสัยผมจะโดนจัดเต็มเหมือนกัน”

“หืม ... ฮ่า ฮ่า ผมว่าแล้ว หล่อ รวย แบบคุณ ...ท่าทางจะมี ‘เด็ก’ เยอะไม่เบาเลย”

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ …”

เอก สงบปากลงชั่วคราว เมื่อเพิ่งคิดได้ว่าเผลอหลุดเรื่องของตัวเองมากเกินไปหน่อยแล้ว ซึ่งก็พอดีกับ
ที่อีกฝ่ายหันไปสนใจอย่างอื่นพอดี

“ว้าว เด็กนักเรียนที่ไหนเนี่ย น่ารักยังกะตุ๊กตา หน้าใสกิ๊งเหมือนดาราเด็กของญี่ปุ่นเลย”

เอก หันไปมองตามสายตาของบอยตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบว่าเด็กผู้หญิงที่ว่าคือ มายด์ น้องสาวคน
เล็กของเขานั่นเอง เด็กสาวตัวน้อยกำลังเดินมาทางร้านกาแฟที่เขานั่งอยู่ พร้อมกับชะเง้อไปมา เหมือนกับ
ว่ากำลังมองหาเขาอยู่ แต่ดูเหมือนแสงแดดที่สะท้อนอยู่บนกระจกร้านจะทำให้เด็กสาวมองเข้ามาได้ไม่
ชัดนัก

“คุณเอกว่ามั้ย เด็กสมัยนี้ โตไวจริง ๆ ชุดนักเรียนเหมือนจะยังเรียนประถม แต่สวยน่ารัก น่ากอด น่าจูบ
น่ากิน ไปหมดทั้งตัวเลย ... แฮ่ม เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ผมได้เอากับเด็กครั้งแรกเลย ตอนนั้นน้องเค้าน่าจะ
เพิ่ง 11-12 ขวบ เองมั้ง คุณเอ๊ย กว่าผมจะใส่เข้าไปได้นะ เหงื่อตกเลย แต่พอได้กระเด้าเท่านั้นแหละ
อู้ยยย โคตรมันเลย ทั้งคับ ทั้งแน่น”

“... ไม่นึกว่าคุณบอยจะชอบเด็ก”

“ก็ไม่เชิงว่าชอบเด็กหรอก ผมชอบสาว ๆ วัยทำงานมากกว่าเต็มไม้เต็มมือดี แต่เด็ก ๆ ผมก็ไม่ขัดข้อง
ยิ่งถ้าสวยน่ารักแบบเด็กคนนี้ล่ะก็น่าสนเลย สวยน่ารักแบบลูกคุณหนู ตัวเล็ก ๆ ผิวเนียน ๆ กลิ่นตัว
หอม ๆ แบบเด็ก ๆ ถ้าจับเล่นท่า อุ้มแตง อุ้มไป กระเด้าไป สะใจสุด ๆ”

บอย พูดเปิดเผยตรงไปตรงมาแบบเต็มที่ราวกับว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน แต่กระนั้น
เอก ก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ หรือโกรธเคืองบอยเลยที่พูดถึงน้องสาวของเขาแบบนั้น แถมยังแอบ
รู้สึกคึกคักไปด้วยเสียต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นดวงตาที่แวววาวราวกับหมาป่ากำลัง
จับจ้องมองเหยื่อตัวน้อยของบอยที่กำลังมองน้องสาวของเขาเข้าด้วยแล้ว

“คุณบอยพูดซะผมคึกคักเลยนะเนี่ย”

“ธรรมดาของผู้ชายน่า เห็นผู้หญิงสวยน่ารักถ้าไม่คิดเรื่องหื่น ๆ ก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว นมยังไม่ตั้งเต้าเท่า
ไหร่ แต่มองมุมไหนก็น่ารักจริง ๆ หน้าใสยังกะตุ๊กตาแน่ะ นี่ถ้าเป็นแฟนผมนะ ผมจะให้แอบมาดูดไอติม
ในร้านกาแฟเลย เงียบไม่มีคนดีนัก คุณนึกดูซิ ปากเล็ก ๆ แบบนี้นะ ถ้าได้ใส่เข้าไปจนแก้มป่องออกมา
แล้วให้ดูดล่ะก็ .... อูยยย แล้วยิ่งตอนเสร็จนะ กระฉูดใส่ให้เต็มหน้าเหมือนในหนังโป๊ สะใจสุด ๆ”

“ในร้านกาแฟเนี่ยนะ จะกล้าทำจริง ๆ เหรอ เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นเข้าหรอก”

“นั่นล่ะ ยิ่งตื่นเต้นเลย ผมกับแพร ชอบไปเล่นนอกสถานที่กันบ่อย ๆ ... ในที่จอดรถ ทางหนีไฟ
ห้องน้ำห้าง ลองมาหลายที่แล้ว ... นี่ความจริงวันนี้ผมก็กะจะพาแพรมาเอากันที่นี่แหละ ตรงด้าน
หลังร้านมินิมาร์ทน่ะ มีที่เงียบๆ เปลี่ยว ๆ อยู่ ผมเคยแอบมาสำรวจแล้ว อีกเดี๋ยวคุณจะแอบไปดู
ก็ได้นะ มีคนแอบดูคงตื่นเต้นดีพิลึก ... ดีไม่ดี ถ้าคุณอยากแจมด้วย แพร มันก็คงยอมล่ะมั้ง
แบบรุมผู้หญิงสองต่อหนึ่งนี่ผมยังไม่เคยลอง คุณอยากลองมั้ยล่ะ”

“หึ หึ คงไม่ใช่ว่าที่มาคุยกับผมแต่แรก เพราะตั้งใจจะชวนทำเรื่องนี้หรอกนะ”

“ฮ่า ฮ่า ความจริงก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่คุยกับคุณแล้วถูกคอดี ก็เลยลองชวนดู ว่าแต่คุณสนใจ
มั้ยล่ะ ได้เอานางแบบ FXM เชียวนะ หุ่นดีสุด ๆ แล้วก็ไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่ใช่พวกหลอก
ลวงสิบแปดมงกุฎแน่ ๆ งานนี้ผมรับรอง ว่าได้จริง แตกจริง หรือถ้าไม่แน่ใจ ก็ไปแอบดูเฉย ๆ
ก็ได้”

บอย พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังน่าเชื่อถือ ซึ่งเอกก็ไม่รู้สึกว่าบอยจะเป็นพวกโกหกหลอกลวงอะไร
แต่ถึงจะเป็นพวกโกหกหลอกลวงจริง ๆ เขาเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนธรรมดาเสียเมื่อไหร่ แถมยัง
มีรักยม กับนางตะเคียนคอยช่วยเหลืออยู่อีกต่างหาก ยังไงก็ไม่มีทางพลาดท่าได้

แถมพอนึกไป แพร สาวผิวสีน้ำผึ้งที่เปรี้ยวจี๊ดสุด ๆ คนนั้นก็น่าฟันใช่ย่อย ทั้งนม ทั้งตูดเด้งตูม
น่าบีบอยู่เหมือนกัน แถมยังพ่วงด้วยดีกรีนางแบบนิตยสารชื่อดังอีกต่างหาก คิดไปแล้วเอก
ก็ให้นึกถึงฝนอยู่เหมือนกัน เพราะรายนั้นก็เป็นพริตตี้ชื่อดังใช่ย่อย แถมนิสัยค่อนข้างเปิดเผย
คล้าย ๆ กับแพร ถึงจะน้อยกว่าสักหน่อย แต่ถ้าเทียบกันแล้ว เขาก็ยังรู้สึกว่า ฝน ดูดีมีเสน่ห์
น่าลิ้มลองกว่าแพรอยู่สักหน่อย

“อืม ผมไม่ใช่พวกชอบแอบดูด้วยซิ แล้วแบบชายสองหญิงหนึ่งผมก็ไม่เคยลองอยู่เหมือนกัน
เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมขอไปแอบดูก่อนล่ะกัน ถ้ายังไง ผมอาจจะขอไปร่วมแจมก็ได้ แต่ตอนนี้ผม
ขอทำธุระกับ ‘เด็ก’ ของผมก่อน คุณบอยสนใจจะอยู่ดูหรือเปล่าล่ะครับ?”

เอก ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฎิเสธ แววตาของเขาฉายแวววับวาวราวสัตว์ป่าที่กำลังตื่นเต้นคึกคัก
ที่ได้เห็นเหยื่อ เมื่อมายด์เปิดประตูร้านกาแฟเดินเข้ามา

............................................................................

“พี่เอกอยู่ที่นี่เอง มายด์เดินหาพี่เอกตั้งนานแน่ะ”

มายด์ เดินเข้ามาหาพร้อมกับเสียงสดใสน่ารัก ดวงตากลมโตดูจะเปล่งประกายยินดีไม่น้อยที่หา
พี่ชายจนเจอได้

“ซื้อขนมเสร็จหรือเหรอ แล้วพี่สาวของเราหายไปไหนแล้ว”

เอก เอื้อมมือไปลูบศรีษะเล็ก ๆ ของเด็กสาวด้วยกิริยารักใคร่คล้ายพี่ชาวเอ็นดูน้องสาว หากกระนั้น
สายตาที่จับจ้องมองเรือนร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวกลับแลดูคล้ายชายหนุ่มที่กำลังกลัดมันเสียมากกว่า

“พี่เมย์ ไปเข้าห้องน้ำจ้ะ แต่มายด์ไม่อยากเข้า ก็เลยเดินหาพี่เอกแทน”

มายด์ ไม่ทันจะสังเกตเห็นสายตาแวววาวของพี่ชาย เพราะเธอเพิ่งสังเกตเห็นชายหนุ่มอีกคนที่นั่งร่วม
โต๊ะอยู่ด้วย

“อ้อ นั่นคุณบอยเป็นเพื่อนพี่เอง สวัสดีซะซิ แล้วนี่น้องมายด์เป็นน้องสาวของผมเองครับ”

เอก แนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน ซึ่ง มายด์ เองก็รีบยิ้มให้ พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้บอยด้วยกิริยาอันสุภาพ
เรียบร้อยอย่างที่เคยถูกสั่งสอนมา หากแต่บอยที่ได้เห็นเด็กสาวในระยะประชิดก็ถึงกับแอบอึ้งไปกับ
ความน่ารักสดใสของนางฟ้าตัวน้อยครู่ใหญ่ ก่อนจะรู้สึกตัวยกมือขึ้นรับไหว้ แล้วรีบหันไปยิ้มแหยๆ
กับเอก เพราะแอบพูดลามปามเด็กสาวไปเสียเยอะ

“เอ่อ น้องสาวของคุณเอกเหรอ ... ไม่ทันนึก ที่พูดเมื่อกี้ผมขอโทษด้วย”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมไม่คิดอะไรจริง ๆ แถมพอได้ฟังที่คุณพูด ผมเลยได้ไอเดียดี ๆ มาด้วยอีกต่างหาก”

“ไอเดียดี ๆ ?”

“ก็เมื่อกี้คุณบอยพูดเรื่องลิงอุ้มแตง แล้วก็แตกใส่หน้าไม่ใช่เหรอ ผมก็อยากจะลองทำดูบ้างแค่นั้นแหละ
ว่าแต่คุณบอยสนใจจะเป็นผู้ชมหรือเปล่าล่ะ ในร้านยิ่งไม่มีคนอยู่ด้วย พนักงานก็แอบนั่งหลับอยู่นั่น”

เอก ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้กับบอย จนอีกฝ่ายงงอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นเต้น เมื่อเริ่มตาม
ทันความคิดของพี่ชายที่กำลังจะกระทำกับเด็กสาวตัวน้อยที่แสนจะสดใสน่ารัก

"พี่เอก พูดเรื่องอะไรกันเหรอจ๊ะ ลิงอุ้มแตง? แตกใส่หน้า? … มายด์ล่ะ ง๊ง งง”

“ไม่ต้องงงหรอก เอาล่ะมานั่งคุยกันก่อน”

เอก ดึงท่อนแขนน้อย ๆ ของมายด์เข้าหาตัว จนเด็กสาวตัวน้อยขยับมานั่งอยู่บนตักของเขา ซึ่งมองเผิน ๆ
ก็เหมือนพี่ชายเล่นกับน้องสาวแบบธรรมดา หากเพียงว่าเขาไม่ได้จัดแจงให้สะโพกนิ่ม ๆ ของเด็กสาววาง
ทับอยู่บนดุ้นเอ็นอันเขื่องที่กำลังพองตัวอยู่ภายในเป้ากางเกง พร้อมกับใช้สองแขนตวัดรัดโอบรอบเอวไว้

มายด์ ดูงุนงงและขวยเขินเล็กน้อย หากกระนั้นเด็กสาวก็มิได้มีท่าทีต่อต้านอันใด เพราะอีกฝ่ายนั้นเป็น
ทั้งพี่ชาย และผู้ชายที่เธออยากให้สัมผัสเนื้อตัวอย่างที่สุดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่เธอห่างเหิน
จากรสรักไปนาน เมื่อได้สัมผัสเข้ากับความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าวตรงร่องก้นแล้วเด็กสาวก็ถึงกับร้อนวูบวาบ
ไปทั้งตัวอย่างรวดเร็ว เด็กสาวจึงเอนหลังไปพิงกับร่างของพี่ชายอย่างว่าง่าย พร้อมกับแอบขยับโยกสะโพก
เล็ก ๆ ของตัวเองวนไปมาบนท่อนเนื้อของเขาเบา ๆ

“เมื่อกี้พี่บอกบอยไปว่า พี่กับมายด์เป็นแฟนกัน แต่บอยเขาไม่เชื่อน่ะ เขาบอกว่าเด็กน่ารักอย่างมายด์
ไม่มีทางเป็นแฟนกับพี่ได้หรอก มายด์ช่วยยืนยันหน่อยซิว่าเราเป็นแฟนกัน”

เอก พูดสร้างเรื่องขึ้นมาดื้อ ๆ ก่อนขยับริมฝีปากไปขบที่ใบหูของเด็กสาวเบา ๆ พร้อมกับพ่นลมฟู่ออกไป
จนเด็กสาวขนลุกซู่สะท้านไปทั้งร่าง

“เอ๋ ... แฟน ? ... มายด์ ... มายด์เป็นแฟนกับพี่เอกได้เหรอจ๊ะ แล้วพี่หญิงล่ะ”

เด็กสาวไร้เดียงสาเอ่ยถามด้วยความงุนงง ความคิดวัยเด็กทำให้เธอรับรู้เพียงว่าเธอเป็นน้องสาวของเขา
ถึงแม้ว่าเธอจะเคยมีอะไรกับพี่ชายมาแล้วแต่เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีสถานะเป็นแฟน หากกระนั้น
เด็กสาวก็อดไม่ได้ให้รู้สึกดีใจกับสถานะใหม่ที่ดูจะเท่าเทียมกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ของพี่ชายมากกว่าคำว่า
น้องสาว

“อื้มม ก็เป็นทั้งน้องสาว แล้วก็เป็นแฟนด้วยไงล่ะ บอกพี่บอยเค้าไปซิ ว่าเราเป็นแฟนกัน”

ชายหนุ่มพูดเสียงหวานกระซิบกับเด็กสาว พร้อมกับลากไล้ฝ่ามือไปตามผิวอันเนียนนิ่มของเด็กสาวจน
เธอสั่นสะท้าน ฝ่ามือหยาบใหญ่ทั้งสองข้างแม้จะลากไล้เพียงแผ่วเบา แต่ก็พลิ้วผ่านไปสร้างความสยิว
ไปทั่วทั้งหน้าท้องและท่อนขาของเด็กสาวอย่างถ้วนทั่ว เด็กสาวที่ไม่เข้าใจเรื่องราวจึงได้แต่เอ่ยปากรับคำ
ของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงกระเส่าโดยไม่ได้คิดเลยว่าพี่ชายตัวดีของเธอกำลังคิดจะทำอะไร

“อืมมมมม .... มายด์ เป็นแฟนพี่เอกจ้ะ อือออออ”

บอย รับฟังเสียงอันสดใสนั้นด้วยความรู้สึกเหม่อลอย สมาธิทุกส่วนของเขาดูจะจับจ้องเขม็งอยู่ที่เพียง
เรือนร่างอันงดงามของเด็กสาวจนตาเป็นมัน โดยเฉพาะเมื่อเอกล้วงมือลึกเข้าไปในซอกขาขาว ๆ ดัน
กระโปรงนักเรียนร่นขึ้นไปด้านบนจนเห็นกางเกงในลายการ์ตูนเต็มสองตา แถมที่ด้านบน มืออีกข้างก็
ล้วงวูบเข้าไปในเสื้อนักเรียนทำให้ชายเสื้อร่นขึ้นจนเห็นสะดือเล็ก ๆ น่ารักที่อยู่ตรงกลางหน้าท้องเรียบ
เนียนขาวสะอาด

“เหมือนบอยจะยังไม่เชื่อว่าเราเป็นแฟนกัน เห็นมั้ยยังทำหน้างง ๆ อยู่เลย เราจะทำยังไงดีน้าให้เค้าเชื่อ”

เอก ยิ้มชื่นชมให้กับความคิดของตัวเอง ขณะที่ล้วงมือล้วงไม้ไปทั่วเนื้อตัวของเด็กสาวไม่หยุด แถมบางครั้ง
ยังก้มหน้าลงไปดูดซอกคอขาว ๆ ของเด็กสาวเสียงดังจ๊วบซะด้วย

“อูยยยย .... มายด์ไม่รู้จ้ะ ... อือออออออ .... พี่เอกจ๋า อย่าแกล้งมายด์ ... มายด์เสียว”

เด็กสาวที่อัดอั้นอารมณ์มานานโดนปลุกเร้าจนใบหน้าแดงก่ำ เธอเด้งสะโพกน้อย ๆ เบียดกับความแข็งแกร่ง
ของชายหนุ่มอย่างไม่อาจจะหยุดยั้งตัวเองลงได้ ก่อนเด้งตัวสะท้านเฮือกเป็นระยะทุกคราที่ฝ่ามือของเขาสัมผัส
สะกิดเกากับความชื้นแฉะที่อยู่ตรงกลางหว่างขาของเธอ

“งั้นเราลองจูบกันให้พี่บอยดูมั้ย เค้าอาจจะเชื่อก็ได้ว่าเราเป็นแฟนกัน อยากจูบกับพี่มั้ย”

เอก ถามพลางซุกไซร้ขบกัดไปทั่วต้นคอขาว ๆ แล้วลากลิ้นชอนไชไปที่ใบหูเรียวเล็กของเด็กสาว ลิ้นสาก ๆ เลีย
ลากวนไปมาราวกับมีชีวิต ทั้งฉกแยง และเลียไล้ไปมา ทำเอาเด็กสาวเสียวสยิวบิดตัวไปมาแทบจะขาดใจอยู่แล้ว
ซึ่งความจริงทำขนาดนี้ บอย ที่กำลังมองจนตาค้างก็เชื่อไปนานแล้ว แต่เอกก็ยังคงสนุกสนานกับการกลั่นแกล้ง
น้องสาวของตัวเองต่อไป

“อู๊ยยยย ... อืออออ ... จูบจ้ะ มายด์อยากให้พี่เอกจูบมายด์ อืออออ ... อืมมม”

เด็กสาวระล่ำระลักตอบ เธอรีบเอียงคอเผยอปากน้อย ๆ หันหน้าไปหาเอกเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
ซึ่งเอกที่รออยู่แล้วก็ก้มหน้าลงไปประกบกับปากบางจิ้มลิ้มของเด็กสาวแสนสวยแล้วบดจูบอย่างร้อนแรง
ลิ้นสากของชายหนุ่มแหย่แยงเข้าไปในภายในก่อนเกี่ยวกระหวัดโลมเลียไปทั่วโพรงปากอันหอมหวานของ
เด็กสาวอย่างหิวกระหายราวจะดูดกินทุกสิ่งอย่างของเด็กสาวให้หมดสิ้น

แม้จะไม่ใช่จูบแรก แต่ความช่ำชองของเรียวลิ้นก็ทำเอาเด็กสาวเสียวสะท้านไปทั่วร่างเล็ก ๆ จนหัวหมุน
ไม่แพ้กับรสจูบครั้งแรกที่เธอเคยมอบให้กับเขา รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์กระสันซ่าน รสจูบที่เปี่ยมไป
ด้วยความเคลิบเคลิ้มในทุกรสสัมผัส รสจูบที่หอมหวานน่าลิ้มลองเสียยิ่งกว่าลูกกวาดหรือลูกอมยี่ห้อใด ๆ
และนั่นเป็นรสจูบที่เธอถึงกับต้องแอ่นเผยอตัวเด้งตามเมื่อเขาขยับตัวถอนปากออกไป

“คราวนี้เชื่อหรือยังล่ะครับคุณบอย ว่าผมกับมายด์เป็นแฟนกันจริง ๆ “

เอก ถอนปากออกมายิ้มขยิบตาให้กับบอย โดยที่ยังคงลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวอันร้อนผ่าวของเด็กสาวไม่หยุด
ซึ่งทางฝ่ายบอยที่กำลังมีอารมณ์ร่วมไปกับบทรักระหว่างเอกและมายด์ก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจแผนการณ์
อันน่าสนใจของเอกขึ้นมาอยู่บ้าง จึงเล่นตามน้ำไปด้วยแบบไม่ต้องคิดมาก

“แค่จูบกันยังไม่เรียกว่าเป็นแฟนกันหรอกครับคุณเอก มันต้องมากกว่านี้อีก”

“อืม ยังไม่เชื่ออีก งั้นพวกเราต้องทำยังไงดีล่ะน้องมายด์ หือ?”

เอก ก้มลงมองเด็กสาวที่เด้งตัวขลุกขลักไปมาอยู่ในอ้อมกอด หากก็ไม่มีเสียงตอบออกมา นอกเสียจากดวงตา
กลมโตฉ่ำเยิ้มที่กำลังจ้องมองมาแทนคำตอบ ซึ่งแม้เอกจะรู้ว่าน้องสาวของเขายอมทำทุกอย่างอยู่แล้ว แต่เขา
ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อดำเนินแผนการของตนเองต่อไป และเมื่อมายด์ไม่ยอมพูดตอบออกมา เอกก็เลย
แกล้งหยุดการเล้าโลมไปเสียดื้อ ๆ จนอีกฝ่ายต้องส่งเสียงร้องขอด้วยความรู้สึกค้างคา

“พี่เอกจ่า ช่วยมายด์ด้วย ... ”

“มายด์บอกมาก่อนซิ ว่าเราควรจะทำยังไงให้พี่บอยเค้าเชื่อ ว่าเราเป็นแฟนกัน”

เอก แสร้งทำตัวใจร้ายด้วยการจับร่างน้อย ๆ ในชุดนักเรียนของมายด์ให้ลุกขึ้นยืน ทำท่าทางเหมือนกับว่าไม่
ยอมทำตามคำขอของน้องสาวที่กำลังอารมณ์ค้างคา ซึ่งมายด์ที่สับสนงุนงงก็ได้แต่หันไปมองทางบอยและ
เอกสลับไปมาด้วยใบหน้าอันแดงซ่าน ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“พี่เอกก็ปั่มป๊ามมายด์ซิจ๊ะ พี่บอยจะได้เชื่อว่าเราเป็นแฟนกัน”

“ปั่มป๊าม!!!!?”

สองชายหนุ่มอุทานทวนคำออกมาแทบจะพร้อมกัน ก่อนจะแอบอมยิ้มในความน่ารักไร้เดียงสาของเด็กสาว
แม้ไม่รู้ว่าเด็กสาวสรรหาคำนี้มาจากไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็สื่อความหมายออกมาได้ชัดเจนอยู่ไม่น้อย
แต่กระนั้นเอกก็ยังคงแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้เช่นเดิม

“ปั่มป๊าม คืออะไรเหรอจ๊ะน้องมายด์”

“ปั่มป๊าม ก็ ... เอาของพี่เอก ใส่เข้ามาในของมายด์ แล้วพี่เอกก็จิ้มเข้าจิ้มออกเร็ว ๆ ไงจ๊ะ”

เด็กสาวหันมามองเอกด้วยสายตาวิงวอน อารมณ์อันร้อนแรงท

LAMBERG:
เด็กสาวหันมามองเอกด้วยสายตาวิงวอน อารมณ์อันร้อนแรงทำเอาเด็กสาวถึงกับต้องยืนหนีบเบียดขาเข้าหา
กันอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งกิริยานั้นก็ทำเอาบอยแทบอยากจะกระชากเด็กสาวไปปั่มป๊ามแทนเอกแทบจะขาดใจแล้ว

เอก เองแม้จะแสร้งทำไม่สนใจใยดี แต่ในใจน่ะอยากจะจัดหนักกับน้องสาวแสนสวยคนนี้เต็มที่แล้ว เขามอง
สำรวจไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้งก็พบว่าในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่น ส่วนพนักงานร้านกาแฟก็เหมือนจะนั่งหลับอยู่ด้าน
หลังเคาท์เตอร์ สำหรับคนที่ด้านนอกก็ดูเหมือนจะมองเข้ามาไม่เห็น ดังนั้นหนทางก็ดูจะสะดวกอยู่ไม่น้อย และ
ที่สำคัญเขาได้ส่งกระแสจิตสั่งการรักยมให้ดูแลอย่าให้ใครเข้ามาในร้านเพื่อเป็นการป้องกันอีกทางเอาไว้ด้วย
และเมื่อเตรียมการแล้วเสร็จเขาจึงค่อยเริ่มเดินเกมแกล้งเด็กน้อยขั้นที่สองต่อไป

“อยากโดนปั่มป๊ามใช่มั้ยล่ะ ... ถ้างั้นก็ถอดกางเกงในออกก่อน”

“จ้ะ”

มายด์ เอื้อมมือลงไปรูดกางเกงในจนไหลเลื่อนหลุดไปจากท่อนขาขาวอวบโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
ซึ่งดูไปตอนนี้ไม่ว่าเอกจะสั่งให้เธอทำอะไร เธอก็คงพร้อมจะทำทุกอย่างโดยไม่มีการทักท้วงอย่างแน่นอน
แถมไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว เมื่อกางเกงในลายการ์ตูนตัวน้อยหล่นลงไปกองกับพื้นแล้ว เด็กสาว
ยังยกชายกระโปรงนักเรียนขึ้นมาอีกด้วย เอกที่อยู่ด้านหน้าจึงได้เห็นกลีบกุหลาบที่ขาวสะอาดของเด็กสาว
อย่างเต็มตา ส่วนบอยที่อยู่ด้านหลังนั้นก็ได้อานิงสงค์เห็นความขาวเนียนของสะโพกงามงอนน้อยๆ เช่นกัน

“ถ่างขาออก แล้วยืนดี ๆ นะ”

เอก ส่งเสียงสั่งการ และเมื่อเด็กสาวขยับขาอ้าออก เขาก็ล้วงมือวูบไปสัมผัสเข้ากับโคกสวาทที่สะอาดเกลี้ยง
เกลาแต่ฉ่ำชื้นของเด็กสาว ก่อนลากไล้นิ้วมือไปตามความโหนกนูนของกลีบกุหลาบสีสวย แล้วแหย่นิ้วแยง
พรวดเข้าไปในร่องรูจนเด็กสาวตัวเกร็ง ส่งเสียงร้องวี้ด ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่

"อึ๊ยยยยย ... พี่เอกจ๋า อืมม อะ อืมมมมมมมมม อะ อืออออออ พี่จ๋า อึ๋ยยยยย พี่จ๋า พี่จ๋า มายด์เสียว"

ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความรุ่มร้อนที่กำลังพุ่งพล่านไปทั่วร่าง มือเล็กบอบบางตวัดไขว่คว้าไปมาก่อน
จะจับหมับไปที่ข้อมืออันแข็งแกร่งของพี่ชาย สองขาเรียวเล็กเกร็งหนีบแน่นเข้าหากันสุดแรงด้วยความทรมาณ
ขณะที่เขาใช้ปลายนิ้วแหย่ล้วงทะลวงลึกเข้าไปในรูสวาทอันฟิตคับ อีกทั้งด้านบนนั้นฝ่ามือร้อน ๆ อีกข้างของ
พี่ชายก็เลื่อนวูบเข้าไปบีบขยำเต้านมกะเปาะเล็ก ๆ ด้วยลีลาอันแสนช่ำชองเสียด้วย

บอย ที่เป็นได้เพียงแค่ผู้ชม เบิกตาโพลงหอบหายใจถี่หนักขณะมองดูภาพเกมกามอันสุดแสนระทึกของเด็กสาวตัว
น้อยที่สุดแสนจะสดใสน่ารัก แววตาอันหื่นกระหายจับจ้องมองทุกกิริยาดิ้นเร่าของเด็กสาวจนแทบไม่ยอมกระพริบ
ตาให้เสียโอกาสแม้แต่เศษเสี้ยวของวินาที ภาพก้นกลมดิกขาวเนียนของเด็กสาวที่เด้งส่ายระริกระรี้ไปมาด้วยโดน
บีบขยำที่กลีบแคมอวบตูม และภาพขยุกขยิกภายใต้เสื้อนักเรียนตรงช่วงหน้าอกที่โดนฝ่ามือของเอกล้วงเข้าไปบีบ
ขยำเต้านมกะเปาะน้อยทำเอาแก่นกายของชายหนุ่มถึงกับพองตัวออกมาจนแทบระเบิดออก

“มายด์เสียวมั้ย?”

เอก เหลือบตามองสายตาอันหื่นกระหายของบอยที่มองมายด์ด้วยความรู้สึกภูมิใจ ก่อนหันมาใช้ฝ่ามือบีบขย้ำฟอน
เฟ้นเสพสัมผัสไปตามผิวกายที่ละเอียดนุ่มนิ่มเต่งตึงราวกับผิวของเด็กทารก ซึ่งแม้ว่าเด็กสาวตัวน้อยจะยังไม่มีส่วน
โค้งเว้าอันหนั่นแน่นเฉกเช่นสาวรุ่น แต่กระนั้นร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวก็กระตุ้นอารมณ์อันหื่นกระหายของชายหนุ่ม
ได้ไม่แพ้สาวรุ่นเลยแม้แต่น้อย

“เสียวจ้ะ อะ อึ๊ยยยย มายด์เสียว”

“แล้วเสียวกว่าตอนที่แอบช่วยตัวเองเมื่อเช้าหรือเปล่า ตอนที่แอบดูพี่ปั่มป๊ามกับพี่หญิงน่ะ”

“มะ มายด์ มายด์ ไม่ได้แอบดูนะจ๊ะ ... อ๊ะ อ๊ายยย .... มายด์แค่จะไปตามพี่เอกแค่นั้นเอง ... อึ๊ยยย พี่จ๋าอย่าเขี่ย
มายด์เสียว อึ๊ยยยย”

“แค่ไปตามแล้วทำไมต้องไปแอบยืนช่วยตัวเองอยู่หน้าห้องน้ำด้วยล่ะหือ”

ชายหนุ่มถามพลางลากนิ้ววิ่งเข้าออกร่องสวาทของเด็กสาวไปพลางจนเด็กสาวขาสั่นระริกแทบยืนไม่อยู่

“ก็ มายด์ ... มายด์ อยากโดนพี่เอกทำ แบบที่พี่เอกทำกับพี่หญิง อึ๊ยยย .... พี่เอกจ๋า พี่เอก อย่าหยุดนะ อ๊ายยย
พี่เอก พี่เอก เร็วอีกนิด เร็วอีก อื๊ออออออ .....”

ความซาบซ่านประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่างบอบบางของเด็กสาวจนหัวสมองขาวโพลน รับรู้ได้แต่เพียงสัมผัส
อันเร่าร้อนของสิ่งที่กำลังสอดใส่เข้าไปในร่างกาย มันเป็นความร้อนแรงที่ค่อย ๆ ทบทวีมากขึ้นทุกคราที่พี่ชาย
ของเธอลากขยับนิ้วเข้าออก อารมณ์สวาทที่พาดพัดทำเอาร่องรักของเด็กสาวบีบรัดหนุบหนับ น้ำรักใสบริสุทธ์
เอ่อล้นทะลักออกมาจนชุ่มโชก

และเมื่อโดนพี่ชายตน ขยับนิ้วซอยยิก ๆ เร่งจังหวะเร้าอารมณ์จนถึงขีดสุด เด็กสาวก็รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเกร็ง
จนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความหฤหรรษ์ที่เอ่อล้นจนแทบมิอาจหายใจออก ผลักใสให้เด็กสาวต้องส่งเสียงหวีดร้อง
แห่งความสุขสมออกมา พร้อมกับน้ำรักที่หลั่งไหลย้อยไปตามง่ามขาที่กำลังสั่นระริกจนถุงเท้านักเรียนเปียกชุ่ม

"พี่เอกจ๋า อ๊าาา มะ มายด์ มายด์ ไม่ไหวแล้ว อ๊าาา อืออออ ……………….."

เด็กสาวเกร็งจนตัวงอ สองขาอ่อนแรงแทบล้มพับลงไปกับพื้น หากแต่ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในอารมณ์หื่น ไม่
ยินยอมปล่อยให้เด็กสาวได้พักเหนื่อย เขาจับเด็กสาวถอดเสื้อนักเรียนและเสื้อซับสีขาวสะอาดบริสุทธ์ออก
จากร่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปลดตะขอแล้วรูดกระโปรงตัวน้อยจนหลุดลุ่ยในเสี้ยววินาทีถัดมา เวลานี้มายด์
จึงยืนเปลือยกายล่อนจ้อน โชว์เรือนร่างขาวผ่องสะอาดนวลเนียนอยู่ในร้านกาแฟต่อหน้าต่อตาพี่ชาย และ
บอย ชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งเคยพบพานเป็นครั้งแรก

เอก หันไปมองส่งยิ้มให้บอยที่กำลังจ้องมองดูเรือนร่างของมายด์ด้วยสายตาหื่นกระหาย ก่อนขยับตัวลุกขึ้น
ยืนแล้วรูดซิปปลดกางเกงจนหลุดลุ่ยออกจากตัวไปอย่างรวดเร็วที่สุด และเมื่อท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ที่กำลังบวมเป่ง
แสดงตัวออกมา เขาก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเคียงคู่กับมายด์ที่กำลังยืนตัวสั่นจ้องมองสัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงกลาง
หว่างขาของเขา

แก้วกาแฟสองแก้วที่วางเกะกะอยู่บนโต๊ะถูกยกออกไปวางที่โต๊ะข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว จากนั้น เอก ก็อุ้มยกร่าง
เปลือยขาวผ่องของเด็กสาวลงไปนอนหงายแผ่หราอยุ่บนโต๊ะนั้น ก่อนจัดแจงให้สองขาน้อย ๆ ของเด็กสาวถ่าง
อ้าออกสุดเหยียดจนกลีบแคมขาวสะอาดเปิดแง้มอ้าออกมาน้อย ๆ

"พี่เอกจ๋า มายด์เขิน"

เด็กสาวที่เพิ่งโดนล่วงล้ำจนสำเร็จความใคร่ไปหมาด ๆ ทำท่ากระมิดกระเมี้ยนเขินอาย เธอพยายามหนีบขา
เข้าหากัน เพื่อปกปิดกลีบกุหลาบที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักที่เพิ่งคัดหลั่งออกมา หากกระนั้นชายหนุ่มก็จับยึด
สองขาของเธอเอาไว้แน่นจนเด็กสาวไม่อาจจะหนีบขาเข้าไปได้

เอกจ้องมองภาพอันสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่บอยเองก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นยืนเพื่อจะได้
เห็นกลีบกุหลาบของเด็กสาวให้ชัดเจนขึ้น ภาพที่สะท้อนอยู่ในแววตาหื่นกระหายของสองชายหนุ่มจึงเป็นเนิน
สวาทอันขาวอวบไร้ซึ่งเส้นไหมแพรมาบดบังความงดงามของโคกสวาทที่ดูจะอวบใหญ่และโหนกนูนเกินวัยเด็ก

สองชายหนุ่มสุดหื่น กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกอย่างพร้อมเพรียง ด้วยความรู้สึกกระหายอยากลิ้มชิมรสกลีบ
กุหลาบน้อย ๆ ของเด็กสาว หากแต่เวลานี้มีเพียงคนเดียวที่สามารถทำได้อย่างใจคิด บอยจึงได้แต่ยืนกลืน
น้ำลายเหนียว ๆ ลงคออย่างต่อเนื่อง ขณะได้แต่ยืนมองเอกใช้ปากจัดการกับกลีบกุหลาบน้อย ๆ ของเด็กสาว

เอก จับสองขาของเด็กสาวถ่างอ้าออกจนสุดเหยียด ซึ่งเด็กสาวที่ตัวอ่อนเพราะเล่นยิมนาสติคมาตั้งแต่เด็กก็
อ้าออกได้จนกลีบแคมเผยอเปิดติ่งแตดสีชมพูสดใสออกมาให้เห็นได้ชัดเจน และเมื่อเห็นเป้าหมายชายหนุ่มก็
ก้มหน้าลงไปอ้างับและโลมเลียอย่างรวดเร็ว

“อะ อ๊ายยยยยยยย “

เด็กสาวหวีดร้องเสียงดัง ตัวกระตุกเฮือก ๆ ไม่หยุด ความเสียวแปลบปลาบแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเด็กสาวดิ้น
พล่านเกือบตกจากโต๊ะไปหลายครั้ง แต่กระนั้นสองแขนที่แข็งแรงยิ่งกว่าคีมเหล็กของเขาก็ยังคงจับยึดร่างของ
เธอเอาไว้ให้คงอยู่บนโต๊ะตัวเล็กเช่นเดิม

ความหฤหรรษ์ที่มากมายกว่านับสิบเท่าเมื่อเทียบกับที่ชายหนุ่มใช้นิ้วมือ ทำเอาเด็กสาวดิ้นพล่านจนแทบหมดเรี่ยว
แรงเสียสิ้น ปลายลิ้นสาก ๆ ฉวัดเฉวียนแหย่แยงไปทั่วเนื้อนิ่มของเธอราวกับมีชีวิต ติ่งแตดที่แข็งเต่งไวต่อสัมผัสโดน
ทั้งเลียทั้งเม้มดูดจนสั่นระริก อีกทั้งที่ด้านบนเต้านมที่เพิ่งแตกพานเท่าผลส้มก็โดนเขาบีบล้วงเคล้นคลึงไม่หยุดไป
พร้อมกัน

"อูยยยยยย ซี้ดสสส อ๊ายย พี่เอกจ๋า"

มายด์ส่งเสียงร้องซี้ดซ้าดด้วยความเสียวไม่ขาดปาก ปากเล็ก ๆ เผยอหายใจหอบรุนแรง สะโพกน้อย ๆ ส่ายร่อนรับ
ลิ้นยาว ๆ ที่กำลังฉกแยงไปทั่วร่องเสียวอย่างร้อนแรงด้วยอารมณ์กระสันต์ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง
และเมื่อถึงสรวงสวรรค์ เด็กสาวก็หวีดร้องออกมาเสียงดัง พร้อมกับจิกที่หัวของชายหนุ่มดึงรั้งเข้าหาตัว ในขณะที่แอ่น
สะโพกโยกกลีบกุหลาบอัดเบียดเข้าไปจนเต็มหน้าชายหนุ่ม

"พี่เอกจ๋า ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว อ๊ายยย"

ร่างอ้อนแอ้นบอบบางกระตุกเร่า ๆ ไปมาอย่างรุนแรง ปลายเท้าสองข้างเหยียดเกร็งจนสุดแรง ร่องรูเสียวขมิบตอดรัด
ลิ้นเรียว ๆ ที่แยงเข้าไปรุกล้ำภายใน สะโพกของเธอกระตุกร่อนหลายครั้งก่อนที่เด็กน้อยเจ้าของร่างจะหมดเรี่ยวแรง
นอนหลับตาพริ้มหายใจหอบเหนื่อยอ่อนแทบสลบไสล เด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเวลานี้ท่อนเอ็นอันใหญ่ยักษ์ราวกับท่อน
ไม้ของชายหนุ่มกำลังจรดจ่อรอขยี้กลีบกุหลาบอันแสนบอบบางของเธออยู่แล้ว
“โอ๊ยยย เจ็บ พี่เอกจ๋า มายด์เจ็บ ...”

เด็กสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มซาบซ่านไปกับรสรักถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว เมื่อโดนชายหนุ่มกดสะโพกของเธอเข้าไปหา
จนกลีบสวาทน้อย ๆ แหกอ้า เพราะแม้ว่าจะเคยโดนเขาเปิดบริสุทธ์ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ แต่นั่นก็เป็นเพราะรักยม
ช่วยทำให้ของเขาเล็กลง จึงสามารถใส่เข้าไปในร่องรูอันคับเล็กของเด็กน้อยได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกของเธอที่ได้เจอ
กับขนาดอันใหญ่โตมโหฬารของเขาแบบเน้น ๆ ด้วยตัวเอง

ชายหนุ่มที่กำลังอยู่ในอารมณ์หื่นจนหลงลืมไปว่าน้องสาวตัวน้อยของเขายังไม่เคยเจอกับของจริงถึงกับหยุดชะงัก
ก่อนเตรียมจะส่งกระแสจิตเรียกรักยมให้มาช่วยลดขนาดให้เหมือนคราวที่แล้ว เพื่อจะได้ร่วมรักกับน้องมายด์ได้
หากแต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้มีผู้ชมอยู่อีกคน ซึ่งหากอยู่ดี ๆ จะลดขนาดลงไปคงเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งยังแอบรู้สึก
สงสัยด้วยว่าเด็กสาวตัวน้อยอายุเพียง 11 ขวบ จะสามารถรองรับความใหญ่โตของเขาได้หรือเปล่า และนั่นก็ทำ
ให้เขาเปลี่ยนใจดำเนินเกมกามต่อไปโดยไม่พึ่งมนต์คาถาของรักยม

ความรู้สึกกระสันอยากขยี้สวาทเด็กสาวตัวน้อย ทำให้ชายหนุ่มจับยึดร่างเล็ก ๆ ของมายด์ให้หนาแน่นขึ้น ก่อน
จับข้อพับตรงขาของมายด์ดันถ่างขึ้นไปจนสุดเหยียด จนกลีบกุหลาบเล็ก ๆ ที่ไร้เส้นขนแง้มอ้าเปิดเนื้อในสีชมพู
ที่เปียกชื้นเป็นมันวาวราวอัญมณีให้เห็นได้อย่างชัดเจน

“พี่เอกจ๋า มายด์กลัวเจ็บ ... ทำไมวันนี้ไอ้ตัวเล็กมันใหญ่จังล่ะจ๊ะ มายด์กลัว”

เด็กสาวพูดเสียงสั่นด้วยดวงตากลมโตที่เอ่อน้ำตาน้อย ๆ เธอนอนตัวเกร็งจ้องมองความใหญ่โตตรงหว่างขาของ
พี่ชายด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง ท่าทางอันกลัดมันของพี่ชายที่ไม่เหมือนการร่วมรักแบบค่อยเป็นค่อยไป
ในครั้งแรกทำให้เด็กสาวรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่น้อย หากกระนั้น เด็กสาวก็อดไม่ได้ให้รู้สึกถึงความตื่นเต้นบางอย่าง
ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างเล็ก ๆ เมื่อได้เห็นท่าทางที่แปลกไปของพี่ชาย

เอก ใจอ่อนลงไม่น้อย เมื่อได้เห็นดวงตากลมโตเอ่อไปด้วยน้ำตา เขาตั้งใจจะหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้ แต่ว่าบอยที่
ทำหน้าที่เป็นผู้ชมอยู่เงียบ ๆ ยื่นเอาหลอดยาสีขาวอันหนึ่งออกมาให้ ซึ่งนั่นทำให้เขาตัดสินใจดำเนินหน้าต่อไป

“เอ้า เจลหล่อลื่น อย่างดีเชียวนะ รับรองลื่นปรี๊ด ผมคิดว่าคุณคงต้องใช้ …. เฮ้ย ไม่ต้องมองหน้าผมแบบนั้น
ผมไม่ได้พกติดตัวไว้ตลอดหรอก แต่วันนี้ตั้งใจจะเอามาใช้กับแพรน่ะแหละ อยากลองประตูหลังดูบ้าง …
เอ้า รีบ ๆ เข้าเหอะ อยากดูฉากเด็ดจะแย่อยู่แล้ว เดี๋ยวมีคนเข้ามาอดกันพอดี”

“ฮ่า ฮ่า รีบแก้ตัวเชียว แต่ก็ขอบคุณ”

เอก ยิ้มขอบคุณขณะรับเอาเจลหล่อลื่นคุณภาพดีเอาไว้ จากนั้นก็รีบละเลงเนื้อเจลเย็น ๆ ลงบนท่อนเอ็นที่
กำลังแข็งโป๊กจนเป็นมันปลาบ ก่อนขยับตัวเบียดเข้าไปนั่งคร่อมเด็กสาวแล้วกดปลายหัวบานใหญ่ร่าจิ้มเข้า
กับปากรูสวาทน้อย ๆ อีกครั้ง

“โอ๊ยยย ...... พี่เอกจ๋า มายด์เจ็บ ...”

เด็กสาวดิ้นพราด ร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง ซึ่งเพียงแค่โดนกดสัมผัสที่ด่านแรกเด็กสาวก็รู้สึกเจ็บปวดเหมือน
สองขาจะฉีกขาดออกจากกันเสียแล้ว เธอจึงพยายามใช้สองมือเล็ก ๆ ดันร่างของพี่ชายที่ค่อย ๆ โถมตัวดันเข้ามา
พร้อมกับเบี่ยงส่ายสะโพกหลบความใหญ่ยักษ์สีดำคล้ำที่กำลังพยายามรุกล้ำเข้าไปในร่างกาย

“เบา ๆ ช้า ๆ เขี่ยวน ๆ ก่อน ใจเย็น ๆ คุณเอก ... เด็กเค้ายังเล็กนิดเดียว แถมของคุณมันใหญ่มากเลย งานนี้คง
เหนื่อยหน่อย”

บอย พูดแนะนำด้วยน้ำเสียงอันแสนตื่นเต้นลุ้นระทึก ดวงตาของเขาลุกวาว หอบหายใจฟืดฟาด พร้อมกับบีบนวด
คลึงเป้ากางเกงตัวเองไปกับภาพความเร้าใจเบื้องน้าไปด้วย เด็กนักเรียนตัวน้อยกำลังจะโดนสอยด้วยดุ้นอันใหญ่
ยักษ์ กลีบกุหลาบไซส์เล็กที่ปิดเม้มแนบสนิท ตอนนี้กำลังโดนบดบี้ทะลวงด้วยความแข็งแกร่งใหญ่โตจนแทบฉีก
ขาดออกจากกัน ซึ่งแม้ว่าใจหนึ่งจะรู้สึกสงสารเด็กสาวตัวน้อยอยู่บ้างที่ต้องโดนของใหญ่ขนาดนี้ แต่อีกใจนั้นก็แอบ
ลุ้นระทึกด้วยอยากเห็นกลีบสวาทของเด็กสาวโดนทะลวงให้แหกปลิ้นยับเยินด้วยเหมือนกัน

เอก เพียงรับฟัง แต่ก็ไม่พูดไม่จาใด ๆ ด้วยกำลังตั้งสมาธิอยู่บนหนทางอันแสนคับแคบที่เบื้องล่าง แรงต่อต้านอัน
น้อยนิดของเด็กสาวร่างเล็กที่พยายามผลักไสไม่มีผลใด ๆ ต่อการเคลื่อนไหวของเขาแม้แต่น้อย เขายังคงจับล๊อค
ข้อพับของขาเล็ก ๆ ทั้งสองข้างเอาไว้จนแน่น พร้อมกับค่อย ๆ ดันตัวไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้าและมั่นคง ซึ่งเจล
หล่อลื่นดูจะมีส่วนช่วยเหลือได้ไม่น้อยเมื่อความอวบอ้วนใหญ่โตของปลายหัวอันบานร่ากำลังค่อย ๆ โดนกลีบ
กุหลาบอันแสนบอบบางกลืนกินเข้าไปทีละเล็กละน้อยอย่างช้า ๆ

“พี่เอกจ๋า อูยยยยย มายด์เจ็บ อะ โอ๊ยยย”

เด็กสาวทั้งเจ็บและจุกจนหมดแรงดิ้นได้แต่ส่งเสียงร้องโอดโอยภายใต้ร่างกำยำของชายหนุ่ม แม้ว่าจะมีเจลหล่อลื่น
และน้ำรักที่หลั่งไหลอยู่เต็มร่องคอยช่วยเหลือ แต่ปลายหัวบานที่อวบใหญ่ก็ยังคงมิอาจจะแหย่ทะลวงเข้าไปด้านใน
ได้ง่ายดายเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มจึงได้แต่กัดฟันทนค่อย ๆ ผลักค่อย ๆ ดันไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กับกระตุ้น
อารมณ์ด้วยการละเล่นกับสองเต้านมกระเปาะเล็ก ๆ สลับกับดูดปากเด็กสาวไปพร้อมกัน

หนทางอันแสนคับแคบทำเอาร่างของชายหนุ่มและเด็กสาวค่อย ๆ เปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อทั้ง ๆ ที่อากาศในร้าน
กาแฟนั้นก็แสนจะเย็นเยียบ แถมบอยที่เป็นได้แค่คนดูก็ยืนลุ้นจนเหงื่อตกเช่นเดียวกัน แต่เพียงไม่นานนักความ
เพียรพยายามของอันยาวนานของชายหนุ่มก็ประสบผลสำเร็จ เพราะเมื่อเขาเขี่ยวนไปมาไม่นานก็มีเสียงผลุบ
ดังขึ้นพร้อมกับอาการกระตุกเฮือกและเสียงร้องวี้ดของเด็กสาว ... สุดท้ายส่วนปลายหัวที่บานโร่ก็มุดผลุบหาย
เข้าไปในร่องรูสวาทอันเล็กจิ๋วของเด็กสาวจนได้

“โอ๊ยยย จะ เจ็บบบบ .... พี่เอกจ๋า มายด์เจ็บ พี่เอกหยุดก่อนนะ ... โอะ โอ๊ยยยยย”

เด็กสาวสะดุ้งเฮือกตัวเด้งสะท้านสุดแรงเมื่อรู้สึกได้ถึงความจุกแน่นที่หลุดพรวดเข้าไปในร่างของเธอ เธอร้อง
วิงวอนเสียงใสให้ชายหนุ่มหยุดหากแต่แทนที่เขาจะหยุด ชายหนุ่มที่เล็งเห็นโอกาสกลับเดินหน้ากดท่อนเอ็น
จนจมพรวดเข้าไปในร่องรูอันแสนคับแน่นลึกอีกเกือบสองนิ้ว จนเด็กสาวต้องผวากรีดร้องออกมาอีกรอบ

ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของเด็กสาวด้วยอารมณ์อันหลากหลาย หนึ่งนั้นก็รู้สึก
สงสารที่อาจจะกระทำรุนแรงเกินไป แต่อีกใจหนึ่งนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นสะใจอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งความคับแน่น
ที่ตอดรัดรอบท่อนเอ็นนั้นก็ฟิตคับเสียยิ่งกว่าร่องหลืบของผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยมีอะไรด้วยเสียแทบทุกคน
ไม่เว้นแม้แต่ร่องหลืบของน้องหญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นสุดยอดของสุดยอด

เอก ตัดสินใจหยุดการเคลื่อนไหวส่วนล่างเอาไว้แล้วหันมาดูดเลียนมกระเปาะน้อย ๆ สลับกับดูดไซร้ซอกคอ
และดูดปากกับเด็กสาวเพื่อกระตุ้นอารมณ์กระสันต์ให้กับเด็กสาว ซึ่งเพียงไม่นานนักอารมณ์เจ็บและหวาดกลัว
ของเด็กสาวก็ค่อย ๆ โดนแทนที่ด้วยเพลิงไฟแห่งความกระสันต์

“อูยยยย .... อืมมมมมม .... อือออออออ ... พี่จ๋า”

มายด์ เริ่มร้องครางเบา ๆ เมื่อโดนเขากระตุ้นจุดสำคัญอย่างต่อเนื่องถี่ยิบ สองมือเล็ก ๆ ลูบไล้ไปตามลำคอและ
หัวไหล่ของพี่ชายด้วยอารมณ์โหยหา สองขาที่เกร็งแน่นจนชาค่อย ๆ ขยับกระหวัดเข้ารัดบั้นเอวหนาของอีกฝ่าย
ความเจ็บปวดอันสุดแสนทรมาณเมื่อครู่ผ่านพ้นไปราวกับเป็นเพียงฝันร้าย เพียงเวลาไม่นานเด็กสาวที่น้ำตานอง
หน้าเมื่อครู่ก็โดนรุมเร้าด้วยความรู้สึกอันเสียวซ่านแห่งราคะเข้าเสียแล้ว

“อึ๊ยยยย พี่เอกจ๋า มายด์จุก …. แต่เสียวจัง …. พี่เอกจ๋า ช่วยมายด์ด้วย ... ปั่มป๊ามมายด์เร็ว ๆ ”
เด็กสาวเริ่มขยับตัวดิ้นพราด ๆ อีกครั้งเมื่อชายหนุ่มเริ่มขยับซอยสะโพกแบบสั้น ๆ เนิบ ๆ สัมผัสของร่องหลืบที่
อ้าตอดรัดสัมผัสความเป็นชายของเขามันช่างเสียวซ่านเอร็ดอร่อยเสียจนเด็กสาวเริ่มรู้สึกได้ถึงสวรรค์ที่อยู่แค่
เอื้อมอีกครั้ง และเมื่อเขาเสือกไสกดแก่นกายรุกล้ำลึกเข้าไปร่างของเธอมากกว่าเดิมจนชนกึกเข้ากับปากมดลูก
ความจุกแน่นอันสุดแสนสยิวก็ทำให้เด็กสาวตัวกระตุกเกร็ง ก่อนส่งเสียงหวีดร้องออกมาด้วยความสุขสันต์เป็น
คราครั้งที่สอง

“อูยยยย ของมายด์ตอดสุดยอดเลย นี่ขนาดเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวนะ ซี้ดดสสสสส ”

เอก ส่งเสียงกระเส่าด้วยใบหน้าอันบิดเบี้ยวเหยเกขณะก้มลงมองภาพอันแสนสยิวที่ตรงเบื้องล่าง กลีบกุหลาบ
น้อย ๆ ของเด็กสาวตอนนี้บวมเป่งปลิ้นอ่าเต็มที่จนแทบฉีกขาด เพราะโดนเขายัดเยียดเอาแก่นกายไซส์ยักษ์
เข้าไปแบบเต็มที่ ซึ่งแม้ว่าจะสอดใส่ท่อนเอ็นเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งของความยาว แต่ร่องเสียวของเด็กสาวที่ทั้ง
ดูดทั้งตอดรัดรับท่อนลำของเขาแบบสุด ๆ ก็เกือบทำให้น้ำของเขาแตกทะลักออกมาอยู่รอมร่อแล้ว

“มายด์จ๋า พี่ยังไม่เสร็จเลย ขอพี่ปั่มป๊ามอีกรอบนะ”

เอก ถามเด็กสาวที่กำลังนอนหอบหายใจกระเส่าแบบไม่ต้องการคำตอบ เพราะถามไม่ทันจบ เขาก็รั้งร่างของ
เด็กสาวมากอดแนบไว้พร้อมกับลุกขึ้นอยู่ในท่ายืนเสียแล้ว จากนั้นก็จัดแจงให้สองแขนเล็ก ๆ ของเด็กสาวโอบ
อยู่ที่รอบคอของเขา ก่อนขยับมือลงไปช้อนที่สะโพกเล็ก ๆ ของเด็กสาวเป็นการรั้งน้ำหนักเอาไว้ไม่ให้เธอหลุด
ออกไปจากอ้อมกอด แล้วก็หันไปยิ้ม และพูดโอ้อวดกับบอยที่กำลังมองดูด้วยสายตาอันลุกโพลงอยู่

“คุณบอย ท่าลิงอุ้มแตงที่คุณว่า มันส์สะใจจริง ๆ นั่นแหละ อุ้มไปกระเด้าไป”

เอก พูดด้วยน้ำเสียงคล้ายเด็กน้อยที่โอ้อวดของเล่นใหม่กับเพื่อน ก่อนหันมาแอ่นเอวเสยท่อนเอ็นเข้าใส่ร่อง
หลืบอันฟิตแน่นของเด็กสาวทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในท่ายืน ความกระสันอันต่อเนื่องทำเอาเด็กสาวตัวน้อยที่เพิ่งจะ
ไปถึงสวรรค์มาหมาด ๆ หลับตาปี๋กอดร่างพี่ชายไว้สุดแรง ท่วงท่าที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้จุดสัมผัสภายใน
เปลี่ยนแปลงไปด้วย และคราครั้งนี้ความกระสันดูจะรุนแรงล้ำลึกมากกว่าครั้งที่แล้วอีกหลายเท่า เด็กสาว
ตัวน้อยจึงได้แต่ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาแทบไม่เป็นภาษา

“พี่จ๋า มายด์เสียว อ๊ายยย พี่จ๋า พี่จ๋า ซี้ดดดสสสสสส”

เด็กสาวร้องครวญครางอย่างสุดจะกลั้นไหว ร่างเล็ก ๆ บอบบางเด้งขึ้นเด้งลงไม่หยุดราวกับเป็นเพียงตุ๊กตา
ตัวน้อยที่ไร้น้ำหนัก ด้วยโดนเขากระหน่ำเสยแทงแยงท่อนเอ็นวิ่งเข้าวิ่งออกอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว บางครั้ง
เด็กสาวก็ถึงกับจุกเมื่อชายหนุ่มเผลอกดเอวลึกจนชนกึกเข้ากับสุดปลายทางที่เป็นปากมดลูก แต่กระนั้นนั่นก็
เป็นเพียงเศษเสี้ยวแห่งความรู้สึกเมื่อเทียบกับความเสียวซ่านแปลบปลาบร้อนแรงที่กำลังได้รับ

ลีลารักอันร้อนแรงซาบซ่านของชายหนุ่มรุนแรงจนเด็กสาวตัวน้อยสุดจะทานทนไหว สุดท้ายเมื่อเขากระเด้าเอว
ใส่อีกไม่กี่ครั้ง เด็กสาวก็ดิ้นเร่า ๆ หวีดร้องออกมาอย่างสุขสมเป็นรอบที่สาม และเมื่อเขายังคงกระเด้าเอวซอย
ต่อแบบไม่หยุดพัก ความกระสันในร่างของเด็กสาวที่สติกระเจิดกระเจิงจึงระเบิดปะทุออกมาอย่างต่อเนื่องโดย
ไม่มีหยุดยั้ง สุดท้ายแล้วภายในเวลาแค่ไม่ถึงสิบนาที มายด์ เด็กสาวตัวน้อยก็ต้องส่งเสียงหวีดร้องออกมาเป็น
รอบที่สี่ และห้าติด ๆ กัน

ชายหนุ่มที่กำลังกระเด้าเอวอย่างเมามันส์ เมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังใกล้จะถึงจุดสุดยอด ก็รีบก้มตัววางร่าง
อันอ่อนเปลี้ยของน้องสาวลงบนโต๊ะกาแฟเช่นเดิม จากนั้นก็จับท่อนเอ็นที่กำลังบวมเป่งของตัวเองยัดใส่เข้าไป
ในริมฝีปากบางของเด็กสาวแล้วใช้มือรูดยิก ๆ อีกสองสามครั้งก่อนจะพ่นกระฉูดน้ำกามข้นขลั่กเข้าไปจนเต็ม
ปากน้อย ๆ

และเมื่อน้ำขาว ๆ เอ่อล้นออกมาจากริมฝีปากบาง ชายหนุ่มก็ส่งเสียงครางหื่น ๆ แล้วจับเอาท่อนเอ็นที่ยังคง
กระตุกหงึก ๆ ถูไถไปตามแก้มใส ๆ ของเด็กสาวตัวน้อยจนเป็นมันปลาบไปทั้งใบหน้า ก่อนทรุดตัวลงไปนั่ง
หอบบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าอันแสนสุขสม ปล่อยให้เด็กสาวตัวน้อยที่เพิ่งเสร็จสมไปถึงห้าครั้งนอนหลับตาพริ้ม
สลบเหมือดระทดระทวยหมดเรี่ยวแรงในสภาพเปลือยกายอยู่บนโต๊ะ โดยมีบอยที่กำลังใช้กางเกงในเนื้อนิ่ม
ของมายด์มารูดถอกท่อนเอ็นตัวเองยิก ๆ ยืนมองด้วยสายตาที่อยากจะกลืนกินเด็กสาวอยู่ข้าง ๆ

...

บอย ที่กำลังใช้กางเกงในของมายด์มาห่อหุ้มท่อนเอ็นแล้วรูดถอกยิก ๆ หันไปมองทางเอกที่นั่งหอบอยู่ด้วย
สายตาเหมือนจะขออณุญาติ ซึ่งเมื่อเอกเพียงยิ้มตอบให้เหมือนจะบอกว่าไม่ขัดข้อง บอยก็ขยับตัวขึ้นไปยืน
คร่อมอยู่บนร่างขาวโพลนของเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังหลับตาพริ้ม แล้วจับเอาส่วนปลายท่อนเอ็นถูไถไปตาม
ใบหน้าสวยน่ารักสดใสที่เปรอะเลอะไปด้วยน้ำกามของเอกด้วยอารมณ์หื่น

“อืมมม พี่เอกจ๋า … มายด์รักพี่เอก จุ๊บ …”

มายด์ แม้จะแทบไร้เรี่ยวแรงขยับตัวเพราะโดนเอกส่งไปถึงสวรรค์ห้ารอบติด ๆ กัน แต่กระนั้นอารมณ์อันเร่า
ร้อนของเด็กสาวก็ยังคงแล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือด เมื่อมีเจ้าสิ่งนั้นถูไถวนไปมาที่ริมฝีปาก เด็กสาวที่ยังคง
หลับตาพริ้มจึงเผยออ้าปากจูบที่ตรงส่วนปลายของดุ้นด้วยอยากเอาใจพี่ชายสุดที่รัก โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า
ความจริงแล้วเป็นดุ้นของชายแปลกหน้าที่ชื่อว่าบอยต่างหาก

‘อูวววว สุดยอด เลียให้ด้วยวุ้ย ซี้ดดสสสส โคตรเสียวเลย เข้าใจว่าเป็นพี่ชายแบบนี้แหละดีแล้ว เลียให้พี่บอย
ต่ออีกหน่อยนะจ๊ะน้องมายด์สุดสวย ซี้ดดสสส’

บอย ได้แต่เก็บเสียงครางของตัวเองเอาไว้ พลางคิดในใจไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมา เพราะคิดว่าสวมรอยแบบ
นี้น่าจะดีที่สุดแล้ว แต่เพื่อความมั่นใจอีกขั้น บอย จึงหยิบเอากางเกงในที่เลอะไปด้วยน้ำเงี่ยนของเขามาวางแหมะ
ปิดตาทั้งสองข้างของเด็กสาวเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เธอลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าของเขาเสียก่อน

ด้วยความเข้าใจผิดของเด็กสาวว่าเป็นพี่ชายตัวเอง เธอจึงตั้งอกตั้งใจให้บริการสุดที่รักของเธออย่างเต็มที่ เรียว
ลิ้นสีชมพูอันอ่อนนุ่มของเด็กสาวจึงแลบออกมาเลียกวาดไปตามร่องหยักของส่วนปลายหัวจนถ้วนทั่ว และถึงแม้
ว่าลีลาเชิงกามของเด็กสาวจะไม่แพรวพราวเหมือนสาวร่านสวาทมากประสบการณ์ หากแต่กิริยาอันไร้เดียงสา
ของเด็กสาวก็กระตุ้นอารมณ์กระสันต์ของบอยจนเขาตัวสั่นเทิ้มได้ยิ่งกว่าลีลาขั้นเทพของบรรดาสาวแรดร่านที่
เขาเคยมีอะไรด้วยเสียอีก และเมื่อเด็กสาวยอมเปิดปากอ้าอมเอาส่วนนั้นของเขาเข้าไปชายหนุ่มก็ถึงกับส่งเสียง
ครางกระเส่า เสียวจนตัวงอแทบยืนหยัดตัวเองเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

มายด์ ที่กำลังอยู่ในอารมณ์อันเร่าร้อน ไม่ได้รู้สึกสะกิดใจแม้เพียงน้อยนิด ว่าขนาดของแท่งเนื้อที่อัดอยู่ในโพรงปาก
ดูจะเล็กลงไปไม่น้อยเมื่อเทียบกับของพี่ชาย อีกทั้งเสียงครางที่เพิ่งจะได้ยินก็ดูจะแปลกหูไปนิดหน่อยด้วย หากแต่
นั่นก็เป็นเพียงแค่เศษธุลีดินของความคิดที่กำลังหมุนวนอยู่ในกระแสพายุแห่งราคะอันเชี่ยวกราก เด็กสาวตัวน้อย
จึงมิได้คิดใส่ใจแต่อย่างใด ในความคิดของเด็กสาวตอนนี้มีแต่เพียงความเร่าร้อนที่กำลังกระตุกหงึก ๆ อยู่ในภาย
ในปากของเธอ และกลิ่นคาวคลุ้งของน้ำกามที่เหมือนจะหอมหวานน่าลิ้มลองเสียยิ่งกว่าน้ำหวานรสโอชะใด ๆ

ความรู้สึกอยากปรนเปรอพี่ชายให้ร้องครวญครางออกมามากกว่านี้ ทำให้เด็กสาวแอบนึกไปถึงกระบวนท่าลีลา
ของพี่หญิงที่ทำให้พี่ชายของเธอ เด็กสาวตัวน้อยจึงขยับมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างมาคว้าหมับเข้ากับท่อนลำที่ดิ้นหงึก ๆ
อยู่ในปาก ก่อนออกแรงรูดถอกใส่ท่อนเอ็นนั้นแบบถี่ยิบ

“โอวววว ซี้ดดดสสสสส โอยยยยย”

บอย ที่ตั้งใจจะปิดปากเงียบถึงกับเผลอส่งเสียงร้องครางกระเส่าออกมาอย่างอดไม่ได้ ความเสียวที่แล่นวาบไปทั่ว
แก่นกายทำเอาเขาถึงกับกระตุกตัววาบ ๆ บิดสะโพกโยกท่อนเอ็นคว้านไปมาในโพรงปากของเด็กสาวอย่างสุดกระ
สัน และเมื่อเด็กสาวยังคงละเลงลิ้นเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง ชายหนุ่มที่กำลังอารมณ์พุ่งกระฉูดก็ใช้สองมือขยุ้มไปที่
ศรีษะเล็ก ๆ ของเด็กสาว แล้วกระเด้าเอวอัดเอาท่อนเอ็นเข้าไปในปากน้อย ๆ ของเด็กสาวแบบถี่ยิบ ก่อนที่น้ำกาม
ขาวข้นจะพุ่งปรี๊ดไหลลื่นเข้าไปจนเต็มแล้วล้นทะลักออกมาที่มุมปากของมายด์

เด็กสาววัยเพียง 11 ขวบ ชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่เมื่อน้ำเมือกอันร้อนผ่าวเอ่อล้นเข้าไปในปากน้อย ๆ ของเธอ ก่อนตัดสิน
ใจค่อย ๆ กลืนเอารสชาติอันคาวเฝื่อนที่น่าหลงไหลลงคอไปทีละน้อยจนหมดสิ้น แล้วส่งยิ้มหวานสดใสออกมา และ
เอ่ยปากขอคำชมเชย เมื่อเขาลากเอาท่อนเอ็นออกไปจากปากของเธอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเจ้าของท่อนเอ็นที่เธอเพิ่งให้
บริการอย่างเต็มที่นั้นคือของบอย

“มายด์แอบทำเลียนแบบพี่หญิงล่ะ มายด์เก่งมั้ยจ๊ะ พี่เอก”

“เอาใหญ่แล้วนะเรา ไม่ได้แอบดูเฉย ๆ แต่แอบจำเอามาใช้ด้วยเชียว”

เอก ลุกขึ้นมาดันไหล่ของบอยให้หลบออกไป พลางขยิบตาสื่อความหมายประมาณว่าให้มายด์เข้าใจผิดต่อไปน่ะ
ดีแล้ว ซึ่งบอยก็ดูเหมือนจะเข้าใจแต่โดยดี เขาจึงขยับตัวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนรีบจัดแจงใส่กางเกงตัวเองเสียให้
เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ก็มายด์อยากทำให้พี่เอกมีความสุขนี่จ๊ะ ... มายด์อยากให้พี่เอกรักมายด์แบบพี่หญิงนี่นา”

เด็กสาวเอื้อมมือมาหยิบเอากางเกงในที่วางปิดใบหน้าของเธอออกแล้วหันมามองเอกที่ลุกขึ้นมายืนพอดี เธอทำหน้า
เสียเหมือนจะร้องไห้ เมื่อไม่ได้รับคำชมเชยอย่างที่ต้องการ แถมยังเหมือนโดนต่อว่าอีกต่างหาก

“โอ๋ ๆ พี่ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย มายด์เก่งมากเลยรู้มั้ย แต่ว่าจำไว้นะ ห้ามทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นเด็ดขาดรู้มั้ย”

เอก รีบส่งเสียงโอ๋ แล้วก็ชมเชยเด็กสาว แถมยังพูดห้ามไม่ให้เด็กสาวไปทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นอีกต่างหาก ทั้ง ๆ ที่
เมื่อครู่นี้ก็เป็นเขาเองที่ยอมให้บอยแอบสวมรอยเป็นเขา แล้วกระเด้ากับปากของน้องสาวตัวน้อยจนน้ำแตก

“จ้ะ มายด์จะหัดทำให้เก่ง ๆ แบบไม่แพ้พี่หญิงเลย แล้วมายด์ก็จะทำให้แต่พี่เอกคนเดียวนะจ๊ะ มายด์สัญญา”

เพียงได้รับคำชมเชยเล็กน้อย เด็กสาวที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่เมื่อครู่ ก็ถึงกับฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างสดใส
ก่อนหันไปมองทางบอยที่กำลังนั่งทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้

“เอ ... แล้วพี่บอย เชื่อหรือยังล่ะจ๊ะ ว่ามายด์ เป็นแฟนกับพี่เอกจริง ๆ”

“ฮ่า ฮ่า ทำขนาดนี้จะยังไม่เชื่อได้ยังไงล่ะ ว่าแต่วันหลัง ขอพี่ดูมายด์ปั่มป๊ามกับเอกอีกจะได้มั้ยเนี่ย”

บอย หัวเราะร่วนที่มายด์ยังคงยึดถือเรื่องโกหกเล็กน้อยของเอกไว้ในใจทั้ง ๆ ที่เขาก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยัง
คงพูดแบบไม่กล้ามองสบตากับดวงตากลมโตอันแสนสดใสของเด็กสาว เพราะกลัวจะเผลอเผยพิรุธออกมาให้
เธอจับได้ แต่เขาก็เพียงคิดมากไปเองฝ่ายเดียว เพราะเด็กสาวไม่ได้คิดสงสัยอะไรแม้เพียงน้อยนิด เธอเพียงส่ง
เสียงหัวเราะคิกคักอย่างยินดี ก่อนหันไปส่งรอยยิ้มอันหวานสดใสให้กับเอกด้วยความยินดีอย่างยิ่งที่เธอมีสถานะ
อื่นที่นอกเหนือจากคำว่าน้องสาวแล้ว ... และนั่นก็คือสถานะที่เรียกว่า แฟน

“มายด์ไม่รู้จ้ะ มายด์แล้วแต่พี่เอก ถ้าพี่เอกบอกให้ทำอะไรมายด์ก็ยอมหมดอยู่แล้ว”

“อืม ... เรื่องปั่มป๊ามน่ะ มายด์ต้องโดนบ่อย ๆ แทบทุกวันแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่ว่าจะยอมให้มีผู้ชมหรือเปล่านี่ ผมขอ
คิดดูก่อนนะครับคุณบอย หึ หึ”

“ฮ่า ฮ่า อย่าซีเรียสครับ ได้ขนาดนี้ครั้งนึงกับเด็กสาวที่ทั้งสวยทั้งน่ารักอย่างน้องมายด์ผมก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว
แต่ถ้าได้มากกว่านั้นผมคงจะดีใจตายเลย ฮ่า ฮ่า”

บอย ตอบคำเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็ไม่วายแอบชำเลืองมองริมฝีปากน้อย ๆ ของเด็กสาวที่เขาเพิ่งจะน้ำแตกใส่
ไปหมาด ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการ ซึ่งแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงเด็กน้อยอายุเพียง 11 ขวบ
แต่เสน่หาแห่งเรือนกายของมายด์เด็กสาวตัวน้อยที่แสนจะสดใสน่ารักก็ได้ตราตรึงฝังอยู่ในดวงใจของเขาเข้า
เสียแล้ว

เอกไม่ตอบคำ เขาเพียงส่งยิ้มอันอบอุ่นให้ แล้วก็ทรุดตัวลงมานั่งข้าง ๆ ร่างอันเปลือยเปล่าของมายด์ จากนั้น
ก็หยิบเอากางเกงในและเสื้อซับของเธอมาเช็ดคราบน้ำกามอันเปรอะเปื้อนตามใบหน้าและเนื้อตัวให้ ก่อนพยุง
ร่างที่กะปลกกะเปลี้ยหมดเรี่ยวแรงให้ลุกขึ้นมาใส่เสื้อและกระโปรงนักเรียนทีละชิ้นอย่างอ่อนโยน

กิริยาเอาใจใส่ของผู้เป็นทั้งพี่ชายและคนรัก ทำเอาเด็กสาวรู้สึกอบอุ่นวาบหวามจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธออด
ไม่ได้ต้องอ้าแขนโอบกอดพร้อมกับบรรจงจูบแก้มของพี่ชายด้วยความสุขที่กำลังล้นปรี่ ซึ่งแม้จะรู้ดีว่าพี่ชาย
ของเธอจะมีใครหลายคนอยู่ในหัวใจ แต่เด็กสาวตัวน้อยก็รับรู้ได้ด้วยตัวเอง ว่าหัวใจดวงน้อย ๆ ทั้งสี่ห้องของ
เธอคงมิอาจจะมอบให้ใครได้อีกแล้ว นอกจากพี่ชายคนนี้ของเธอ ... พี่ชายสุดที่รัก


...

LAMBERG:
รักยม ตอนที่ 56 – กามแสวง
…………………………………………………………………………………………..
assasin008@windowslive.com
28 ม.ค. 2555

‘อยู่ในห้องน้ำหญิงห้องกลาง รีบมาด่วน กำลังมีอารมณ์’

นางแบบสาวสวยผิวสีน้ำผึ้งแลบลิ้นเลียรอบริมฝีปากสีแดงจัดจ้านของตนด้วยอารมณ์ร้อนร่าน ก่อนปรือตามอง
ข้อความบนโทรศัพท์มือถือเพื่อตรวจทาน แล้วรีบกดเลือกชื่อ ‘บอย’ เพื่อนคู่ขาร่วมอุดมการณ์เซ็กส์ของเธอให้เป็น
ผู้รับ จากนั้นก็รีบกดส่ง แล้วโยนเครื่องบีบีลงไปในกระเป๋าถือแบรนด์เนมที่อยู่ด้านข้างโดยไม่มีท่าทีสนใจแม้แต่น้อย
ว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาอย่างไร หากกระนั้นก็เป็นเพราะสาวสวยมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าคู่ขาบ้ากาม ของเธอจะต้อง
รีบแจ้นมาหาเธอถึงในห้องน้ำอย่างแน่นอน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยปากชักชวนให้ทำในห้องน้ำสาธารณะอัน
แสนสกปรก ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายพยายามเอ่ยปากขออยากลองมาหลายครั้งหลายคราแล้ว




“ฮึ ครั้งนี้มีอารมณ์เพราะคุณเอกสุดหล่อหรอกนะเลยจะยอมให้ซักครั้ง แต่ถ้าไม่ยอมรีบมาล่ะก็ทริปบางแสน
สองคืนอย่าหวังจะได้แอ้มชั้นเชียวนะไอ้บอย ชั้นจะหนีไปหาพ่อม้าอย่างคุณเอกให้ดู ...... อืมมมม อูยยยยย ...
คุณเอกขา .... ทำไมแพรอยากแบบนี้ก็ไม่รู้ ... อูยยย แพรอยากโดนของคุณจัง”

ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดบ่นอุบอิบกับตัวเอง ก่อนสะดุ้งตัวเบา ๆ พร้อมกับเผยออ้าครางส่งเสียงเบาแผ่วแว่วหวาน
ผสานกับเสียงหายใจอันหนักหน่วงร้อนแรงอยู่ภายในห้องน้ำอันคับแคบเพียงลำพัง เรือนร่างสูงโปร่งสุดเซ็กส์ซี่ของ
แพร นางแบบนิตยสารชื่อดังที่นั่งอยู่บนโถส้วมสั่นกระตุกระริกด้วยอารมณ์สยิวทุกคราที่ปลายนิ้วเล็ก ๆ ของตนแหย่
แยงสอดใส่เข้าไปตามร่องสวาทที่เปียกชุ่มชื้นแล้วสัมผัสครูดคราดเข้ากับติ่งแตดและโพรงสวาทที่กำลังร้อนรุ่มดุจ
โดนเปลวไฟแผดเผา

เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มเกาะพราวบนใบหน้าสวยคมและเนื้อตัวของสาวสวยผิวสีน้ำผึ้งด้วยอารมณ์ราคะอันร้อนแรง
อย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต เมื่อนึกย้อนไปเมื่อวันวาเลนไทน์สมัยอายุสิบแปดที่เธอยอมทอดกายเสียความ
บริสุทธ์ให้รุ่นพี่ที่เธอคลั่งไคล้ตามประสาเด็กสาว เพียงเพราะว่าไม่อาจทานทนความต้องการทางเพศของร่างกายตน
เธอก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีความต้องการทางเพศรุนแรงถึงเพียงนี้ หรือแม้แต่ตอนที่เธอโดนอดีตแฟนไฮโซวางยาปลุก
เซ็กส์ แล้วโดนผู้ชายสามคนผลัดกันปลุกปล้ำ เธอก็ยังไม่เคยรู้สึกถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านรุนแรงอย่างเช่นที่กำลังเป็น
ในตอนนี้

แม้แต่ได้เจอดาราหนุ่มหล่อ พ่อรวยคนไหน เธอก็เพียงแค่รู้สึกชื่นชมอยากคบหาเป็นเพื่อนต่างเพศ แต่ก็ไม่เคยมีครั้ง
ไหนเลย ที่เพียงได้พบเจอ ได้สนิทแนบชิด ร่างกายวัยสาวของเธอก็ร้อนผะผ่าวราวกับอยากจะเป็นของเขาเสียให้รู้แล้ว
รู้รอด อีกทั้งเมื่อได้สัมผัสเข้ากับความร้อนระอุของแก่นกายที่ใหญ่ไม่แพ้ไซส์ฝรั่งก็ยิ่งทำเอาแพรรู้สึกเสียวปลาบจนปลาย
ถันแข็งเต่ง โพรงสวาทก็ถึงกับขมิบเอาน้ำรักออกมาอย่างมากมายจนทนไม่ไหว ต้องแอบแวะมาระบายความใคร่ด้วยตัว
เองอยู่ในห้องน้ำแบบนี้

ยิ่งนึกถึงความอวบและยาวใหญ่ของเป้าหมายคนล่าสุดอย่างคุณเอกที่เธอเพิ่งได้พบเจอแล้ว แพร ก็อดไม่ได้ให้รู้สึก
ขัดใจในความเล็กกะจิ๊ดริ๊ดของนิ้วตัวเอง เธอจึงดึงเอานิ้วสองนิ้วที่เปียกชุ่มออกมาจากร่องสวาทก่อนเอื้อมไปรื้อค้น
ในกระเป๋าสะพายของตัวเองอย่างเร่งร้อน แล้วหยิบเอาขวดโรลออนขนาดอวบอ้วนเต็มไม้เต็มมือขึ้นมาจรดจ่อกับกลีบ
สวาทของตัวเอง

“ซี้ดดดสสสสส อุ อูยยยยยยย .... คุณเอกขา .... อูยยยยยยย นะ แน่น ... จะ จัง ... อูยยย … เสียวววววจัง”

แพร พยายามเม้มปากเพื่อไม่ให้ส่งเสียงออกมา แต่สุดท้ายก็ยังคงอดร้องครางออกมาไม่ได้ เมื่อความสยิวกำลังพุ่ง
พรวดเพราะส่วนหัวของขวดโรลออนกำลังเบียดเสียดเข้าไปในร่องหลืบของตนเองอย่างช้า ๆ จนสาวสวยต้องกัดเม้ม
ริมฝีปากตัวเองให้แน่นกว่าเดิมเพื่อเก็บกักเสียงร้องครางของตนเองไม่ให้เผลอดังออกมามากเกินไป

แม้จะขัดใจอยู่บ้างที่ขวดโรลออนนั้นสั้นเกินไป แต่อย่างน้อยก็ยังให้ความรู้สึกคับแน่นดีกว่านิ้วเล็ก ๆ ของเธอหลาย
ขุม สะโพกขาวเริ่มเด้งส่ายไหวไปมาขณะที่ขวดโรลออนกำลังโดนชักเข้าชักออกจนมือเป็นระวิง ส่วนอีกมือที่ว่างอยู่
นั้นก็ขยับขึ้นไปบีบขยี้ทรวงอกอวบของตัวเองด้วยอารมณ์กำหนัดจนริมฝีปากสีแดงสดบิดเบี้ยวเหยเก ความเสียวสยิว
ที่แล่นพล่านทำเอาเธอเผลอร้องครางเสียงดังออกไปคราหนึ่ง ซึ่งเธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากด้านนอกห้องน้ำ
ตอบกลับเข้ามาหากแต่ตอนนี้แพรแทบจะไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว ในหัวสมองมีแต่เพียงภาพดุ้นอันเขื่องของคุณ
เอกที่กำลังกระเด้าเข้าใส่ร่องของเธอย่างเมามันเท่านั้น

และเมื่อความเสียวสยิวระเบิดวาบออกมาจากกลางหว่างขา ร่างทั้งร่างก็กระตุกสั่นระริกด้วยความหฤหรรษ์ เธอเผลอ
ส่งเสียงหวีดร้องออกไปอีกสองสามครั้ง ก่อนจะขยับเอาสองมือมาป้องปิดปากของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เผลอส่งเสียงร้อง
ครางมากไปกว่านี้ ซึ่งนั่นทำให้ขวดโรลออนที่เสียบค้างคาอยู่ในร่องรูหลุดผลอยออกมา ก่อนหล่นกลิ้งกึก ๆ ไปยังห้อง
น้ำอีกห้องที่อยู่ถัดไปทางขวามือ แพรอยากจะรีบก้มลงไปเก็บ แต่เหมือนเรี่ยวแรงทั่วร่างโดนสูบหายไปหมด เธอจึงได้
แต่เพียงนั่งมองขวดโรลออนที่เปียกชุ่มด้วยน้ำรักของเธอค่อย ๆ กลิ้งลอดช่องว่างด้านล่าง ไปชนเข้ากับรองเท้านักเรียน
สีดำที่อยู่ห้องถัดไปอย่างช้า ๆ

แพร ที่เริ่มคลายจากอารมณ์สวาทเริ่มนึกแปลกใจที่เจ้าของรองเท้านักเรียนข้างนั้นดูจะไม่สนใจขวดโรลออนของเธอ
เอาเสียเลย แรกทีเดียวเธอจึงคิดไปว่าอีกฝ่ายคงจะนั่งหลับในห้องน้ำไปเสียแล้ว แต่ว่าเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างแว่ว
มาอย่างแผ่วเบาจากห้องข้าง ๆ แพร ก็ยิ่งเริ่มรู้สึกสงสัย เธอลองเอาหูแนบกับฝาผนังห้องน้ำที่เป็นแผ่นไม้บาง ๆ แต่
ก็ยังไม่ได้ยินอะไรมากนัก หากเมื่อเธอยืนขึ้นก็เห็นรอยแตกเล็ก ๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วมืออยู่บนฝาผนังห้องน้ำ เธอจึง
รีบแนบสายตาเข้าไปแอบดู ก่อนจะพบว่าไม่ใช่เธอคนเดียวที่กำลังช่วยตัวเองอย่างงุ่นง่านอยู่ในห้องน้ำสกปรกและ
คับแคบแห่งนี้

…………………………………………………………………………………………..

เมย์ เด็กนักเรียนมัธยมต้นวัย 14 ปี นั่งหลับตาพริ้มขณะลากปลายนิ้วเล็ก ๆ วิ่งเข้าวิ่งออกร่องหลืบพร้อมกับลูบไล้
มือบีบสัมผัสไปตามเนื้อตัวอันร้อนผ่าวของตนเองด้วยอารมณ์กระสันจนมิได้สนใจใด ๆ ทิ้งสิ้นว่ามีจะขวดโรลออน
ที่ไหนกลิ้งมาชนกับเท้าของเธอ หรือแม้แต่จะเสียเวลามาสนใจว่าการช่วยตัวเองของเธอกำลังตกอยู่ภายใต้การแอบ
ดูของใครบางคนอยู่



เด็กสาวที่เรือนร่างเติบใหญ่เกินวัย จนมีทรวดทรงองค์เอวอวบเต่งไม่แพ้สาววัยมหาวิทยาลัยเด้งส่ายสะโพกที่ไม่มี
ทั้งกระโปรงนักเรียน และกางเกงในสวมใส่ยิก ๆ รอบแล้วรอบเล่า อีกทั้งยังใช้ปลายนิ้วแหย่ครูดคราดเข้ากับร่องหลืบ
และติ่งแตดจนน้ำรักไหลย้อยหยดติ๋ง ๆ ลงไปในโถส้วม กระดุมทุกเม็ดของเสื้อนักเรียนโดนปลดออกจนสาบเสื้อแบะ
อ้า ยกทรงลายการ์ตูนกองอยู่เหนือสองเต้า ทรวงอกที่อวบเต่งเด้งชูชันโดนฝ่ามือเล็ก ๆ ของเด็กสาวบีบขยำขยี้ไปพร้อม
กับจินตนาการแสนหวานว่าพี่เอก พี่ชายสุดที่รักของเธอกำลังบีบขยี้บี้เคล้นจนเต้านมอันกลมดิกของเธออยู่

“อูยยยยยยย ซี้ดดสสสส .... อูยยยยยยย อืมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

เสียงครางของเด็กสาวยิ่งมายิ่งดังกว่าเดิม ความหฤหรรษ์ที่อัดอั้นจนเต็มร่างเริ่มสาดซัดถาโถมเข้าใส่เป็นริ้ว ๆ ไปทั่ว
สรรพางค์กาย ยิ่งเร่งความเร็วของนิ้วมือเด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกหัวหมุนจนไม่อาจจะยั้งความใคร่ที่กำลังบึ่งทะยานได้อีก
ต่อไป เธอรู้สึกอยากสอดใส่นิ้วมือให้ทะลวงลึกเข้าไปให้สุดทาง อยากรับสัมผัสความคับแน่นให้เต็มร่องรักดั่งเช่นที่
เธอเคยได้รับจากพี่ชายสุดที่รัก หากกระนั้นนิ้วเล็ก ๆ ของเธอก็ดูจะไม่ใช่คำตอบที่เธอใคร่ปราถนา

ท่ามกลางพายุอารมณ์แห่งความใคร่ เด็กสาวเหลือบลงไปเห็นขวดโรลออนที่ข้างรองเท้าตัวเองอย่างบังเอิญ และ
อาจจะเป็นสัญชาตญาณแห่งความใคร่หรือสิ่งใดก็แล้วแต่ ทำให้เด็กสาวเอื้อมมือลงไปหยิบเอาขวดนั้นขึ้นมาจับ
กุมเอาไว้จนแน่นโดยไม่คิดสนใจด้วยซ้ำว่าของสิ่งนี้มาได้อย่างไร เด็กสาวเพียงรู้สึกว่าตอนนี้ของสิ่งนี้น่าจะตอบ
สนองความใคร่อยากอันดำมืดของเธอได้

“ซี้ดดดสสสสสสส อุ อูยยยยยยยยยยยยยยย .....”

เสียงสูดปากร้องครางแทบจะดังขึ้นในวินาทีถัดมา เพราะ เมย์ แทบไม่ได้เสียเวลาคิดสิ่งใดทั้งสิ้น เธอเพียงทำไป
ตามที่ร่างกายของเธอสั่งมา ท่อนขาขาวอวบทั้งสองข้างถ่างอ้าออกกว้างกว่าเดิม ขณะที่สองมือเล็ก ๆ ค่อย ๆ
ประคองเอาขวดโรลออนมาจรดจ่อที่กลีบสวาทอันฉ่ำชื้น แล้วขยับเขี่ยยุกยิกไปมาที่ปากร่อง

“อืมมมมมม”

เด็กสาวส่งเสียงหายใจฟืดฟาดขณะที่ส่วนหัวของขวดโรลออนค่อย ๆ ดันกึก ๆ แหวกทางเข้าไปในร่องสวาทอย่าง
ช้า ๆ หากกระนั้นความคับแน่นของร่องสวาทที่ยังใหม่สด และความลังเลไม่กล้ายัดวัตถุแปลกปลอมสิ่งนั้นเข้าไป
มากนัก เจ้าขวดโรลออนที่เพิ่งจะได้สัมผัสกับด้านในโพรงสวาทของนางแบบนิตยสารอย่างแพรมาหมาด ๆ จึงยัง
ไม่ได้แหวกว่ายเข้าไปสำรวจด้านในเนื้อตัวของเด็กนักเรียนสาวที่สวยน่ารักดั่งนางฟ้าตัวน้อยคนนี้

“ซี้ดดดสสสสสสส .... อูยยยยยยยยยยยยยยย .....”

เมย์ เพียงหยุดยั้งขวดโรลออนให้บดบี้สัมผัสกับติ่งแตดด้านนอก และปล่อยให้มันสอดเข้าไปในร่างของเธอ
เพียงแค่ส่วนปลายที่เล็กเรียวกว่า จากนั้นเด็กสาวก็ขยับวนขวดโรลออนบดคลึงกับจุดสัมผัสของตนไปมาอย่าง
ร้อนรน ซึ่งแม้ว่านั่นจะไม่ได้อารมณ์สัมผัสเฉกเช่นท่อนเนื้ออวบอ้วนยาวใหญ่ของพี่ชาย แต่ก็พอจะสรรค์สร้าง
ความสยิวซ่านสะสมให้กับเด็กสาวได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

เพียงไม่นานนัก เด็กสาวร่างเล็กนมโตที่สั่งสมความเสียวมานานพอ ก็เริ่มส่งเสียงหวีดร้องอันเป็นสัญญาณบ่ง
บอกว่าความกระสันกำลังไต่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างเกือบเปลือยอันขาวโพลนเด้งสั่นสะท้านกระตุกเร่าบิด
เกร็งอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ สะโพกกลมสวยเด้งร่อนแอ่นเข้าหาขวดโรลออนที่กดอยู่ตรงกลางหว่างขาจนมันจม
หายเข้าไปในร่องรูอันคับแน่นอีกเล็กน้อย

เสียงหวีดร้องแบบไม่เกรงใจใครของเด็กสาวค่อย ๆ แผ่วลง เมื่อเรือนร่างสวยสะคราญค่อย ๆ คลายตัวจาก
อารมณ์ร่านสวาท เสียงหอบหายใจระทดระทวยก็ค่อย ๆ ดังขึ้นมาแทนที่ เด็กสาวตัวน้อยบัดนี้หน้าแดงระเรื่อ
ดวงตาฉ่ำปรือร่างขาวเนียนมีหยาดเหงื่อแห่งความหฤหรรษ์ซึมชื้นออกมาสะท้อนกับแสงไฟจนเป็นประกาย

ความเหนื่อยล้าจากการช่วยตัวเองทำให้เด็กสาวเผลอคลายมือออกจากขวดโรลออนที่ปักอยู่ตรงกลางหว่างขา
ขวดเจ้ากรรมนั้นจึงหล่นลงไปกระแทกกับพื้นเสียงดังกึกอีกครั้ง ก่อนจะกลิ้งหลุน ๆ ลอดช่องว่างใต้ฝาผนังที่ยก
ลอยไว้ไปห้องน้ำห้องถัดไปทางซ้ายมือโดยที่เด็กสาวได้แต่มองตามด้วยสายตาอันเหม่อลอย แต่แล้วดวงตาของ
เด็กสาวที่เพิ่งจะได้ระบายความอัดอั้นออกไปก็ต้องฉายแววตระหนกตกใจ เมื่อมีมือเอื้อมลงมาหยิบเอาขวดโรล
ออนขึ้นไป พร้อมกับน้ำเสียงหัวเราะคิกคักสดใสที่เหมือนจะล่วงรู้ในสิ่งที่เธอแอบทำดังขึ้นมา

…………………………………………………………………………………………..

“พุทธังบังโสต ธัมมังบังโสต สังฆังบังโสต พุทธังบังจักขุ ธัมมังบังจักขุ สังฆังบังจักขุ … โอม ต่อแต่นี้จักมิ
มีผู้ใดสัมผัสได้ซึ่งกายหยาบแห่งเรา”

เอก ชายหนุ่มต้นเหตที่ทำให้สองสาวต้องแอบไปช่วยตัวเองในห้องน้ำ ตอนนี้กำลังหลับตาพริ้ม นั่งทำสมาธิ
พลางบ่นคาถาพึมพำอยู่ในร้านกาแฟ โดยมีมายด์เด็กสาวตัวน้อยนั่งสลบไสลในชุดนักเรียนด้วยรอยยิ้มอัน
แสนสุขอยู่บนตักของชายหนุ่ม ซึ่งมองไปก็ดูคล้ายเรื่องปกติธรรมดาที่น้องสาวตัวน้อยจะนอนหลับอิงแอบ
ไออุ่นจากพี่ชาย

หากกระนั้นกลับมีบางสิ่งขาดหายไป เพราะเด็กสาวตัวน้อยมีเพียงเสื้อและกระโปรงนักเรียนปิดทับ ส่วนเสื้อ
ซับและกางเกงในที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำกามจนเหนียวเหนอะหนะโดนซุกใส่เอาไว้ในถุงขนมที่วางอยู่ข้าง ๆ
ปลายถันบนสองเต้ากะเปาะเล็ก ๆ ที่กำลังเริ่มแตกพานจึงเต่งชูชันดันเสื้อนักเรียนเนื้อบางออกมาให้เห็นเป็น
เม็ดกลมสวยได้จากด้านนอก อีกทั้งกระโปรงนักเรียนที่สวมใส่ก็เริ่มจะเปียกชุ่ม เพราะน้ำกามขาวขุ่นที่อัดแน่น
อยู่ในโพรงสวาทของเด็กน้อยกำลังเริ่มไหลย้อยซึมออกมาอย่างช้า ๆ

ใบหน้าอันจิ้มลิ้มน่ารักสดใสของเด็กสาวยิ้มหวานด้วยอารมณ์อันแสนสุขสมซึ่งดูผิดกันอย่างยิ่งกับใบหน้าอัน
หล่อเหลาของพี่ชายที่กำลังปรากฎหยาดเหงื่อซึมออกมาไม่น้อย เนื่องด้วยเคร่งเครียดที่ร่ายคาถาพื้นฐานอย่าง
คาถาพลางตัวผิดพลาดไปแล้วนับสิบรอบ และคราครั้งนี้ก็เช่นกัน กระแสเวทย์ที่สมควรจะผนึกตัวเป็นม่าน
กำบังมิให้ใครมองเห็นร่างของเขาแตกกระสานซ่านเซ็นสลายหายวับไปทันทีที่เขาร่ายมนตราจบ ก่อนจะตาม
มาด้วยกระแสจิตที่บ่นแหวดแหวด้วยไม่ได้ดั่งใจของนางตะเคียนที่กำลังนั่งเต๊ะท่าเป็นอาจารย์อยู่บนเก้าอี้ฝั่ง
ตรงข้าม

‘คาถาพื้นฐานเพียงนี้ก็ยังร่ายมิสำเร็จ ความสามารถของเจ้ามีเพียงนี้หรือไร ช่างไร้พรสวรรค์ยิ่ง ข้าบอกแล้ว
อย่างไรเล่าว่า เพียงตัวคาถาที่ร่ายออกไปมิอาจเป็นสิ่งใดได้ หากดวงจิตของเจ้ามิได้จินตนาการถึงผลลัพธ์
และเชื่อว่าตัวตนของเจ้าได้หายไปจริง ๆ ด้วย’

‘โธ่ ใจเย็น ๆ น่าพี่แก้ว คาถานี้ผมเพิ่งหัดใช้เป็นครั้งแรกเอง ขอเวลาหน่อย แล้วดูซิกอดน้องมายด์อยู่แบบนี้
จะมีสมาธิร่ายคาถาได้ยังไง’

เอก ส่งกระแสจิตแก้ตัวกับนางตะเคียน พร้อมกับขยับสะโพกตัวเองเล็กน้อยเพื่อคลายความเคร่งเครียดให้
กับแก่นกายที่กำลังแข็งตัวเบียดคลึงอยู่กับร่องก้นอันเนียนนิ่มกระชับแน่นของน้องสาววัยสิบเอ็ดขวบ ซึ่งแล
ดูไปแล้ว หากว่าสถานที่เป็นใจ มายด์น้องสาวตัวน้อยก็คงจะไม่แคล้วต้องเป็นที่ระบายความใคร่ให้กับพี่ชาย
คนนี้อีกหลายต่อหลายรอบอย่างแน่นอน

‘เช่นนี้ซิ จึงเป็นการฝึก หากโดนรบกวนเพียงเท่านี้ก็หวั่นไหว แล้วในสนามรบจริงเล่า เจ้าจะมีกะใจร่ายเวทย์
ป้องกันตัวได้อย่างไร จะสามารถพิทักษ์รักษาผู้คนที่เจ้ารักได้อย่างไร หากไร้ซึ่งพรสวรรค์ เจ้าก็ต้องขยันชดเชย
ด้วยพรแสวงให้จงหนัก’

‘ก็ตอนนี้ยังทำไม่ได้นี่นา เอาไว้วันหลังเดี๋ยวผมก็ทำได้เองแหละ ตอนนี้ก็ให้รักยมเสกคาถาให้ก่อนก็ได้ จะได้
อุ้มน้องมายด์ไปขึ้นรถ หรือให้พี่แก้วสิงร่างของมายด์มาต่อกันซักยก แล้วค่อยเดินไปเองก็ได้ ไม่งั้นถ้าอุ้มไปทั้ง
สลบแบบนี้สงสัยจะโดนหาว่าเป็นผู้ร้ายลักพาตัวพรากผู้เยาว์แหง’

เอก บ่ายเบี่ยงพร้อมกับ ส่งสายตากรุ้มกริ่มขณะเน้นคำว่า ‘ให้พี่แก้วสิงร่างของมายด์มาต่อกันซักยก’ จนนาง
ตะเคียนที่กำลังเก๊กท่าทางเป็นเหมือนอาจารย์ถึงกับหน้าแดงซ่านด้วยอารมณ์พิศวาทแทบจะหลุดปากตกลง
ออกมาในทันที เพราะสองสามวันที่ผ่านมา นางตะเคียนที่เพิ่งจะรับรู้รสแห่งความหฤหรรษ์ของเกมกามก็สลับ
สับเปลี่ยนหมุนไปแอบสิงร่างบรรดาผู้หญิงของเอกแล้วมาร่วมรักกับเขาโดยที่เจ้าตัวที่โดนสิง หรือแม้แต่สาว ๆ
คนอื่นก็ไม่รู้สึกระแคะระคายถึงความผิดปกติเลยแม้แต่น้อย

และด้วยความที่ไม่มีกายเนื้อให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย นางตะเคียนที่รับรู้รสชาติแห่งความหฤหรรษ์ที่แตกต่างผ่าน
ร่างของสาว ๆ ทั้งสี่คนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จึงคล้ายโดนพันธนาการไว้ด้วยบ่วงแห่งราคะกามารมณ์จนไม่
อาจจะปลดออกได้ และสำหรับคราครั้งนี้นางตะเคียนก็แอบคิดจินตนาการไม่ได้ว่าร่างกายเล็ก ๆ ของเด็กสาว
วัยสิบเอ็ดขวบจะสรรค์สร้างความสุขหฤหรรษ์เยี่ยงใดหากได้

‘อะแฮ่ม ไม่ได้ ไม่ได้!!! ยายป้าตะเคียนแก่หนังเหนียวโดนพ่อเอกอ่อยแค่นี้น้ำลายไหลย้อยเชียวนะ ไหนบอก
ว่าจะเคี่ยวพ่อให้เก่ง ถ้าไม่มีพรสวรรค์ ก็ต้องใช้พรแสวง แล้วยังไงล่ะ ท่าดีทีเหลว แค่นี้ก็ตบะแตกแล้ว’

เมื่อเสียงเยาะเย้ยและเสียงหัวเราะอันแหลมเล็กสองเสียงดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกัน นางตะเคียนก็หันไปทำ
หน้าถมึงทึงใส่เด็กน้อยรักยมที่กำลังกระโดดโลดเต้นโห่ฮาเหมือนลิงค่างอยู่บนโต๊ะตัวเล็กจิ๋ว

‘ชิ อ้ายพวกเด็กเหลือขอไม่รู้จักโต ถึงวิญญาณข้าจะอยู่มาหลายร้อยปี แต่อย่างไรข้าก็ตายตั้งแต่ยังสาวรุ่น
เพลานั้นตัวข้าอายุมิได้ถึงสิบแปดขวบปีดี อีกทั้งยังมิได้ออกเรือนเสียด้วยซ้ำ หากมาใส่ความว่าข้าแก่อีกแม้
เพียงคำเดียว ข้าจะจับพวกเจ้ามาบีบคอเสียให้เข็ด’

‘กลัวที่ไหนกันล่ะ ... แบร่ ๆ ป้าแก่ ป้าแก่ ป้าแก่ หนังเหี่ยว หนังเหี่ยว หนังเหี่ยว’

สองเด็กน้อยรักยมหาได้กลัวไม่ อีกทั้งพวกมันยังทำท่าหันก้นไปส่ายดุ๊กดิ๊กแล้วร้องเพลงแร๊ปหยอกล้อนาง
ตะเคียนอีกต่างหาก นางตะเคียนแม้จะเป็นเพียงวิญญาณ แต่อย่างไรก็มีความเป็นผู้หญิงสาวอยู่เต็มเปี่ยม
จะดุด่าต่อปากต่อคำอย่างไรก็พอทานทนแต่หากมาบอกว่าพวกเธอแก่ หรือหนังเหี่ยวล่ะก็ ให้ลุกขึ้นมาตบตี
ฆ่าฟันกันเสียเลยดีกว่า

ร่างวิญญาณสีเขียวที่กำลังโกรธเกรี้ยวของนางตะเคียนจึงผลันลอยวูบปรี่เข้าหาสองเด็กน้อยรักยมอย่างรวดเร็ว
ซึ่งสองเด็กน้อยที่เหมือนจะเตรียมรับอยู่แล้วก็ลอยตัวกระจายออกซ้ายขวา ลอยหลบนางตะเคียนบินฉวัดเฉวียน
ผลุบโผล่ทะลุเก้าอี้บ้างโต๊ะบ้างอยู่ในร้านกาแฟจนเอกปวดหัวตุ๊บ

‘โอ๊ย พอ พอ พอ ปวดหัว ๆ หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ถ้าทะเลาะกันอีก วันนี้ไม่ต้องกินพิซซ่า แล้วพี่แก้วก็ห้ามสิง
ร่างใครอีก เอ้าหยุดกันได้แล้วหรือยัง หยุด ๆ’

เอก เกาหัวตัวเองแกรก ๆ ด้วยไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับทั้งสามคน เอ้ย ผีทั้งสามตน นี้ดี เพราะสองเด็กน้อยรักยม กับ
นางตะเคียน ดูจะสามารถหาเรื่องทะเลาะกัดกันเองได้แทบทุกนาที แล้วก็เป็นเขาที่ทนไม่ไหวต้องมาส่งเสียงร้อง
ห้ามตลอด แต่ก็ยังดีอยู่อย่างที่พอเขาบอกให้หยุดทั้งหมดก็หยุดเชื่อฟังตามที่เขาบอกเป็นอย่างดี เอกที่ขี้เกียจจะ
ร่ายคาถาด้วยตัวเองเลยถือโอกาสสั่งซะเลย

‘รักยม มาเสกคาถาล่องหนให้เดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้นี่แหละเหมาะไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย คนเฝ้าร้านก็นั่งหลับ บอยก็ออก
ไปข้างนอกแล้ว เร็วเข้าเดี๋ยวคนอื่นมาเห็นกันพอดี’

‘พวกหนูจัดให้ก็ได้นะจ๊ะ ... เอ ... แต่ว่าจะดีเหรอ ถ้าพ่อร่ายคาถาล่องหนได้เองล่ะก็ รักกับยมว่ามีเรื่องสนุก ๆ ให้
ทำอีกเยอะเลยนะ’

สองเด็กน้อยรักยมพูดตอบพร้อมกันแทบจะเป็นเสียงเดียวเช่นเคย แต่ที่เปลี่ยนไปอย่างหนึ่งก็คงจะเป็นสายตาที่แล
ดูทะเล้นซึ่งสืบทอดมาจากเอกผู้เป็นพ่อและเจ้าของนั่นเอง และสายตานั้นเองที่ทำให้เอกเริ่มรู้สึกสนใจจนต้องเอ่ย
ปากถาม

‘เรื่องสนุก ๆ ?’

‘ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ มาเดี๋ยวพวกหนูร่ายคาถาพลางตัวล่องหนให้พ่อเอง’

‘เดี๋ยว ๆ หยุดก่อน เรื่องสนุกอะไร บอกมาให้ชัดเดี๋ยวนี้เลย’

‘คิก คิก ก็เรื่องสนุกแบบว่า ........... ซุบซิบ ๆ’

สองเด็กน้อยรักยมยิ้มจนหน้ากลมแป้นที่เหมือนจะหลอกล่อให้ปลาติดเบ็ดได้สำเร็จ พวกมันหันไปยักคิ้วให้นาง
ตะเคียนที่แอบนั่งฟังด้วยความอยากรู้อย่างผู้มีชัย ก่อนขยับไปส่งกระแสจิตพูดคุยซุบซิบด้วยคลื่นอันแผ่วเบา
เพียงให้เอกได้ยินคนเดียว นางตะเคียนจึงได้แต่สะบัดหน้าอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่วายพยายามแอบเงี่ยหูฟังให้ได้
ว่าสองเด็กน้อยจอมกวนมีแผนการอะไรอยู่แต่นางตะเคียนก็ไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นนอกจากประกายรอยยิ้มอย่าง
พออกพอใจ และน้ำเสียงอันกระตือรือร้นของชายหนุ่ม

‘เอาล่ะ งั้นขอลองคาถาล่องหนอีกรอบ’

‘หือ !! … มิใช่ถอดใจไปแล้วหรอกรึ ?’

“พุทธังบังโสต ธัมมังบังโสต สังฆังบังโสต พุทธังบังจักขุ ธัมมังบังจักขุ สังฆังบังจักขุ … โอม ต่อแต่นี้จักมิมี
ผู้ใดสัมผัสได้ซึ่งกายหยาบแห่งเรา”

นางตะเคียนเบิกตาโตมองด้วยความสงสัย หากมีแต่เพียงเสียงร่ายมนตราพึมพัมเบา ๆ ของเอกที่ดังแว่วขึ้นแทน
คำตอบ และคราครั้งนี้นี้นางตะเคียนก็สัมผัสได้ถึงกระแสมนตราที่เริ่มก่อตัวสร้างสภาพเป็นรูปเป็นร่างดั่งม่านโปร่ง
ใสเข้าครอบคลุมทั่วร่างของเอกและมายด์ ซึ่งหลังจากนั้นสองร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาก็เลือนหายวูบไปจากสายตา
ของนางตะเคียนที่กำลังอ้าปากเหวอด้วยความทึ่งเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มจะทำได้สำเร็จจริง ๆ

‘… เป็นไง สำเร็จมั้ยเนี่ย ? ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เห็นมือเห็นเท้าเห็นตัวเหมือนเดิม’

เสียงทางกระแสจิตที่แว่วดังมาจากเก้าอี้ที่ไม่มีผู้คนปลุกให้นางตะเคียนที่กำลังอ้าปากค้างตื่นจากภวังค์ เธอทำท่า
จะพูดอะไรสักคำสองคำแต่ไม่ทันอ้าปากรักยมก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

‘สำเร็จแล้วจ้ะ ถ้าร่ายสำเร็จพ่อจะยังมองเห็นตัวเองเหมือนเดิม แต่จะรู้สึกเหมือนมีม่านพลังปกคลุมอยู่ แล้วคน
ข้างนอกก็จะมองไม่เห็นพ่อกับสิ่งที่พ่อต้องการกำบัง ตอนนี้ไม่มีใครเห็นพ่อกับมายด์แล้ว ผีป้าแก่ตะเคียนก็มอง
ไม่เห็น … เดี๋ยวพ่อลองดูก็ได้ หนูจะเสกคาถาปลุกคนเฝ้าร้านกาแฟแล้วนะ’

สิ้นเสียงของรักยมไม่นานก็ได้ยินเสียงขาเก้าอี้ขยับครูดคราดกับพื้น พร้อมกับร่างของเด็กเฝ้าร้านกาแฟที่รีบลุกขึ้น
มายืนมองซ้ายมองขวาไปทั่วร้าน และเมื่อพบว่าในร้านไม่มีผู้คน ชายคนนั้นยืนหาวยืดตัวบิดขี้เกียจเหมือนว่าอยาก
จะนอนต่ออีกสักงีบ หากปากที่อ้าหาวอย่างน่าเกลียดก็ถึงกับไม่อาจหุบลง เพราะสายตาของมันดันชำเลืองไปมอง
เห็นเบาะที่นั่งของเก้าอี้ตัวหนึ่งเด้งวูบขึ้นเหมือนมีใครสักคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ หากเพียงแต่ว่าที่นั่นไม่ได้มีผู้คนอยู่แม้
สักคนเดียว

เด็กเฝ้าร้านกาแฟเพ่งมองไปที่เบาะเก้าอี้อย่างฉงนสนเท่ห์ ความรู้สึกแรกของมันคือน่าจะตาฝาดไปเอง หากแต่เหต
การณ์ถัดมากลับทำให้ปากที่หาวอ้าค้างไว้อยู่แล้วถึงกับต้องอ้าออกด้วยความตื่นตะลึงมากกว่าเดิมเสียอีก เพราะ
อยู่ดี ๆ ก็มีธนบัตรสีแดงสองใบโผล่วูบอยู่กลางอากาศแล้วขยับหล่นอยู่บนโต๊ะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จากนั้นกระดาษ
เช็ดปากที่วางอยู่บนโต๊ะก็ลอยวูบหายไปในอากาศ ก่อนจะลอยวูบกลับมาวางบนโต๊ะในสภาพเปื้อนคราบกาแฟ
เหมือนมีใครเอาไปเช็ดปากแล้วเอามาวางทิ้งไว้ ความกลัวในสิ่งลี้ลับจึงแล่นวูบจนมันหนาวสั่นไปทั่วทั้งร่างแทบ
จะรู้สึกเป็นลมล้มตึงลงไป

เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่แขวนไว้หน้าประตูทางเข้าออกดังขึ้นเสมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวความหาญ
กล้าของมันเอาไว้ เพราะประตูนั้นเปิดออก แต่กลับไม่อาจเห็นผู้คนที่ไหนเดินผ่านเข้าหรือออก สุดท้ายชายหนุ่มที่
ทำหน้าที่เฝ้าร้านกาแฟก็ถึงกับทรุดตัวลงนั่งสลบบนเก้าอี้พิงตัวเดิมด้วยไม่อาจจะทานทนต่อความขลาดกลัวได้
อีกต่อไป

‘... เจ้าเด็กเหลือขอ พวกเจ้าทำได้อย่างไรกัน คาถาล่องหนความจริงแล้วผู้มีพรสวรรค์ยังต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน
หลายสิบปี แม้แต่หมอผีเรืองเวทย์หลายคนก็มิอาจสำเร็จได้ซึ่งมนตราบทนี้ เราความจริงเพียงต้องการให้เจ้านาย
ได้ฝึกฝนตัวเองก็เป็นพอ มิได้นึกคาดหวังแม้แต่น้อยว่าจักทำได้ภายในวันแรกที่ได้ลอง ... เช่นนี้‘

นางตะเคียนที่ทำหน้าเหวอตกใจไม่แพ้เด็กเฝ้าร้านกาแฟรีบส่งกระแสจิตถามสองเด็กน้อยรักยม ซึ่งสองเด็กน้อย
รักยมเพียงหันมายิ้มตอบอย่างอมภูมิ พวกมันมองหน้านางตะเคียนครู่ใหญ่ก่อนหัวเราะคิกคักแล้วพูดออกมา

‘คนอื่นมีพรสวรรค์ หรือ พรแสวง ยังไงก็สู้พ่อพวกหนูไม่ได้หรอก ของง่าย ๆ แบบนี้พวกหนูแค่กระตุ้นบอกพ่อไม่
กี่คำก็ทำได้สบายมาก’

‘พวกเจ้าบอกสิ่งใดกัน?’

‘พวกหนูก็แค่บอกว่า ถ้าพ่อหายตัวได้ แล้วแอบไปปั่มป๊ามกับแม่หญิงหรือสาว ๆ คนอื่นทั้งที่กำลังล่องหน จะเป็น
ยังไงก็แค่นั้นเอง อ้อ แล้วก็บอกด้วยว่าพี่สาวไฟแรงที่ชื่อแพร กับ น้องเมย์ อยู่ในห้องน้ำ เผื่อว่าพ่อ อยากจะไปทำ
อะไรสนุก ๆ ... ส่วนไอ้เรื่อง พรสวรรค์ พรแสวง ที่ไหนพวกหนูไม่สนใจหรอก รู้แต่ว่าพ่อพวกหนูน่ะไม่แพ้ใครแน่เรื่อง
กามแสวง คิก คิก ... คอยดูเถอะเดี๋ยวพอพาน้องมายด์ไปส่งที่รถแล้วพ่อเอกคงตรงดิ่งไปทางห้องน้ำแน่ ๆ’

สองเด็กน้อยรักยมพูดจบก็ระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจแล้วกระโดดลอยวูบทะลุฝาผนังที่เป็นแก้วโปร่งใสตามผู้เป็น
เจ้านายออกไปด้านนอก ปล่อยให้นางตะเคียนได้แต่ยืนนิ่งด้วยสายตาเหม่อลอยไปกับคำว่า กามแสวง ของสอง
เด็กน้อยรักยม

…………………………………………………………………………………………..

บอย ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่านข้อความที่แพรส่งมาให้เป็นรอบที่สิบ ขณะกำลังเดินวนไปมา พลางแอบชำเลือง
มองเข้าไปในห้องน้ำหญิงเพื่อรอคอยโอกาสเข้าไปหาแพรตามที่เธอส่งข้อความมาบอกว่าให้เข้าไปหาเธอในห้องน้ำ
ห้องกลาง ซึ่งหากเป็นผู้ชายทั่ว ๆ ไป คงจะหาคนกล้าเสี่ยงทำเรื่องแบบนี้ได้น้อย

หากแต่สำหรับชายหนุ่มที่นิยมการร่วมรักนอกสถานที่อย่างเขาแล้ว การที่จะได้ร่วมรักกับนางแบบสาวสวยอย่างแพร
ในห้องน้ำสาธารณะกลับถือเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นเร้าใจเสียจนไม่รู้สึกลังเลแม้แต่น้อยนิด และที่สำคัญตอนนี้บอยก็กำลัง
มีอารมณ์หื่นอย่างเต็มที่ เพราะเพิ่งจะได้อยู่เป็นพยานเห็นฉากเด็กสาวตัวน้อยที่สวยน่ารักโดนจับกระเด้าจนแคมแทบ
ฉีกแบบเต็มตามาหมาด ๆ ถึงจะได้ระบายอารมณ์แตกน้ำใส่ปากเด็กสาวไปหนึ่งน้ำ แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความอยากกระ
เด้าเข้าไปในร่องคับ ๆ ได้สักเท่าไหร่

บอย หันมองซ้ายทีขวาทีอีกรอบเพื่อความมั่นใจ เมื่อเห็นว่าป้าสองคนที่ล้างมืออย่างอ่อยอิ่งเชื่องช้าเดินออกไปจาก
ห้องน้ำ โชคดีไม่น้อยที่เวลาเช้าอย่างนี้ยังมีคนไม่มาก อีกทั้งทางเข้าห้องน้ำหญิงอยู่ในมุมค่อนข้างอับไม่มีคนมองมา
ชายหนุ่มที่สบโอกาสทองจึงรีบเดินตัวปลิวตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำหญิงด้วยหัวใจอันลุ้นระทึก

หัวสมองที่เต็มไปด้วยความหื่นกำลังทำงานครุ่นคิดอย่างหนัก ว่าจะเริ่มต้นระบายความใคร่ใส่นางแบบสาวสวยด้วย
ท่าอะไร และจะจบด้วยท่าอะไรเพื่อให้เหมาะสมกับสถานที่ แต่กระนั้นวินาทีถัดมาชายหนุ่มที่กำลังงุ่นง่านก็ได้แต่ยืน
งงอยู่ตรงกลางระหว่างห้องน้ำห้องที่สามและห้องที่สี่ที่ประตูปิดอยู่ทั้งสองห้อง เพราะว่าห้องน้ำในที่แห่งนี้มีทั้งหมด
หกห้อง คำว่าห้องตรงกลางของแพรจึงไม่อาจจะระบุได้ว่าห้องไหนกันแน่

หากจะให้ลองเคาะเรียกทีละห้องก็คงไม่เหมาะสม บอยจึงรีบหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดรัวยิก ๆ ตั้งใจจะส่งข้อความ
ไปถามแพรให้ชัดเจนว่าห้องไหนกันแน่ แต่แล้วพิมพ์ยังไม่ทันเสร็จสิ้น ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสองสามคนคุยกัน พร้อมกับ
เงาวูบ ๆ มาจากทางเข้าห้องน้ำ บอยก็ถึงกับต้องสะดุ้งโหยงเพราะจะให้หนีออกไปทางเดิมก็ไม่ทันเสียแล้ว แต่ขณะที่
ยังไม่ทันได้คิดอะไรประตูห้องน้ำห้องที่สามก็เปิดแง้มออกน้อย ๆ บอยที่คิดว่าคงจะเป็นแพรเปิดให้จึงรีบดันประตูเข้า
ไปในด้านในแล้วปิดลงได้ทันหวุดหวิดพอดีกับที่ผู้หญิงกลุ่มนั้นเดินเข้ามาในห้องน้ำ

บอย ยันหันหน้าไปทางประตูถอนหายใจด้วยความโล่งใจที่รอดตัวได้แบบหวุดหวิด แต่ก็อดรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็น
กลอนล๊อคประตูที่เปื้อนสนิมเขรอะหลุดออกมาทั้งแผงจนล๊อคประตูกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ และที่สำคัญเมื่อเขาดัน
ประตูปิดเข้าไป ก็มีกางเกงในสีขาวลายการ์ตูนหล่นแหมะลงอยู่บนมือของเขา ซึ่งเมื่อหันมองไปบนที่แขวนผ้าตรงประตู
เขาก็พบว่ามีกระโปรงนักเรียนลายสก๊อตแขวนอยู่ และนี่ไม่มีทางใช่เสื้อผ้าของแพรอย่างแน่นอน ความรู้สึกเหมือนว่า
ความซวยกำลังมาเยือนจึงบังเกิดขึ้นมาในใจจนต้องค่อย ๆ หันไปมองเจ้าของเสื้อผ้าที่อยู่ด้านหลังอย่างช้า ๆ

บอย ถึงกับตาลุกวาว อ้าปากค้างไปกับภาพที่ได้เห็น เพราะเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ารักเหมือนนางฟ้าตัว
น้อยกำลังจ้องตอบกลับมาด้วยใบหน้าอันตื่นตกใจที่อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายแปลกหน้าบุกเข้ามาถึงในห้องน้ำเช่นกัน แต่
กระนั้นในตอนนี้ชายหนุ่มลืมความตกใจไปหมดแล้ว เพราะโดนความขาวเนียนของเรือนร่างเกือบเปลือยของเด็ก
สาวที่มีเพียงเสื้อนักเรียนมัธยมต้นสวมใส่ปิดบังอยู่ หากแต่ก็เรียกได้ว่าเพียงแค่สวมใส่เอาไว้เท่านั้น เพราะว่าสาบ
เสื้อทั้งสองข้างแบะอ้าออกจนเกือบจะเรียกได้ว่าหลุดลุ่ยออกจากตัวอยู่รอมร่อ

สองเต้าอันอวบกลมเด้งยิ่งกว่านักศึกษามหาลัยจึงลอยเด้งให้บอยเห็นได้อย่างเด่นชัด แถมเด็กสาวยังนั่งถ่างขา
อยู่บนโถส้วม ความขาวเนียนของเรือนร่างไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง สะโพก ท่อนขา และกลีบแคมสีชมพูอ่อนจึง
เปล่งประกายแวบวับจนบอยได้แต่ยืนตื่นตะลึงหอบหายใจฟืดฟาดให้กับความงามที่ไม่เคยพบพานจนขบคิด
สิ่งใดไม่ออก

เมย์ เด็กสาวเจ้าของเรือนร่างงามเองก็ถึงกับตื่นตะลึงทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน ที่อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชายเปิดประตูห้องน้ำ
เข้ามาหาแบบนี้ เธอจึงได้แต่เพียงนั่งนิ่งไม่กล้าทำสิ่งใด ปล่อยให้อีกฝ่ายจ้องดูเรือนร่างเกือบเปลือยเปล่าของตน
ต่อไปอย่างนี้

อย่างไรเสียภาวะตื่นตะลึงก็คงอยู่ได้ไม่ยาวนาน เมื่อด้านนอกมีเสียงพูดคุยสนทนา และเสียงหัวเราะของผู้หญิง
ดังขึ้นเมย์ ก็เริ่มตื่นจากภวังค์แห่งความงุนงง เธอรีบลุกขึ้นยืนเอามือมาปิดสองเต้าและกลีบสวาทเอาไว้พร้อมกับ
บิดหมุนตัวหันหลังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นสัดส่วน จากนั้นก็อ้าปากพยายามจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
ออกมา หากแต่ว่าเพียงแค่ได้อ้าปาก อีกฝ่ายก็ถลันเข้ามากอดรัดจากทางด้านหลังแล้วเอามือที่ถือกางเกงในตัว
โปรดของเธอมาอุดปิดปากของเธอเข้าเสียก่อน

บอย เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะร้องโวยวาย ก็ได้สติรีบขยับตัวเข้าไปปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน และดูเหมือนจะเป็น
จังหวะพอดีเหลือเกินที่ในมือข้างนั้นมีกางเกงในอยู่ ก็เลยสามารถใช้ปิดปากเด็กสาวได้อย่างมีประสิทธิภาพพอ
สมควร เสียงที่ควรจะเป็นเสียงกรีดร้องจึงเพียงดังอู้อี้ ๆ เบา ๆ อยู่ในลำคอของเด็กสาว

กระนั้นเด็กสาวก็ยังคงดิ้นรนพยายามต่อสู้เต็มที่เพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นโจรร้ายบ้ากาม บอยจึงต้องออกแรงโอบ
มือซ้ายล๊อคแขนทั้งสองข้าง และหน้าท้องของเด็กสาวเอาไว้พร้อม ๆ กันในคราวเดียว แต่ด้วยอารามรีบร้อนไม่
ทันได้ระวัง ท่อนแขนที่สมควรอยู่ที่หน้าท้องของเด็กสาวกลับร่นสูงขึ้นมาอยู่ตรงทรวงอก ท่อนแขนของบอยจึง
ได้สัมผัสเข้ากับความนุ่มนิ่มเต่งตึงของสองเต้าภูเขาไฟแบบเนื้อต่อเนื้อ

เมย์ สะดุ้งตัวเบา ๆ ด้วยรู้สึกเสียวแปล๊บที่ปลายถัน เธอพยายามบิดตัวสะบัดแขนเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดของ
อีกฝ่ายแต่กระนั้นก็ไม่มีท่าทีว่าหลุดรอดออกจากท่อนแขนที่แกร่งราวกับเหล็กได้เลยแม้แต่น้อยนิด เด็กสาวตัว
น้อยจึงพยายามยกขาขึ้นหมายเตะไปที่หนังห้องข้าง ๆ เพื่อให้คนอื่นรับรู้ถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นในห้องนี้

บอย สะดุ้งโหยงเมื่อเห็นเด็กสาวกำลังจะใช้ขาถีบใส่ผนังห้องน้ำ จึงรีบเลื่อนมือที่ปิดปากเด็กสาวลงมารั้งท่อนขา
ขาว ๆ เอาไว้ไม่ให้ขยับออกไปได้มากกว่านี้ ซึ่งโชคดีไม่น้อยที่เขายับยั้งเอาไว้ได้ทัน อีกทั้งในปากของเด็กสาวตอน
นี้มีกางเกงในอุดเอาไว้อยู่ทำให้เธอส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาไม่ได้ แต่โชคร้ายก็คือเด็กสาวหน้ามัธยม
นมมหาลัยคนนี้ดูจะมีเรี่ยวแรงมากกว่าที่เขาคาดคิด และเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาจะจับเด็กสาวอยู่ได้นานอีกแค่ไหน

หัวสมองก็เลยครุ่นคิดหาวิธีการทำให้อีกฝ่ายสงบลงเสียก่อน แล้วค่อยพูดคุยเจรจาให้เรียบร้อย เพราะเขาเองก็
ไม่อยาก
จะเป็นโจรสวาทข่มขืนทำร้ายผู้หญิง แถมอีกฝ่ายยังเป็นเพียงแค่เด็กสาวที่น่าจะยังไม่บรรลุนิติภาวะเสียด้วย หากกระ
ทำเรื่องราวผิดพลาดไป เขาคงไม่แคล้วได้ตกเป็นผู้ต้องหา โดนขึ้นข่าวหน้าหนึ่งว่าเป็นโจรปล้นสวาทเด็กสาวในปั๊ม
น้ำมันแน่ ๆ

ด้วยความร้อนรนทำให้บอยเร่งมือทำตามความคิดแว้บแรกที่เข้ามาในหัวสมอง และนั่นก็ทำให้เด็กสาวที่กำลังดิ้นรน
สุดตัว ถึงกับตัวสะดุ้งโหยงหยุดชะงักการดีดดิ้นไปแทบจะในทันที อีกทั้งเสียงอู้อี้ในลำคอก็เงียบหายไป มีแต่เสียงฟืด
ฟาดของการหอบหายใจที่ดังขึ้นมาทดแทน เพราะว่าตอนนี้บอยกำลังใช้ฝ่ามือบีบขยี้ปลายถัน และงอนิ้วสอดใส่เข้า
ไปเกี่ยวเบ็ดและบี้ติ่งแตดให้กับเด็กสาวตัวน้อยด้วยลีลาระดับเทพเข้าเสียแล้ว

“อืออออออออ ....”

เมย์ สะดุ้งเฮือกสุดตัว ก่อนจะรู้สึกอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนทันทีที่ปลายนิ้วอันมากลีลาของอีกฝ่ายกรีดเกา
ไปตามร่อง จนสะกิดเข้ากับติ่งแตดที่แสนจะไวต่อสัมผัส เด็กสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงดึงมือของอีกฝ่ายให้ออก
จากเรือนร่างของตน หากแต่ด้วยไร้เรี่ยวแรง จึงทำได้เพียงบีบกระชับไปที่ข้อมืออันแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเบา ๆ

เด็กสาวแหงนหน้าเริ่ด ร้องครางซี้ดซ้าดด้วยความเสียวกระสันอย่างไม่ขาดปาก แม้ในใจจะหวาดกลัวและพยายาม
ต้านทาน หากกระนั้นภายใต้การบีบสัมผัสของอีกฝ่าย ร่างกายอันสาวสดของเธอก็สั้นสะท้าน ความเสียวซ่านระเบิด
ปะทุออกมาระรอกแล้วระรอกเล่า จนร่างกายอันสวยสะพรั่งเริ่มเด้งสะโพกไหวไปมารับกับจังหวะสอดใส่ของปลายนิ้ว
ที่ลากวิ่งเข้าวิ่งออกในร่องสวรรค์อันฉ่ำแฉะ อารมณ์ใคร่กระสันที่ไม่ได้ระบายออกถูกปลุกเร้าจนตื่นขึ้นมาเสียแล้ว

“ใจเย็น ๆ …. อย่าร้องนะ ... ดะ …. เดี๋ยวทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง …”

บอย พูดกระซิบพร้อมกับหายใจฟืดฟาดหนักหน่วงพ่นลมหายใจใส่ใบหู และลำคอขาวเนียนของเด็กสาว แม้จะไม่ได้
ตั้งใจที่จะล่วงเกินเด็กสาวคนนี้ หากแต่อารมณ์อันหื่นกระหายแห่งเพศผู้ก็ได้พุ่งทะยานขึ้นจนยากจะควบคุมได้เสียแล้ว
เพราะเสน่ห์ของเด็กสาวคนนี้ช่างร้อนแรงและดึงดูดใจอย่างมากมายในแบบที่เพลย์บอยหนุ่มอย่างเขายังไม่เคยเจอมา
ก่อน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ หรือเสียงร้องครางที่พยายามเก็บกักของเด็กสาว ต่างก็เป็นสิ่งเร้าอารมณ์จนไม่อาจ
ควบคุมการกระทำของตัวเองได้อีกต่อไป

บอย เหลือบตาลงมองสองเต้าอวบใหญ่เกินวัยของเด็กสาวที่กำลังโดนฝ่ามือของเขาบีบเคล้นจนบี้แบนด้วยความสา
แก่ใจอย่างที่สุด สัมผัสของเต้านมของเด็กสาวผู้นี้ช่างนุ่มนิ่มและแฝงแรงสะท้อนท้าทายให้บีบเคล้นอย่างบอกไม่ถูก
และนั่นก็ทำให้ทุกสัมผัสของฝ่ามือเต็มไปด้วยแรงบีบอันหื่นกระหายจนสองเต้ากลมดิกดูคล้ายจะปริแตกได้ในทุกครา
ที่โดนสัมผัส

อีกทั้งสัมผัสที่ด้านล่างนั้นเล่า โคกสวาทของเด็กสาวช่างเนียนนิ่มเต็มไม้เต็มมือเสียเหลือเกิน แถมสัมผัสตอดตุบ ๆ
ที่กระชับดูดไปตามปลายนิ้วของเขาที่แหย่แยงอยู่ภายในร่องของเด็กสาวก็ทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง เพราะมันช่าง
กระชับแน่นอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน จนแทบอยากจะแปลงร่างเป็นโจรปล้นสวาทแล้วยัดเอาความเป็นชายใส่เข้า
ไปแล้วกระเด้าเสพความหฤหรรษ์ในร่องหลืบของเด็กสาวตอนนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ความคิดที่ต้องการเพียงแค่ทำให้เด็กสาวสงบลงจึงเริ่มผิดเพี้ยนจากแรกเริ่มไปทีละน้อย เพราะตอนนี้เด็กสาวได้
หมดแรงดิ้นรนและสงบลงในอ้อมกอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงมิอาจหยุดยั้งความต้องการ
อันดำมืดแห่งความเป็นชายของตัวเองลงได้ สองมืออันช่ำชองจึงยังคงบีบคลึงรีดเร้นสัมผัสเสพความหฤหรรษ์บน
เรือนร่างอันเนียนนิ่มของนางฟ้าหน้ามัธยมนมมหาลัยคนนี้ต่อไป

…………………………………………………………………………………………..

ที่ด้านนอก เอกที่เพิ่งพามายด์น้องสาวคนเล็กไปนอนในรถแล้วเปิดแอร์ทิ้งไว้เป็นที่เรียบร้อย กำลังเดินตรงดิ่งมาทาง
ห้องน้ำในสภาพที่ยังคงร่ายมนต์กำบังกายมิให้ผู้ใดเห็นด้วยฝีเท้าเร่งรีบ หากกระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้รับรู้เลยว่ากำลัง
เกิดอะไรขึ้นกับน้องเมย์ผู้เป็นน้องสาวคนกลางของตนเอง เพราะในหัวสมองเพียงกำลังครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ว่า
จะดำเนินแผนปฎิบัติการล่องหนปล้นสวาทน้องสาวสุดรักอย่างไรดีจึงจะสนุกสนานเร้าใจ และนั่นจะต้องไม่ทำให้
น้องเมย์ตื่นตกใจกลัว หากแต่ไม่ทันคิดแผนการณ์อะไรออก เมื่อไปถึงห้องน้ำ สายตาแวววาวหื่นกามของชายหนุ่ม
ก็สะดุดเข้ากับสาวสวยหุ่นดีที่กำลังยืนแต่งหน้าให้กับตัวเองอยู่ตรงอ่างล้างหน้าเข้าเสียก่อน

แพร สาวสวยนางแบบดาวรุ่งนิตยสารชื่อดังยืนแอ่นอกอวบหันซ้ายทีขวาทีมองเงาสะท้อนของหญิงสาวสวยเซ็กส์ซี่
บาดใจในกระจกเงาด้วยสีหน้าพออกพอใจ โดยไม่ได้รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าที่ด้านข้างนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนจ้องมอง
สัดส่วนโค้งเว้าอันแสนเร้าใจของเธออยู่ด้วยเช่นกัน

เอก มองใบหน้าสวยคมและเรือนร่างของนางแบบสาวสวยผิวสีน้ำผึ้งอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะการพบกันครั้งแรกนั้นเขาเต็ม
ไปด้วยความรู้สึกงุนงงในท่าทีของสาวไฟแรงสูงคนนี้ จึงยังไม่ทันได้สังเกตรูปร่างของเธอมากนัก แต่คราครั้งนี้เมื่อสบโอกาส
สายตาแวววาวราวหมาป่าหนุ่มในฤดูผสมพันธ์ของเอกก็จ้องแทะโลมไปทั่วเนื้อตัวของแพรราวกับจะจับมากลืนกินเสียตรงนี้

สายตาแวววาวจับจ้องไปที่ร่องอกอวบของสาวสวยนานเป็นพิเศษ เพราะสองเต้าขนาดไม่ธรรมดานั้นโดนยกทรงที่ค่อนข้าง
ฟิตกระชับรัดรึงดันจนนมแทบจะทะลักล้นออกมาอยู่รอมร่อ แถมชุดเดรสสีขาวที่เธอสวมใส่ก็เว้าลึกเหมือนเจตนาอยากจะ
เน้นให้ทุกคนมองเห็นความโอฬารของเต้านม

แม้ว่าสำหรับเอกแล้ว นางแบบสาวสวยคนนี้จะดูด้อยกว่าบรรดาแฟนสาวของเขาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะหากนำไปเทียบกับ
น้องหญิงที่สวยเหมือนนางฟ้าของเขา แต่อย่างไรเสียกลิ่นน้ำหอมยั่วสวาท และเสน่ห์ของสาวสวยดีกรีนางแบบดาวรุ่งคน
นี้ก็มีดีพอที่จะสร้างความตื่นตัวให้กับเอกจนเป้ากางเกงของเขาตุงเด่ขึ้นมาอีกครั้งได้ไม่ยาก

“ไอ้บอยบ้า หายหัวไปไหนเนี่ย โทรไปก็ไม่ยอมรับ เบ็ดจนเสร็จไปแล้วสองรอบก็ยังไม่ยอมโผล่หัวมาให้เห็น ฮึ คอยดูเหอะ
เรียกแล้วไม่ยอมมา คืนนี้อย่าหวังจะได้แอ้มกันเลย”

แพร บ่นพึมพำเบา ๆ ด้วยอารมณ์หงุดหงิดขณะกำลังล้างมืออยู่ที่อ่างล้างหน้า เพราะแม้จะช่วยตัวเองจนเห็นสวรรค์รำไร
ไปแล้วสองรอบติด ๆ กัน แต่อารมณ์พิศวาทอันร้อนแรงของเธอก็ยังดูเหมือนจะไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปสักเท่าไหร่ ใบหน้า
ของเธอจึงยังคงแดงซ่าน ปลายถันแข็งเต่งเป็นเม็ดจนขนลุกซู่ทุกทีที่สัมผัสเสียดสีกับยกทรง แถมตรงกลางหว่างขาก็ยัง
คงฉ่ำแฉะและร้อนฉ่าด้วยความต้องการทางเพศอยู่เช่นเดิม

“บ้าไปแล้วเรา เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว แต่ทำไมอยากเล่นเสียวกับเขาขนาดนั้นเนี่ย ... เอ ... บอยหายไป ... ถ้าโทรไปอ่อย
คุณเอกแทนจะดีมั้ยน้า ... อืม ไม่ดีซิ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราใจง่าย ... คิก คิก ใจง่ายก็ใจง่ายซิไม่เห็นเป็นอะไร อยากรู้เหมือน
กันว่าถ้ามีเหยื่อป้อนให้ถึงปาก คุณเอกจะกล้าขย้ำหรือเปล่าน้า”

ด้วยอารมณ์ใคร่ที่ล้นปรี่ แพร หยิบเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดโปรแกรมถ่ายรูป จากนั้นก็ยกขึ้นสูง แล้วใช้มือซ้าย
ดึงรั้งคอเสื้อออกจนภาพในกล้องปรากฎสองเต้าอวบกลมที่โดนยกทรงรั้งเอาไว้ แถมยังเห็นลึกไปถึงหน้าท้องและกางเกงใน
ของตน เธอทำหน้าตาแอ๊บแบ๊วน้อย ๆ แล้วกดแชะบันทึกความเซ็กส์ซี่ของตัวเอง จากนั้นก็กดส่งรูปยังเบอร์โทรศัพท์ของเอก
พร้อมด้วยข้อความว่า

‘อยู่ห้องน้ำคนเดียวเหงาจัง ถ้าใครใจดีมาอยู่เป็นเพื่อน จะมีรางวัลให้ด้วยล่ะ’

เสียงข้อความเข้าที่ดังจากโทรศัพท์มือถือของเอกที่กำลังล่องหนอยู่ ทำเอาเขาถึงกับสะดุ้งโหยง จนต้องรีบล้วงมือไปหยิบเอา
โทรศัพท์มากดปิดเสียงเป็นการเร่งด่วน ซึ่งแพรที่เพิ่งกดส่งไปก็สะดุ้งแล้วก็หันมามองต้นเสียงที่เหมือนจะดังมาจากด้านข้าง
เช่นกัน หากแต่สาวสวยมองไม่เห็นสิ่งใด นอกจากห้องน้ำด้านหลังที่ปิดประตูเอาไว้อยู่เพียงห้องเดียวที่มีคนใช้งานอยู่ ซึ่งเธอ
ก็ไม่รู้เลยเช่นกันว่า ตอนนี้นายบอยคู่ขาของเธอกำลังกอดรัดปลุกปล้ำอยู่กับเด็กนักเรียนสวยน่ารักที่เธอเพิ่งแอบดูไปนั่นเอง

เอก ที่มองดูเหตการณ์อยู่ด้านข้างมาโดยตลอด หยิบเอาโทรศัพท์มือถือตนเองขึ้นมามองดูรูปภาพอันวาบหวามของนางแบบ
ดาวรุ่งด้วยรอยยิ้มในท่าทีอันแสนจะเปิดเผยของหญิงสาวคนนี้ จากนั้นก็ตัดสินใจกดปิดเสียง แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

‘รางวัลอะไรล่ะ?’

แพร ร้องดีใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นข้อความตอบกลับบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตนเอง ก่อนรีบพิมพ์ข้อความตอบไปมา
หาเอกด้วยรอยยิ้มอันแสนสุขใจโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังยืนอยู่ข้าง ๆ นี่เอง

‘แล้วคุณเอกอยากได้อะไรเป็นรางวัลล่ะคะ คิก คิก’

‘เห็นรูปแล้ว อยากกินนมอุ่น ๆ จัง’

‘ถ้าอยากกินนมสด ๆ ก็ต้องมาดูดจากเต้าเองนะคะ’

‘ผมกินนมเยอะนะ มีให้กินพอหรือเปล่าล่ะ’

สื่อสารด้วยข้อความทางโทรศัพท์มือถือมาถึงตรงนี้ แพรก็หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม แถมยังเริ่มหายใจฟืดฟาดแรง ๆ จนเต้านม
กระเพื่อม แถมยังอดไม่ได้ต้องล้วงมือลงไปขยับยุกยิกบดคลึงกับโคกสวาทของตัวเพราะอารมณ์ทางเพศที่ดูจะไม่มีวันหมด
สิ้นเริ่มพุ่งกระฉูดขึ้นมาอีกแล้ว ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากเหตผลที่ว่าเธอโดนมนตรามหาเสน่ห์ของชายหนุ่มเข้าไปแล้ว และนั่น
ก็ทำให้ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดเขามากเท่าไหร่ ความต้องการทางเพศก็จะยิ่งระเบิดปะทุออกมารุนแรงมากเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เธอกับ
ชายหนุ่มก็อยู่ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ นางแบบสาวสวยจึงรู้สึกร้อนรุ่มไม่ต่างกับโดนยาปลุกเซ็กส์เข้าไปเลยทีเดียว

นอกจากนั้นนางแบบสาวสวยก็เริ่มรู้สึกดีกับเอกขึ้นอีกอักโข เพราะนอกจากหล่อ รวย และใหญ่บึ้มแล้ว คุณเอกคนนี้ดูจะมีนิสัย
การพูดการจาที่สนุกสนานน่าสนใจ ไม่ถือตัววางท่าเหมือนพวกไฮโซทั้งหลาย หากกระนั้นก็ไม่ได้ลดตัวเองลงเหมือนพวกผู้ชาย
ปลายแถวที่จ้องจะฟันเธอจนตัวสั่น

สำหรับแพรแล้ว คุณเอกคนนี้มีลักษณะทีเล่นทีจริง หยอกเย้าเรียกรอยยิ้มให้เธอได้ ซึ่งจะว่าไปนิสัยแบบนี้ก็ดูคล้าย ๆ กับนายบอย
เพื่อนคู่ขาของเธอไม่น้อย สาวสวยร้อนสวาทจึงรู้สึกตื่นเต้นและวาบหวิวจนต้องล้วงมือลงไปใต้ชายกระโปรง แล้วสัมผัสลูบปลาย
นิ้วขึ้นลงตรงรอยแยกที่กำลังเปียกชื้นอย่างเบามือก่อนตัดสินใจทุ่มสู้จนหมดหน้าตัก

แพร หันมองซ้ายทีขวาทีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นสิ่งที่เธอกำลังจะทำ สาวสวยสูดหายใจเฮือกใหญ่เพื่อระงับความตื่นเต้นที่
กำลังก่อตัวขึ้น ก่อนเอื้อมมือไปปลดสายรั้งของชุดเดรสให้หลุดจากหัวไหล่กลมมนทั้งสองข้าง จนชุดเดรสไหลลื่นลงไปกองบน
พื้นกระเบื้องของห้องน้ำ จากนั้นก็ขยับมือไปปลดตะขอยกทรงสีแดงที่โอบประคองสองเต้าอวบจนมันหลุดผลอยลง ปล่อยให้
ทรวงอกภูเขาไฟอันบึ้บบั้บเปลือยเปล่าเด้งตัวดึ๋งดั๋งอย่างไม่อายใคร

แพร มองภาพเกือบเปลือยของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาด้วยดวงตาอันหวานฉ่ำ ก่อนลงมือใช้ปลายนิ้วเกี่ยวรูดเอากางเกง
ในสีแดงสดไหลรูดลงไปตามท่อนขาขาวอวบลงไปกองกับพื้นห้องน้ำที่มีชุดเดรสและยกทรงของเธอวางอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว นาง
แบบสาวดาวรุ่งสุดสวยตื่นเต้นจนหัวใจสั่นระรัวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ทำสิ่งที่เธอฝันอยากทำมานาน ซึ่งนั่นก็คือการเปลือย
กายล่อนจ้อนในที่สาธารณชน และแม้ว่าจะเป็นการเปลือยกายในห้องน้ำเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีผู้คนก็พอจะสนองตัณหาให้เธอได้ไม่
น้อย กระนั้นหากจะให้สมบูรณ์แบบล่ะก็ เธอก็อยากจะมีเซ็กส์กับหนุ่มหล่อล่ำสักคนในที่เปิดโล่งแบบนี้สักครั้ง และคุณเอกก็ดู
เหมือนจะเป็นคนที่เธออยากจะยกหน้าที่นี้ให้มากที่สุดในตอนนี้

แม้จะมีลมเย็น ๆ ยามเช้าพัดผ่านมากระทบร่างอันเปลือยเปล่า แต่แพรกลับรู้สึกได้เพียงความร้อนรุ่มที่กำลังวูบวาบไปทั่วทั้งตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลายถันที่กำลังแข็งเต่งเด้งตระหง่าน และโคกสวาทของเธอนั้นกำลังร้อนฉ่าราวกับโดนไฟเผา อีกทั้งยังคัน
ยิบ ๆ จนน้ำรักไหลย้อยไปตามง่ามขา ความอยากที่พุ่งปรี๊ดจนฉุดไม่อยู่ทำเอาหัวสมองของสาวสวยรู้สึกเบลอคิดอะไรไม่ออก
นอกจากบิดตัวโพสท์ท่าสุดเซ็กส์ซี่ในท่วงท่าต่าง ๆ แล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเปลือยของตัวเอง ก่อนกดส่งไปหา
คุณเอกของเธอทีละภาพ ทีละภาพโดยไม่พิมพ์ข้อความใด ๆ ตอบกลับราวกับว่ากำลังเมามายไปกับมนต์สะกดแห่งราคะ

“โอยยยย ซี้ดดดสสสส อยากจัง คุณเอกมาหาแพรหน่อย ... อูยยยย บอยก็ได้ มาเอาแพรที ... อูยยยยยย ซี้ดดสส เสียว ...
คะ ... ใครก็ได้รีบมาเหอะ แพรยอมให้เอาหมดทุกคนเลย”

แพร โยนโทรศัพท์มือถือไปที่ข้าง ๆ อ่างล้างหน้า แล้วลูบไล้สองมือไปตามเนื้อตัวด้วยความรู้สึกอยากโดนอย่างไม่เคยเป็นมา
ก่อน เธอบีบขยี้สองเต้าจนบิดเบี้ยวขณะคิดจินตนาการไปว่ากำลังโดนผู้ชายกลัดมันสักฝูงรุมปู้ยี่ปู้ยำ อีกทั้งยังแหย่แยงนิ้ว
สอดใส่รูดเข้ารูดออกไปตามร่องของตัวเองยิก ๆ แล้วร้องครางออกมาด้วยเสียงอันดังโดยไม่ได้คิดสนใจเลยว่าเธอกำลังช่วย
ตัวเองอยู่ในสถานที่สาธารณะ อีกทั้งกำลังโดนจ้องมองด้วยสายตาอันวาววับของชายหนุ่มที่ล่องหนอยู่ข้าง ๆ ด้วย

..........................................................................................



“อืออออออ อืมมมมมมมม อื้อออออออ”

เมย์ ที่ได้สติเนื่องจากได้ยินเสียงร้องครางของใครสักคนดังมาจากด้านนอกห้องน้ำ พยายามจะขัดขืนดิ้นรนต่อสู้ หากทว่า
ลีลาการตะปบมือบีบขยี้บนเต้าเต่ง และนิ้วมือของเขาที่ลากไล้ไปตามกลีบกุหลาบของเธอนั้นช่างเร่าร้อนจนเธอมิอาจทานทน
ร่างอวบสดซิงในชุดนักเรียนจึงได้แต่กระตุกอื้อ ๆ สั่นสะท้านเป็นลูกนกตัวน้อยทุกคราที่เขาบดขยี้ที่ติ่งเสียวด้วยลีลาอันช่ำชอง
เรี่ยวแรงที่จะดิ้นรนขัดขืนที่แทบจะไม่มีอยู่แล้วก็ยิ่งดูจะสูญหายไปจนหมด

ตรงข้ามกับอารมณ์กระสันต์ที่โดนปลุกเร้าขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเพราะเธอเองก็ค้างเติ่งจนแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว อีกทั้งยังมี
กางเกงในของเธอเองยัดเอาไว้จนเต็มปาก เสียงร้องห้ามอื้อ ๆ จึงค่อย ๆ แผ่วลงเรื่อย ๆ จนเหลือแต่เสียงครางอืมในลำคอ

กระนั้นเด็กสาวตัวน้อยก็เพิ่งนึกถึงคำแนะนำที่ต่ายเพื่อนรักของเธอเคยบอกเอาไว้ได้ ว่าหากกำลังจะเสียท่าผู้ชายให้ยอมและ
อดทนรอโอกาสดี ๆ แล้วลงมือขยี้จุดตายซะในคราวเดียว เมย์ จึงพยายามเลื่อนมือน้อย ๆล้วงวูบไปด้านหลัง ลอดขอบกางเกง
ของชายหนุ่มแล้วคว้าจับเข้ากับท่อนเอ็นที่กำลังแข็งตัวปั๋งด้วยตั้งใจจะบีบให้อีกฝ่ายเจ็บตัว หากแต่เมื่อสัมผัสถูกกับสิ่งนั้น เด็ก
สาวก็กลับรู้สึกราวกับโดนไฟฟ้าช๊อต อารมณ์กระสันที่ซุกซ่อนไว้กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาจนไม่อาจระงับไว้ แทนที่ฝ่ามือน้อย ๆ จะ
บีบใส่ท่อนเอ็นให้สุดแรง จึงกลายเป็นบีบกระชับแล้วถอกเข้าถอกออกเบา ๆ แทนอย่างไม่อาจควบคุมได้

“อูยยยยยย”

บอย ที่กำลังปลุกปล้ำเด็กสาวอย่างไม่ได้ตั้งใจแม้จะได้ยินเสียงร้องครางที่ค่อนข้างดังของใครสักคนดังมาจากด้านนอกแว่ว ๆ
แต่ด้วยกำลังหูอื้อตาลายไปกับเสน่ห์แห่งเนื้อหนังมังสาอันนุ่มนิ่มเต่งตึงของเด็กสาวหน้าใสวัยมัธยมคนนี้จนแทบไม่อาจสนใจ
สิ่งใดได้อีก เนื้อตัวทุกสัดส่วนของเด็กสาวที่ได้บีบสัมผัสนั้นช่างนุ่มนิ่มแฝงความกระชับแน่นหยุ่นเด้งสู้มืออย่างที่ไม่เคยประสบ
พบเจอมาก่อน แม้ว่าจะเคยผ่านผู้หญิงสวยมาไม่น้อย แต่บอยก็ไม่เคยเลยที่จะได้รับรู้รสชาติอันแสนหฤหรรษ์แห่งสัมผัสของ
เนื้อหนังมังสาเฉกเช่นที่กำลังกระทำกับเด็กสาวแปลกหน้าคนนี้

ความตั้งใจที่เพียงจะทำให้เด็กสาวสงบลง แล้วอธิบายว่าเกิดการเข้าผิดกันขึ้นจึงคล้ายจะเลือนหายไปจากหัวสมองจนหมด
และที่สำคัญเมื่อเด็กสาวตัวน้อยเอื้อมมือมาจับเข้ากับท่อนเอ็นที่กำลังพองตัวจนแทบระเบิด ชายหนุ่มก็คิดว่าอีกฝ่ายยินยอม
พร้อมใจ จึงคลายมือจากการล๊อคไม่ให้ดิ้น แล้วก้มหน้าลงไปสูดดมความหอมหวานของซอกคอเด็กสาว พร้อมกับบีบตะโปม
เข้าใส่เนื้อตัวของเด็กสาวด้วยลีลารักอันรุนแรงและหนักหน่วงกว่าเดิม

เมื่อโดนรุกเร้าเข้าใส่ เด็กสาวหน้ากลมนมโตก็ถึงกับร้องครางเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว มือน้อย ๆ บีบกระชับรูดถอกเข้าใส่
ท่อนเอ็นของชายหนุ่มแปลกหน้าจนมือเป็นระวิง ขณะแอ่นอกอวบตูมเข้ารับฝ่ามือหยาบหนาที่กำลังเคล้นคลึงอย่างหนักหน่วง
รุนแรง ส่วนสะโพกกลมกลึงก็ส่ายเด้งร่อนรับลีลาของปลายนิ้วของอีกฝ่ายอย่างแรดร่าน

อารมณ์กระสันของเด็กสาวบัดนี้คล้ายกับสายธนูที่โดนชายหนุ่มน้าวไว้จนสุดแรง หากเพียงเขากระทำต่ออีกเล็กน้อย เด็กสาว
ก็จะโผพุ่งทะยานเข้าชนกับความหฤหรรษ์ดั่งที่ได้หมายหมาด แต่กระนั้นชายหนุ่มกลับหยุดสองมือของเขาเอาไว้ แล้วเปลี่ยน
มาโผกอดร่างของเธอเอาไว้จนแน่น พร้อมกับกระดกเอวสาวท่อนเอ็นรูดไปตามร่องก้นอันเนียนกระชับระรัวถี่ยิบโดยไม่ได้สอด
ใส่เข้าไปภายในราวกับหมาตัวผู้ติดสัด

จากนั้นไม่นานชายหนุ่มก็ขยับบั้นเอวแรง ๆ สองสามครั้งก่อนร้องครางออกมาด้วยน้ำเสียงแห่งความหฤหรรษ์ พร้อมกับปลด
ปล่อยน้ำเชื้ออันคาวข้นทะลักออกมาเปื้อนเต็มร่องก้นและไหลเยิ้มลงไปตามง่ามขาของเด็กสาวที่ยืนค้างเติ่งด้วยยังไปไม่ถึง
จุดสุดยอดแห่งความหฤหรรษ์ทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม

..........................................................................................

ที่ด้านนอก เอก ที่อยู่ในสภาพล่องหนกำลังพนมมือพร้อมกับร่ายมนต์ที่ได้ร่ำเรียนมาอีกบทหนึ่งอย่างช้า ๆ แต่ก็แน่วแน่ไม่
ตกหล่น แม้จะไม่เคยร่ายสำเร็จมาก่อน แต่เพราะได้ความมั่นใจจากการร่ายคาถากำบังกายมาอย่างเต็มเปี่ยม อีกทั้งเมื่อ
ได้เข้าถึงแก่นแท้แห่งมนตราในแง่ที่ว่าต้องคิดต้องเชื่อจึงทำได้ชายหนุ่มก็คล้ายได้เข้าสู่โลกใหม่แห่งเวทย์มนต์คาถาอย่าง
เต็มตัว

การร่ายคาถาในครานี้แม้จะกินเวลาอยู่บ้าง แต่ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงกระแสแห่งม่านพลังที่ค่อย ๆ แพร่กระจายออกไปรอบ
ทิศเป็นทรงกลมโดยมีตัวของเขาเป็นจุดศูนย์กลาง ม่านพลังเวทย์ค่อย ๆ แผ่ตัวออกแทรกซึมผ่านกำแพงปูนออกไปก่อน
หยุดลงเมื่อมันห่อหุ้มครอบคลุมห้องน้ำทั้งหมดเอาไว้ภายใน

“คาถาอาณาเขต !!! นี่เจ้าคือมนุษย์จริงหรือเจ้าหนุ่มน้อย เมื่อครู่ก็เพิ่งร่ายคาถามหาเสน่ห์ใส่แม่สาวนั่น แล้วนี่ยังสามารถ
ร่ายมนตรากำกับเขตแดนมิให้ใครสัญจรผ่านทั้ง ๆ ที่ยังร่ายคาถาล่องหนอยู่ได้อีก !!!”

นางตะเคียนเบิกตาโต อ้าปากค้างมองดูความสามารถอันน่าตื่นตระหนกของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย ขณะที่ชายหญิงคู่หนึ่ง
กำลังเดินตรงมาทางห้องน้ำ แต่เมื่อเข้าใกล้เขตมนตราที่กำกับเอาไว้ ชายหญิงคู่นั้นก็หยุดนิ่งยืนงุนงงครู่ใหญ่ ก่อนหันหลัง
เดินกลับไปด้านนอกเหมือนลืมไปว่าตัวเองกำลังอยากจะไปที่ไหน

นางตะเคียนหันกลับไปมองยังทิศทางที่สัมผัสได้ถึงจิตของชายหนุ่มที่กำลังล่องหนอีกครั้งด้วยดวงตาอันเหม่อลอย ดวงตา
สีเขียววาวประสมไปด้วยความทึ่งและความชื่นชม เพราะเมื่อสองวันก่อนชายหนุ่มคนนี้ยังเป็นเพียงลูกเจี๊ยบที่ร่ายคาถาไม่
เป็นแม้แต่บทเดียว หากแต่บัดนี้ชายหนุ่มกลับเติบโตคล้ายพญาอินทรีย์ที่กำลังจะกางปีกบินเหิรเวหาเข้าเสียแล้ว

สำหรับคนทั่วไป คาถามหาเสน่ห์หากได้ฝึกฝนสักห้าปีสิบปีก็คงพอฝึกฝนได้ แต่สำหรับคาถากำบังกาย และคาถาอาณาเขต
นั้น ต่อให้หมอผีแก่กล้าอย่างไรก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีในการฝึกฝน หรือซ้ำร้ายหากใครไร้ซึ่งพรสวรรค์ และพรแสวง
ควบคู่ไปด้วยกันก็มิอาจจะบรรลุได้ถึงระดับขั้นนี้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าน่าจะมีหมอผีเพียงหลักสิบคนที่สามารถทำได้
ถึงระดับขั้นนี้

‘คิก คิก แค่นี้อย่าเพิ่งอึ้งไปเชียวนะป้าตะเคียนเดี๋ยวผมจะหงอก หน้าจะเหี่ยวเสียก่อน พ่อพวกหนูยังมีดีอีกเยอะ’

‘ฮึ อ้ายพวกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เอาเถิดเรายอมรับกับคำว่า กามแสวง ของพวกเจ้า แต่กระนั้นจงบอกเรื่องราวมาเสีย
ดี ๆ ว่าเหตใดจึงสร้างเรื่องให้น้องสาวของเจ้านายต้องโดนปลุกปล้ำ ทั้งยังร่ายคาถากำบังไม่ให้พ่อของพวกเจ้ามองเห็น
อีก หากไม่มีเหตดี ๆ ล่ะก็ ข้าจะฟ้องเจ้านายเดี๋ยวนี้’

นางตะเคียนไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงกับสองเด็กจอมแสบอย่างรักยม เธอจึงเพียงทำหน้าเครียดขณะลอยตัวมอง
ไปในห้องน้ำเพื่อดูร่างของเมย์น้องสาวของเอกที่เพิ่งโดนบอยกระฉูดน้ำกามเข้าใส่จนเต็มหลังและก้น เธอไม่เข้าใจว่า
เหตใดรักยมที่สมควรจะช่วยพิทักษ์เจ้านายและคนรอบข้างจึงกระทำการแปลก ๆ เช่นนี้

“เขามีแต่เด็กขี้ฟ้อง แต่นี่มีป้าแก่ขี้ฟ้องด้วยเหรอเนี่ย คิก คิก”

“นี่มิใช่เรื่องตลก จงชี้แจงมาให้ชัดแจ้ง มิเช่นนั้นข้าจะลงมือช่วยเหลือน้องสาวของเจ้านายบัดเดี๋ยวนี้”

“พวกหนูบอกให้ก็ได้ว่า พวกหนูกำลังทดสอบคน”

“ทดสอบคน??”

“ใช่แล้วทดสอบคน ป้าตะเคียนไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ พวกหนูไม่ยอมปล่อยให้น้องสาวพ่อโดนทำอะไรไม่ดีหรอก ขออีกเพียง
หน่อยเดียวก็จะได้เห็นก้นบึ้งแห่งธาตแท้ของผู้ชายคนนั้นแล้วล่ะ รออีกหน่อยนะจ๊ะป้าตะเคียนจ๋า ส่วนตอนนี้น่ะดูมวยคู่
เด็ดระหว่างพ่อเอกผีล่องหน กับแพรแม่เสือสาวเปลือยนมคนนี้กันก่อนดีกว่า คิก คิก"

รักยมเปลี่ยนท่าทีพูดตอบอย่างเป็นการเป็นงานและมีสัมมาคารวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอานางตะเคียนได้แต่สงบปาก
สงบคำไม่รู้จะเอ่ยวาจาถามไถ่ว่ากะไรดี แต่กระนั้นก็ยังคงเฝ้ามองเหตการณ์ในห้องน้ำที่อาจจะบานปลายด้วยสายตา
ระแวดระวัง พร้อมกับสลับมามองแพรนางแบบสาวที่เมามายในความใคร่จนต้องยืนช่วยตัวเองด้วยกิริยาแรดร่านอยู่
หน้าห้องน้ำ กระนั้นดวงตาสีเขียวอันวาววับของนางตะเคียนก็ดูจะสนใจมองเหตการณ์ที่เบื้องนอกเสียมากกว่า เพราะ
หากมีโอกาส ก็อยากจะลองร่วมรักกับเอกผ่านทางร่างของแม่เสือสาวร้อนสวาทคนนั้นบ้างสักครั้งอยู่เหมือนกัน

..........................................................................................

เอก หายใจฟืดฟาดด้วยความตื่นเต้น หลังจากปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองลงแล้ว ร่างเปลือยอันแข็งแกร่งกำยำที่
ล่องหนอยู่ก็เดินตรงเข้าไปหาร่างอวบอิ่มของนางแบบสาวที่กำลังยืนเปลือยช่วยตัวเองอยู่อย่างช้า ๆ ก่อนหยุดเดิน
เมื่อแผงหน้าอกของเขาเบียดสัมผัสเข้ากับแผ่นหลังอันเรียบเนียน และปลายหอกอันแข็งแกร่งเบียดแนบชิดเข้ากับ
ร่องก้นที่กระชับแน่น

ร่างของแพรสั่นสะท้านเฮือกไปกับสัมผัสอันร้อนผ่าวที่แผ่นหลัง เธอปรือตาขึ้นมองด้วยความงุนงง หากแต่ก็ไม่เห็นภาพ
ของใครคนไหนสะท้อนอยู่ในกระจกเงา นอกไปจากประตูห้องน้ำที่อยู่เบื้องหลังร่างอันเปลือยเปล่าของเธอ

เอก มองแววตาฉงนของแพรด้วยความตื่นเต้น ก่อนลงมือกางแขนไปโอบเรือนร่างโค้งเว้านั้นเข้ามากอดกระชับอย่าง
แนบแน่น ก่อนก้มหน้าซุกไซร้สูดดมความหอมหวานไปตามพวงแก้ม ใบหู และซอกคอของนางแบบสาวดาวรุ่งอย่าง
หื่นกระหาย พร้อมกันนั้นก็ใช้สองมือคว้าตะปบบีบเคล้นไปทั่วเนื้อตัวของสาวสวยโดยเน้นหนักไปที่สองเต้าอวบและ
โคกสวาทอย่างเมามันส์ โดยไม่เปิดโอกาสให้แพรได้ตั้งตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

แพร ลืมตาลุกโพลงมองภาพในกระจกเงาด้วยความตื่นตระหนก มีใครบางคนกำลังกอดจูบและขยำนมของเธออยู่ชัด ๆ
แต่เธอกลับมองไม่เห็นใครอยู่ในนั้นสักคน หรือแม้แต่เมื่อเธอก้มลงมองดูไปตามเต้านมที่บิดเบี้ยวไปมาเพราะเหมือนมีคน
มาบีบขยี้เธอก็มองไม่เห็นสิ่งใด เหมือนกับว่าอยู่ดี ๆ นมของเธอก็บุ๋มเป็นรอยฝ่ามือลงไปเองเสียอย่างงั้น เธอจึงเอื้อมมือ
ไขว่คว้าสัมผัสสิ่งอันแปลกประหลาดนั้นก่อนจะพบว่าเธอกำลังจับอยู่กับข้อมืออันแข็งแกร่งของใครสักคนเป็นแน่ เพียง
แต่เธอมองไม่เห็นอีกฝ่ายก็เพียงเท่านั้น

“คะ ครายน่ะ ... ผีหลอกเหรอ ... ซี้ดดดดสสส โอยยย ... มะ ม่ายอาวว ... อูววววววว อย่าเขี่ยหัวนม ซี้ดดดดสสส”

แพร นึกหวาดกลัวในสิ่งนั้นจนอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ แต่พอโดนเคล้นที่เต้ากับที่ปลายถันแรง ๆ เข้า ความเสียวก็แล่น
แปลบปลาบพุ่งปรี๊ดไปถึงสมองในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก็เลยไม่มีแรงเหลือจะดิ้นหรือจะทำอะไร เรียกได้ว่าตอนนี้รู้สึกกลัว
จะแย่กับไอ้เจ้าสิ่งที่อธิบายไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเป็นผีผู้ชาย คนล่องหนได้ พลังจิต คิดไปเอง หรือตัวอะไรกันแน่ แต่ว่าตอนนี้
อารมณ์ร่านสวาทอยากโดนก็กำลังมาแรง พอโดนเขี่ยนิดสะกิดหน่อยก็เลยเริ่มน้ำลายสอ นึกอยากจับไอ้ดุ้นอันยาวใหญ่ที่พาด
อยู่ตรงร่องก้นยัดใส่เข้ามาในร่องแล้วขึ้นขย่มเสียให้หายคันซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

สาวสวยสูดปากร้องครางออกมาไม่ขาดปาก เพราะลีลาการปลุกเร้าอารมณ์ของอีกฝ่ายนั้นช่างสุดยอดอย่างที่ไม่เคยเจอกับตัว
มาก่อน เรียกได้ว่าพอเขาเคล้นเต้านมแรง ๆ ทีนึงเธอก็ถึงกับตัวกระตุกเฮือกไปกับความเสียว พอเขาบี้หัวนมที่กำลังแข็งปั๋ง
เข้าให้ก็เสียวแปล๊บขึ้นสมอง แถมที่โคกสวาทก็โดนทั้งบีบขยำ แล้วก็กรีดบี้ขยี้ติ่งแตดแบบเน้น ๆ จนน้ำจะแตกอยู่รอมร่อแล้ว

“อ๊า... ซี้ดดสสสส ... เสียวนม ... เสียวแตด ... ตัวอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่รีบ ๆ เอาซักที ซี้ดสสสส ทนไม่ไหวแล้ว”

พออารมณ์เริ่มพาไป แพร ที่ไม่สนใจแล้วว่าอีกฝ่ายคือตัวอะไร ก็ร้องขอความเห็นใจ แล้วล้วงมือลงไปที่ก้นตัวเองบีบจับดุ้น
ล่องหนอันอวบอ้วนและยาวใหญ่รูดถอกยิก ๆ เพื่อเร่งอารมณ์ให้กับอีกฝ่าย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอเองนั่นแหละที่ยิ่งเกิด
อารมณ์หนักกว่าเดิม เพราะว่าดุ้นในมือมันทั้งอวบทั้งยาวทั้งแข็งแรงในแบบที่เธอไม่เคยโดนมาก่อน แถมที่สำคัญไอ้เจ้าสิ่ง
นั้นก็ช่างใจร้ายเหลือ เพราะนอกจากจะไม่ยอมใส่เข้าไปในร่องของเธอเสียที เวลาที่เธอใกล้จะเสร็จเพราะนิ้วมือ เจ้าสิ่งนั้น
ก็จะหยุดเอาเสียดื้อ ๆ แล้วหันไปบีบขยำนมของเธอแทน เจอวิธีการเลี้ยงความเสียวขั้นเทพเข้าไปแบบนี้ แพรก็เลยทั้งเสียว
ทั้งทรมาณแทบจะขาดใจจนเกร็งไปหมดทั้งตัวแล้ว

เอกที่ล่องหนอยู่ หรือ เจ้าสิ่งนั้นที่แพรหมายถึง ยิ้มกระหยิ่มด้วยความสะใจที่ได้แกล้งทรมาณนางเสือสาวร้อนสวาทจนกลาย
สภาพเป็นแค่ลูกไก่ในกำมือได้อย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน พอล้วงนมล้วงหอยจนสะใจได้ที่แล้ว เอกก็จับพลิกให้แพรไปนอน
หงายอยู่บนอ่างล้างหน้า แล้วก้มหน้าก้มตาลงไปทั้งดูดทั้งบีบสองเต้าอวบที่ลอยอล่างฉ่างอยู่ด้วยความรู้สึกมันมือ และมันเขี้ยว
เนื้อนิ่มบนสองเต้าก็เลยโดนบีบขยี้จนแดงเป็นรอยนิ้วมือเต็มไปหมด แถมยังดูดเลียขบกัดปลายถันจนแพรเด้งกระตุกรอบแล้ว
รอบเล่า โดยไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายนั้นเสียวทรมาณจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว

“อ๊ายยยสสสส …. อย่ากัดนม .... เสียววว ... เย็ดแพรซักทีเถอะ ... ใจจะขาดแล้ว ... เสียวว ไม่ไหวแล้ว อ๊ายยยย อะ โอ๊ววววววว”

แม้จะยังไม่ได้สอดใส่ แต่แพรก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอหวีดร้องออกมาเสียงหลง ขณะที่ร่างทั้งร่างเด้งกระตุกเฮือกสุดแรงแบบ
ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ความหฤหรรษ์ครั้งนี้ก็เสียวแปลบเสียยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ที่เธอสำเร็จความใคร่ และเธอก็ไม่เคยนึกไม่เคย
ฝันเลยว่าตัวเองจะเสร็จได้โดยไม่โดยไม่ต้องสอดใส่ ซึ่งสรุปแล้วเจ้าสิ่งนั้นเพียงแค่ดูดทึ้งสองเต้าของเธออย่างเมามัน เธอก็เสียว
ซะจนน้ำแตกน้ำแตนไปแล้วหนึ่งรอบ

“โอ๊วววววสสสสส อะ อู๊ววววววววววววววว ซี้ดดสสสสสสสส อะ อูววววว”

แพร ยังไม่ทันหายจากอาการกระตุกเกร็ง ก็ต้องร้องเสียงหลงไปกับความจุกแน่นอันสุดแสนจะเสียวซาบซ่าน เพราะโดนจับถ่าง
ขาออก แล้วเจ้าสิ่งนั้นก็กดมุดพรวดเข้ามาอัดแน่นจนเต็มร่องอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด แถมยังสอดลึกเข้าไปในร่องสัมผัสครูด
เข้ากับผนังเสียวด้านในและปากมดลูกที่ไม่เคยมีใครสัมผัสเข้าเสียด้วย มันก็เลยเป็นความเสียวซ้อนความเสียวแบบสุดยอด

“อา... อา... อา... อา... อา... ซีดสส์... อูววว ... อูวววว ... อูวววว”

สาวสวยส่งเสียงร้องครางกระเส่า ขณะที่เอกเริ่มโยกสะโพกวิ่งเข้าวิ่งออกอย่างเชื่องช้าเนิบนาบ หากแต่ภายใต้ความเชื่องช้านั้น
ทุกจังหวะแห่งการสอดใส่กลับหนักหน่วง ทะลวงลึกถึงด้านในสุดแห่งโพรงสวาทที่ไม่เคยมีใครสัมผัสเข้าไปถึง ความหฤหรรษ์
จึงค่อย ๆ ปลุกเร้าความกระสันจนแพรที่เพิ่งเสร็จไปหมาด ๆ หนึ่งรอบเริ่มเด้งกระเดาะเอวแอ่นโคกโหนกนูเด้งเข้าหาแก่นกาย
ของชายหนุ่มอย่างร้อนร่าน

“อะ. อะ อะ อะ.อะ... ซีดสส์... อูววว ... อูวววว ... อูวววว ... เสียว อูวววว เสียว ซี้ดสสสสส”

เสียงครางค่อย ๆ ดังถี่เร็วขึ้น พร้อม ๆ กับจังหวะการโหมกระเด้าของชายหนุ่มที่ค่อย ๆ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนบังเกิดเสียง
เนื้อกระทบเนื้อดัง ป้าบ ป้าบ ป้าบ ถี่ยิบ ร่างงามของนางแบบสาวที่โดนกระแทกไม่ยั้งจึงเด้งสะเทือนไหวไปมาจนสองเต้าอวบ
กลมส่ายดึ๋งดั๋ง ก่อนที่เอกจะหยุดการสั่นเด้งของสองเต้าด้วยการใช้สองมือคว้าหมับแล้วบีบขยี้จนนมต้มแทบแตกระเบิด

“โอ๊วววววสสสสส เสียว อะ อู๊ววววววววววววววว ซี้ดดสสสสสสสส อะ อูววววว จะเสร็จแล้ว อะ อะ โอ๊ววววว”

แพร ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกในความกระสันที่ใกล้ระเบิด สองมือของเธอจิกแผ่นหลังของชายที่มองไม่เห็นเอาไว้จนแน่น ขณะ
พยายามอ้าสองขาถ่างออกจนสุดหล้า พร้อมกับร่อนแอ่นโคกสวาทเข้าหาอย่างร้อนร่าน ด้วยอยากให้อีกฝ่ายกระแทกเข้ามา
ให้ลึกจนสุดทาง และเมื่อโดนเขากระเด้าอย่างเมามันส์อีกเพียงครู่เดียว แพรก็หวีดร้องออกมาดังลั่น ด้วยโดนส่งไปถึงสรวง
สวรรค์แล้วอีกรอบภายในเวลาที่ห่างกันเพียงแค่ไม่ถึงนาที

แม้จะเห็นแพรกำลังตัวกระตุกเพราะถึงจุดสุดยอด แต่เขากลับไม่ยอมหยุดกระเด้าเอวลงแม้แต่วินาทีเดียว เพราะกำลังเมา
มันอยู่กับความหฤหรรษ์ของร่องสวาทนางแบบสาวที่กำลังตอดรัดหนุบหนับไปตามท่อนลำลึงค์ ความสะใจในอารมณ์ทำ
เอาชายหนุ่มเกือบลืมคาถาบทใหม่ที่อยากทดลองใช้ไปเลยทีเดียว แต่กระนั้นด้วยเป็นคาถาสั้น ๆ ที่ไม่ใช้เวลายาวนานมาก
นัก ชายหนุ่มจึงสามารถร่ายมันได้ทันก่อนที่ร่างของแพรจะหายกระตุก

เมื่อคาถาถูกร่ายจบสิ้น กระแสเวทย์มนต์สีดำมืดที่คนธรรมดามองไม่เห็นก็ไหลเวียนพุ่งเข้าไปดุ้นเอ็นของชายหนุ่ม และเมื่อ
ดุ้นลงอาคม โดนกดลึกเข้าไปในโพรงสวาทของนางแบบสาวที่กำลังอยู่ในสภาพจุดสุดยอด กระแสมนตราก็พุ่งพรวดเข้าไป
ในร่างจนเธอถึงกับดีดตัวเด้งสุดแรงราวกับถูกไฟฟ้าช๊อต พริบตานั้นรสชาติแห่งความหฤหรรษ์พลันระเบิดออกมาเป็นริ้วคลื่น
อันหนักหน่วงรุนแรง และถี่ยิบมากกว่าเดิมอีกนับสิบเท่าร้อยเท่า จนหญิงสาวเสียวแปลบแทบขาดใจ

เอก ก้มหน้ามองใบหน้าอันบิดเบี้ยวเหยเก และอาการเสียวสุดชีวิตจนร่องสวาทตอดหนุบไม่หยุดของแพรที่เกิดขึ้นอย่างยาว
นานด้วยความพึงพอใจ เพราะในที่สุดแล้วเขาก็สามารถร่ายคาถาที่เรียกว่าดุ้นลงอาคมได้สำเร็จ ซึ่งคาถานี้เมื่อรายออกมา
แล้วจะกระตุ้นอารมณ์ของสตรีเพศให้พุ้งสู่จุดสุดยอดได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นให้รับสัมผัสความเสียวได้มากกว่าเดิมอีก
หลายสิบเท่าร้อยเท่า แถมที่สำคัญที่สุดก็คืออาคมนี้สามารถทำให้สตรีเพศตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งจุดสุดยอดได้ยาวนาน
ขึ้นเท่าที่เขาต้องการอีกด้วย แต่ที่ต้องระวังก็คืออย่าใช้คาถานี้ต่อเนื่องนานเกินไป ไม่งั้นคู่สวาทอาจจะสลบเหมือดไปกับ
ความเสียวอันเกินพิกัดเข้าเสียก่อน และนั่นทำให้เอกต้องจำใจดึงบั้นเอวถอดถอนแก่นกายที่กำลังโดนตอดรัดหนุบหนับ
อย่างถี่ยิบออกกมาข้างนอกอย่างเสียไม่ได้

เสียง พล๊อก ดังขึ้นมาเบา ๆ เมื่อเอกถอนบั้นเอวดึงแก่นกายที่หยั่งรากลึกอยู่ในตัวสาวสวยออกมา แพรรู้สึกเย็นวาบเหมือน
สิ่งใดขาดหายไปจากชีวิต จนถึงกับต้องเด้งเอวร่อนโคกสวาทขึ้นหาแก่นกายดุ้นใหญ่ด้วยกิริยาอันแรดร่าน กลีบกุหลาบที่
โดนแหวกอ้าเป็นรูกลวงจึงส่ายร่อนระริกวนอยู่ในอากาศครู่ใหญ่ ก่อนค่อย ๆ หล่นตุบลงไปที่เดิมด้วยเจ้าตัวหมดเรี่ยวหมด
แรงที่ต้องตกอยู่ในสภาพจุดสุดยอดอย่างรุนแรง และยาวนานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ใจหนึ่งนั้นกำลังคิดสงสัยว่าเรื่องราวอันสุดมหัศจรรย์พันลึกเช่นนี้ได้จบลงแล้วหรือเปล่า หากแต่ลางสังหรณ์ของสาวร้อน
สวาทอย่างเธอบ่งบอกว่าเรื่องราวยังไม่จบลงแน่ ๆ เพราะดูเหมือนว่า เจ้าสิ่งนั้น จะยังไม่ได้แตกในใส่ร่องเธอเลยสักครั้ง
ซึ่งลางสังหรณ์ของนางแบบสาวก็ดูจะไม่ผิดพลาด เพราะเธอได้พักหายใจหายคอเพียงครู่เดียว ก็โดนเจ้าสิ่งนั้นจับสองขา
ของเธอขึ้นไปพาดอยู่สิ่งที่น่าจะเป็นไหล่ของอีกฝ่ายจนปลายรองเท้าส้นสูงสีแดงแปล๊ดชี้โด่งขึ้นไปบนฟ้า จากนั้นก็ตาม
มาด้วยความแข็งแกร่งอันอวบใหญ่ที่เบียดแหวกทะลุทะลวงอัดเข้ามาจนเต็มร่อง แล้วตามด้วยลีลาการกระเด้าอย่างดิบ
เถื่อนร้อนแรงที่ทำเอาเธอเสียวแปล๊บจนต้องหวีดร้องออกมาด้วยสุดจะทานทน

“อะ. อะ อะ อะ.อะ... เอาอีกแล้วเหรอ อูย ... ซีดสส์... เสียว ... อูวววว ... อูวววว ... เสียว อูวววว เสียว ซี้ดสสสสส”


..........................................................................................

เหตการณ์ที่ด้านนอกห้องน้ำระหว่างเอกและแพรนั้นกำลังเร่าร้อนรุนแรงคล้ายดั่งหม้อน้ำบนกองไฟที่กำลังเดือดพล่าน
ด้วยโดนไฟกัลป์เผาผลาญอย่างไม่หยุดยั้งจนหม้อน้ำแทบจะแตกระเบิด แต่กระนั้นเหตการณ์ที่ด้านในห้องน้ำระหว่าง
บอยกับเมย์นั้นกลับคล้ายหม้อน้ำที่ใกล้เดือดเต็มที แต่ว่าเชื้อไฟที่ใช้ปลุกเร้านั่นเล่ากลับชิงอ่อนแรงลงไปเสียก่อน

ฝ่ามือคู่นั้นของบอยทั้งบีบทั้งเคล้นไปทั่วร่างอย่างดิบเถื่อนรุนแรงจนเมย์เสียวสะท้านแปลบปลาบไปทั่วทั้งตัว เด็กสาว
ใกล้จะถึงสวรรค์ด้วยปลายนิ้วของเขาอยู่รอมร่อ แต่ชายคนนั้นกลับหยุดนิ้วที่กำลังเกี่ยวเบ็ดยิก ๆ แล้วเอื้อมมาขยำสอง
เต้าของเธออย่างแรงเหมือนตั้งใจจะบีบให้แตกคามือ พร้อม ๆ กับกระเด้าเอวซอยยิก ๆ กับร่องก้นของเธอครู่ใหญ่ ก่อน
จะส่งเสียงร้องครางออกมาดังลั่น แล้วปลดปล่อยเอาน้ำกามอันร้อนฉ่าแตกละเลงจนเต็มร่องก้นและท่อนขาของเธอ

เมย์ เด็กนักเรียนสาวสวยวัยเพียงสิบสี่ปี ได้แต่เพียงยืนงุนงงอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกงุนงง ใบหน้าสวยใส
จิ้มลิ้มแดงก่ำด้วยอารมณ์สวาทที่กำลังอัดแน่นค้างเติ่งอยู่เต็มร่าง วินาทีนั้นเธอแทบอยากจะเอ่ยปากร้องขอวิงวอนให้ชาย
แปลกหน้าคนนี้ช่วยนำพาเธอไปให้ถึงฝั่งฝันที่อยู่แค่เอื้อมให้หน่อย แต่ด้วยความใสบริสุทธ์ของเด็กสาว เธอจึงไม่กล้าเอื้อน
เอ่ยความต้องการอันดำมืดในใจนั้นออกมาให้ชายแปลกหน้าคนนั้นได้รับรู้

“อยากให้ทำต่อมั้ย ?”

บอย กระซิบถามเบา ๆ ที่ข้างใบหูของเด็กสาวขณะที่ตัวเองกำลังหอบกระเส่าด้วยเพิ่งน้ำแตกใส่ก้นเด็กสาวแสนสวยน่ารัก
เหมือนนางฟ้าตัวน้อยคนนี้ไปหนึ่งดอก ความตั้งใจที่เพียงต้องการทำให้เด็กสาวสงบลงแล้วอธิบายเรื่องราวผิดพลาดที่เกิด
ขึ้นดูจะหายไปจากสมองเสียแล้ว เพราะว่าเสน่ห์ของเด็กสาวตัวน้อยยิ่งได้ใกล้ชิดสัมผัสก็ยิ่งมากล้นจนทนไม่ไหว อีกทั้ง
กิริยาที่เด็กสาวเอื้อมมือมาจับความเป็นชายของเขา ก็โดนแปลความไปว่าเด็กสาวกำลังมีอารมณ์ร่วมอย่างมากมาย ยิ่ง
เขามาเสร็จก่อนโดยที่เธอยังไม่เสร็จแบบนี้ หมาป่าหนุ่มมากประสบการณ์มองหน้าของเธอปราดเดียว ก็รู้แล้ว ว่าเด็กสาว
กำลังอยากได้อยากโดนมากขนาดไหน

“………”

เมย์ อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดตอบคำถามอันน่าหวาดหวั่นนั้นอย่างไร หากเธอตอบว่าไม่ โจรสวาทอย่างเขาจะปล่อยเธอไปเฉย ๆ หรือ
หรือหากตอบว่าให้ทำต่อจนเธอสำเร็จความใคร่เธอจะเป็นเช่นไรต่อไป เธอจะต้องเสียตัวให้กับผู้ชายคนอื่นนอกจากพี่ชาย
สุดที่รักอย่างงั้นหรือ เด็กสาวที่โดนกางเกงในยัดอยู่ในปากตั้งใจจะส่ายหน้าปฎิเสธ แต่ร่างกายอันร้อนรุ่มที่เปี่ยมไปด้วย
ความใคร่กลับปฎิเสธความคิดนั้น เด็กสาวจึงได้แต่เพียงนิ่งอึ้งอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มเช่นนั้น

“งั้นพี่ขอนะ”

บอย กระซิบใส่ใบหูของเด็กสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ชายหนุ่มแปลความหมายในท่าทีของเด็กสาวตามฉบับของชายมาก
รักได้ว่าเด็กสาวพร้อมแล้วสำหรับการเสพสมอย่างแท้จริง เขาจับเด็กสาวหมุนตัวหันหน้าเข้าหาตัวเอง ก่อนเพ่งตามองความ
สวยงามอันแสนละลานตาของนางฟ้าหน้ามัธยม นมมหาลัยคนนี้ แก้มของเธอแดงเปล่งปลั่ง เหงื่อซึมไปทั่วทั้งเรือนร่างที่เกือบ
จะเปลือยเปล่าชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับมือไปรูดเอาเสื้อนักเรียนที่สวมทับอยู่บนร่างแบบไม่มีกระดุมออกไปอย่างง่ายดายก่อนหอบ
หายใจแรงอย่างหื่นกระหายไปกับความขาวเนียนของเรือนร่างที่สวยสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยพบเจอ

ท่อนเอ็นที่เพิ่งจะระเบิดน้ำกามไปหนึ่งครั้งกำลังแข็งตัวเด้งชี้เด่ไปยังเด็กสาวแสนสวยทันทีที่เสื้อผ้าและกางเกงของบอยโดน
ปลดเปลื้องออก สายตาอันหื่นกระหายของชายหนุ่มจับจ้องมองสองเต้านมขนาดโอฬาร และโคกสวาทที่นูนเด่นสลับไปมา
อย่างไม่วางตา ในขณะที่เด็กสาวตัวน้อยก็มองดูเจ้าท่อนเอ็นขนาดใหญ่พอประมาณด้วยเนื้อตัวอันสั่นระริก เธอถอยหนีไป
หนึ่งก้าวเมื่อได้เห็นร่างเปลือยของชายหนุ่มแบบเต็มตา แต่เพียงเท่านั้นแผ่นหลังของเด็กสาวก็ชนเข้ากับผนังห้องน้ำอันคับ
แคบจนไม่มีพื้นที่ให้ถอยหนีเสียแล้ว

“สวยจัง สวยยังกะนางฟ้าแน่ะ ขอพี่ดูดนมหน่อยนะ”

ชายหนุ่มพูดพึมพำไปกับความสวยงามละลานตาของสองเต้าที่มีขนาดใหญ่ล้นเกินวัย ก่อนเอื้อมมือไปคว้าขยำเคล้นคลึง
จากทางด้านหน้าโดยไม่สนใจรอคำอณุญาติจากเด็กสาวตัวน้อย

“ ............ อือออ ออืมมมมมมม”

เมย์ ได้ยินคำถามก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี แต่กระนั้นเธอก็ไม่ต้องคิดตอบให้เสียเวลา เพราะว่าเพียงพริบตาเธอก็เสียวแปล๊บ
จนต้องแอ่นหน้าอกอวบรับกับฝ่ามือของชายแปลกหน้าคนนี้เข้าเสียแล้ว

บอยหายใจฟืดฟาดหนักหน่วงด้วยร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว เมื่อครู่ที่ได้บีบสัมผัสสองเต้าจากทางด้านหลังก็เรื่องหนึ่ง แต่พอได้มา
บีบสัมผัสด้านหน้าแบบนี้กลับได้อารมณ์กระสันไปอีกแบบ เพราะสามารถมองเห็นเนื้อนมแน่นเปรี๊ยะที่พลิกปลิ้นไปตามแรงบีบ
ของเขาได้อย่างชัดแจ้ง อีกทั้งยังได้เห็นใบหน้าสวยหวาน และดวงตาอันฉ่ำเยิ้มเย้ายวนของเด็กสาวผู้นี้แบบเต็มตาเสียด้วย

“อืออออออ อืมมมมมมมมมมมมมมม”

เด็กสาวร้องครางอย่างกระสันรัญจวญ เมื่อชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาลงไปอ้าปากงับแล้วดูดความหอมหวานจากสองเต้าของตน
อีกทั้งยังใช้สองมือบีบขยี้ตะปบโปมไปทั่วด้วยกิริยาอันหื่นกระหายจนเธอขนลุกซู่สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความเสียวที่แปลบปลาบ
ตรงทรวงอกทำเอาเด็กสาววัยเจริญพันธ์ถึงกับอดรนทนไม่ไหวต้องเอื้อมมือไปจิกกดศรีษะของชายหนุ่มให้เข้าหาตัวเองพร้อมกับ
แอ่นหน้าอกอวบเข้ารับการบีบขยี้อันแสนหฤหรรษ์

“ซี้ดดดสสสส อืออออออ อืมมมมมมมมมม”

เมย์ แหงนหน้าเริ่ด กัดเม้มปากตัวเองไปกับความเสียวอันแสนสุขที่แม้จะไม่เทียมเท่ากับรสรักของพี่ชาย แต่กระนั้นมันก็เพียงพอ
ที่จะทำให้เด็กสาวอย่างเธอเริ่มรู้สึกสับสนอยากร่วมรักกับชายหนุ่มคนนี้เข้าเสียแล้ว นาทีนี้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคล้ายกำลังตบตี
กันอยู่ภายในจนตัดสินใจไม่ถูก เธอยอมรับว่าเธออยากรับสัมผัสความเสียวให้มากกว่านี้ อยากโดนผู้ชายสักคนสัมผัสเนื้อตัวมอบ
ความรัก ยัดเยียดความใคร่ให้มากกว่านี้ เธอก็จะได้ระบายความต้องการที่อัดอั้นอันล้นปรี่ออกมาเสียที แต่กระนั้นอีกใจหนึ่งเล่า
เธอก็อยากให้เธอเป็นของพี่ชายสุดที่รักของเธอเพียงคนเดียว

“อืออออออ อืมมมมมมมมม ซี้ดดดสสส”

เด็กสาวสะบัดหน้าเริ่ดเมื่อโดนเขาเม้มกัดที่ปลายถัน ความรู้สึกเสียวแปลบแล่นวูบจู่โจมไปถึงสมองจนทำให้รู้สึกมึนงงขึ้นมาอีกครั้ง
ร่างที่อวบอัดเกินวัยจึงเริ่มส่ายสะบัดโยกไหวไปมา โคกสวาทอันเปียกชุ่มเด้งร่อนขยับจนชนสัมผัสเข้ากับปลายท่อนเอ็นที่อยู่ด้านหน้า
คล้ายจะยั่วเย้าชายหนุ่มด้วยกิริยาอันร้อนร่าน

หนุ่มมากประสบการณ์อย่างบอยรับรู้ได้ทันทีว่าประตูสวรรค์พร้อมจะอ้ารับความเป็นชายของเขาแล้ว ชายหนุ่มพลันยืดตัวขึ้นปล่อย
ปากละออกจากสองเต้าอันแสนหอมหวาน แล้วแนบร่างเข้าไปชิดกับเด็กสาว มือข้างหนึ่งเอื้อมลงไปคว้าท่อนขาของเด็กสาวมาไขว้
พาดที่สะโพกของตน ก่อนค่อย ๆ ใช้อีกมือเล็งจับเอาท่อนเอ็นที่แข็งตัวจนใกล้ระเบิดใส่เข้าไปในร่องอันแสนคับแคบของเด็กสาว

แรงกดที่ตรงกลางกลีบกุหลาบสร้างความเสียววาบให้กับเด็กสาวจนร่างสั่นสะท้าน ความต้องการอันดำมืดผลักให้เธอแอ่นสะโพก
ส่ายร่อนเข้าหาความเป็นชายของเขาอย่างร้อนร่าน เมย์ สูดปากซี้ดให้กับสัมผัสอันแสนหฤหรรษ์เมื่อส่วนที่บานร่าของเจ้าสิ่งนั้นชน
กึกเข้ากับกลีบกุหลาบ ความเสียวแปลบปลาบแล่นแปล๊บไปทั่วร่างจนเธอกอดรัดร่างของชายแปลกหน้าที่กำลังจะได้กลายเป็นผู้ชาย
คนที่สองของเธออย่างสมบูรณ์เอาไว้จนแน่น

เรือนร่างอันร้อนผ่าวที่เปี่ยมไปด้วยราคะคล้ายจะยอมรับผู้ชายคนนี้ให้หลอมรวมร่วมรักเป็นหนึ่งเดียว แต่กระนั้นในห้วงแห่งกระแส
ความใคร่อันดำมืด เด็กสาวกลับเห็นใบหน้าของพี่ชายวูบขึ้นมาในหัวสมอง และวินาทีถัดจากนั้นแม้ว่าร่างกายจะสุขเสียวไปกับ
ความกระสันด้วยน้ำมือชายแปลกหน้าคนนี้มากเพียงใด แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบในอกจนหยาดน้ำตาไหลพรากเอ่อออกมาจากสอง
ตาของเด็กสาวอย่างไม่อาจยั้งอยู่

บอย นั้นกำลังหน้ามืดตามัวไปกับเรือนร่างของเด็กสาวอย่างที่สุด ในหัวสมองสัมผัสได้แต่เพียงความคับแน่นของร่องสวาทอันฟิตแน่น
ที่กำลงบีบรัดส่วนปลายท่อนเอ็น ชายหนุ่มที่เคยมีประสบการณ์กับเด็กสาวตัวน้อยมาบ้างพยายามที่จะไม่เร่งรีบจนเกินไป แต่กระนั้น
ความตื่นเต้นที่จะได้เสพสมกับนางฟ้าตัวน้อยกลับผลักดันให้อารมณ์พลุ่งพล่านจนรู้สึกอยากกดความเป็นชายเข้าไปในร่างของเธอ
แบบพรวดเดียวเสียให้รู้แล้วรู้รอด

ชายหนุ่มอารมณ์กลัดมันพยายามข่มกลั้นใจค่อย ๆ ดันเอวไปเบื้องหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่สองมือก็ลูบไล้บีบขยำแก้มก้นและท่อนขา
อันขาวอวบของเด็กสาวไปพลางอย่างมันส์สะใจในอารมณ์ เนื้อตัวของนางฟ้าตัวน้อยคนนี้ช่างเนียนนิ่มเต่งตึงน่าบีมสัมผัสอย่างที่
สุด ขนาดนำไปเปรียบเทียบกับแพรที่เป็นนางแบบสาวดาวรุ่ง ที่ผู้ชายค่อนประเทศอยากฟัน แต่หากนำมาเทียบกับเด็กสาวผู้นี้แล้ว
บอยกลับรู้สึกว่าเสน่ห์ของเด็กสาวคนนี้กลับเร้าใจกว่ามากนัก

ด้วยยังอ่อนเยาว์เด็กสาวอาจจะมีร่างกายเล็กกว่าอยู่บ้าง แต่กระนั้นอะไร ๆ ในร่างของเธอกลับไม่เล็กเลยหากเทียบเป็นสัดส่วน
สองเต้าที่เต่งแน่นล้นมือก็ทั้งนิ่มทั้งแน่นจนแทบไม่อยากเลิกสัมผัส ผิวกาย เนื้อตัวก็หอมหวานน่ากินไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว บอย
จึงรู้สึกคล้ายตัวเองกำลังจะได้ทำตามความฝันที่จะหาแฟนสวยเหมือนนางฟ้าสักคนแล้วมีอะไรกับเธอทุกวัน และความฝันที่
ว่าก็กำลังจะเป็นจริงแล้วขอแค่เขาสามารถนำพาแก่นกายหยั่งรากลึกเข้าไปในร่างของเด็กสาวผู้นี้ให้มิดลำก็เพียงพอ แต่กระนั้น
อะไรบางอย่างก็ทำให้เขาถึงกับหยุดชะงักการเคลื่อนไหว และสิ่งนั้นก็คือน้ำตาของเด็กสาวกำลังไหลอาบลงไปสองแก้มแล้วเปียก
ชุ่มอยู่บนแผงหน้าอกของเขา

บอย ที่กำลังหน้ามืดตามัวมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ นางฟ้าตัวน้อยกอดคอเขาเอาไว้จนแน่น ส่งเสียงร้องครวญคราง
อย่างมีความสุข อีกทั้งยังเด้งสะโพกร่อนยุกยิกอ้าขาเปิดรับท่อนเอ็นของเขาอยู่แท้ ๆ แล้วเหตใดจึงต้องร้องไห้ด้วยดวงตาอัน
แสนโศกเศร้าเสียใจแบบนี้ ความรู้สึกวูบหนึ่งนั้นชายหนุ่มคิดจะหยุดยั้งอารมณ์ตน แต่ความหื่นกระหายกลับมากมายคล้าย
ช้างป่าสักฝูงที่ไม่อาจฉุดรั้งไหว บอยหลับหูหลับตากระเด้ากดเอวแรง ๆ หนึ่งครั้ง จนร่างบางของอีกฝ่ายกระตุกพร้อมกับเสียง
ร้องครางอย่างสุขสันต์ และแม้จะลึกเพียงแค่ปลายเล็บ แต่บัดนี้ส่วนขยักของปลายหัวที่บานร่าก็ได้มุดแหวกร่องรูอันคับแน่น
เข้าไปได้สำเร็จเสียที

บอย หยุดบั้นเอวดื่มดำกับสัมผัสอันซาบซ่านที่ตอดตุบกับท่อนเอ็น ก่อนก้มหน้าก้มตาลงไปดูดดุนสองเต้าของเด็กสาวด้วยชิวหา
อันร้ายกาจ ซึ่งเด็กสาวตัวน้อยแอ่นอกร้องครวญครางเปิดทางให้เขาเสพสมกับเรือนร่างของเธอโดยมิได้ขัดขืน ซึ่งมองอย่างไรเด็ก
สาวก็ควรจะกำลังมีความสุขไปกับลีลารักอันแสนร้ายกาจของเขา แต่กระนั้นเหตใด น้ำตาของเด็กสาวจึงยิ่งมายิ่งมาก ชายหนุ่ม
ยิ่งรู้สึกสับสน แต่ก็พยายามสะบัดหัวสะลัดความคิดที่จะหยุดออกไป เพราะโอกาสที่จะได้เสพกามกับเด็กสาวที่สวยน่ารักสดใส
ดั่งนางฟ้าเช่นนี้ใช่ว่าจะหาได้อีกแล้วในชีวิต เขาหลับหูหลับตาแอ่นเอวเกร็งตัวตั้งใจจะดันแก่นกายที่เสียบค้างอยู่ในร่องหลืบ
ให้กดเข้ามิดด้ามเสียทีเดียวให้หมดเรื่องหมดราว แต่กลับกลายเป็นว่าร่างกายของเขากลับหยุดนิ่งไม่อาจขยับเคลื่อนไหวไป
เบื้องหน้าได้อีกแม้แต่นิดเดียว

จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มก็ทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนค่อย ๆ ดันตัวถอดถอนแก่นกายออกมาจากร่อง
สวาทของเด็กสาวด้วยความรู้สึกฝืนใจตัวเองอย่างที่สุด เขาประคองเด็กสาวที่สองแก้มอาบไปด้วยน้ำตาให้ยืนพิงกับผนังห้อง
น้ำจนมั่นคงพอ ก่อนรีบสะบัดตัวหันหลังให้กับเด็กสาว แล้วหยิบเอาชุดนักเรียนที่แขวนอยู่ตรงประตูห้องให้เธอ พร้อมพูดออก
มาด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งรันทดเป็นการปิดฉากเกมกามนี้ว่า

“เอ้ารีบใส่เสื้อผ้าซะก่อน แล้วก็ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ผมขอโทษ ผมรับรองว่าจะไม่มีอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว”

เมย์ รับฟังถ้อยคำอีกฝ่ายด้วยหัวสมองที่มึนงง แม้จะรู้สึกคั่งค้างที่ไม่ได้ระบายความใคร่ให้เสร็จสม แต่กระนั้นเธอก็รู้สึก
โล่งใจอย่างประหลาดที่ไม่พลาดท่าเสียทีให้กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ชายตน อีกทั้งขอเพียงแค่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีกก็ดีที่สุด
แล้ว เธอจึงผงกหัวน้อย ๆ ขณะยื่นมือไปรับเสื้อผ้ามาแล้วรีบหันหลังให้ เร่งสวมใส่เสื้อผ้าของตน โดยไม่รู้เลยว่าเหตการณ์
ทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้ดวงตาสีเขียววาวของรักยมที่กำลังลอยตัวยิ้มอย่างพออกพอใจอยู่ที่บนผนังห้องน้ำ

..........................................................................................

น้องสาวสุดสวยของตัวเองเกือบจะโดนข่มขืนอยู่รอมร่อ แต่เอกที่อยู่ห่างเพียงอีกฟากของประตูห้องน้ำกลับไม่ได้รับรู้เรื่อง
ราวอะไรเลย เพราะกำลังสนุกสนานอยู่กับเรือนร่างของแพรนางแบบสาวที่กำลังนอนหอบหายใจระทดระทวยอยู่ที่ด้านนอก
ท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ยักษ์กระแทกใส่ร่างของแพรรอบแล้วรอบเล่าอย่างเมามันในอารมณ์จนเสียงเนื้อกระท

LAMBERG:
ท่อนเอ็นดุ้นใหญ่ยักษ์กระแทกใส่ร่างของแพรรอบแล้วรอบเล่าอย่างเมามันในอารมณ์จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ป้าบ ป้าบ
แว่วดังถี่ยิบ

แพร ที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงขมวดคิ้วหลับตาปี๋ขณะยืนโก้งโค้งซบหน้าลงบนพื้นห้องน้ำในท่าหมาคลานสี่ขา ใบหน้าของนางแบบสาว
บิดเบี้ยวเหยเก อ้าปากเหวอน้ำลายไหลย้อยออกมาเป็นทาง ขณะส่งเสียงร้องครวญครางออกมาดังลั่น เรือนร่างงามคล้ายไม่มี
ส่วนใดเลยที่ไม่โดนสิ่งนั้นบีบขยี้ และโดยเฉพาะที่สองเต้าของเธอนั้น บัดนี้มีแต่รอยนิ้วรอยกัดเต็มไปหมด แม้แต่เวลานี้สองเต้า
อวบที่หนุ่ม ๆ ค่อนประเทศคลั่งไคล้ก็ยังคงโดนเขาบีบคลึงอย่างมันมือแบบไม่มีที่ท่าว่ายอมปล่อยให้ได้พักเลยสักเสี้ยววินาที

สาวสวยโดนความเสียวกระสันเล่นงานรอบแล้วรอบเล่าเสียจนหัวสมองมึนงง เธอคล้ายลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ากำลังโดนอะไรสัก
อย่างที่มองไม่เห็นปลุกปล้ำ ในหัวสมองเพียงรู้สึกว่าตัวเองกำลังร่วมรักอยู่กับชายหนุ่มหล่อล่ำสักคนที่แสนเก่งกาจขนาดที่ไม่
เคยพบไม่เคยเจอมาก่อน และหากสาวสวยโสดอย่างเธอจะหาแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคนแล้วล่ะก็ เธอก็อยากจะหาผู้ชายที่
สามารถพาเธอขึ้นสวรรค์ได้นับสิบรอบในค่ำคืนเดียวแบบเจ้าสิ่งนี้นี่แหละ

“ซี้ดดดสสส โอ๊ววววววววววววววว อะ โอออวววววววววว สะ เสร็จอีกแล้ว อูวสสสสส อืม ”

แพร หวีดร้องออกมาเสียงดังอีกครั้ง พร้อมกับอาการกระตุกเฮือก ๆ อย่างรุนแรงรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ และก็เช่นที่ผ่าน เจ้าสิ่งนั้น
ไม่ยอมปล่อยให้เธอหยุดพักเอาเสียเลย คราวนี้เธอโดนจับพลิกตัวให้นอนหงายอยู่บนพื้นห้องน้ำอันสกปรกเลอะเทอะ จากนั้น
สองขาก็โดนจับให้อ้าถ่างออก แล้วตามมาด้วยท่อนเอ็นล่องหนอันยาวยักษ์ที่เสียบแหวกทะลวงเข้ามาในร่องหลืบของเธอจน
สุดลำ จากนั้นก็ตามด้วยการกดกระเด้ากระแทกใส่รูสวาทของเธออย่างเมามันจนเสียงดัง ป้าบ ป้าบ อีกครั้ง

“โอววววว ซี้ดดดสสสสส อูวววววว เสียววววววจะขาดใจ แต่สะใจสุด ๆ เลย ผัวจ๋า ซี้ดดดสสสส”

แพร แอ่นกระดกสะโพกโยกเอว พลางโอบแขนกอดรัดร่างกำยำที่ทาบทับอยู่อย่างร้อนร่าน แม้จะมองไม่เห็นร่างกายแต่เท่าที่
สองมือได้ลูบไล้สัมผัสก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายมีร่างกายแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อสมส่วนมิใช่น้อย แถมยังมีพละกำลังแข็งแรงและ
ถึกทนแบบสุด ๆ จนเธออดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าสิ่งนั้นที่เธอติดใจจนเรียกเป็นผัวจะเสร็จสมเป็นบ้างหรือเปล่า

ขณะที่สงสัยก็พลันรู้สึกเหมือนโดนประกบปากจูบ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันร้อนผ่าวที่ราดรด สัมผัสได้ถึงริมฝีปากที่อ้างับ
สัมผัสได้ถึงเรียวลิ้นที่แหย่ปราดฉวัดเฉวียนเข้ามาในโพรงปากของตน สาวสวยแม้มองไม่เห็นแต่ก็หลับตาพริ้มใช้จินตนาการ
ตวัดลิ้นรับลีลาชิวหาที่แสนจะเก่งกาจของอีกฝ่ายสุดฝีมือ ก่อนจะพบว่าลีลาจูบของสาวร้อนอย่างตนนั้นช่างอ่อนด้อยเสียเหลือ
เกินเมื่อเทียบกับเขา เพราะโดนลิ้นของเขาทั้งรุกทั้งไล่ไปทั้งโพรงปากจนวาบหวิวสยิวในอารมณ์ยิ่งกว่าจูบครั้งไหน ๆ

คำถามที่ว่าเจ้าสิ่งนั้นเสร็จสมเป็นหรือเปล่าเหมือนจะใกล้ได้คำตอบ แพร เริ่มสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่หนักหน่วงและถี่เร็วของ
อีกฝ่าย และพร้อมกันนั้นเขาก็เร่งความเร็วกระเด้าเอวเข้าใส่ร่างของเธออย่างถี่ยิบ หนักหน่วงขึ้น รุนแรงขึ้น รวดเร็วขึ้น ซึ่งนั่น
เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอารมณ์ของอีกฝ่ายกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด

แพร รู้สึกตื่นเต้นจนสะกดอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ รู้สึกคล้ายต้องการได้รับน้ำกามของอีกฝ่ายมากมายเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกหล้า
เธฮโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นขณะเร่งเรียวลิ้นจูบพัวพันกับเขาอย่างสุดฝีมือ สองมือนุ่มนิ่มลูบไล้บีบสัมผัสไปทั่วแผ่นหลังอันแข็ง
แกร่ง พร้อมกับรีดเร้นเรี่ยวแรงมากระดกสะโพกโยกกลีบกุหลาบเด้งเป็นจังหวะเข้าหาการกระเด้าเอวที่เร็วจี๋ของเขา

สาวสวยพยายามอย่างยิ่งที่จะทานทนความเสียวมิให้เสร็จก่อนเขา แต่กระนั้นเธอก็กลับทนไม่ไหวชิงเสร็จไปก่อนอีกครั้ง เธอหวีด
ร้องอืออาในลำคอออกมาอีกครั้งเพราะโดนเขาจูบอยู่ และเมื่อเธอเสร็จแต่เขาไม่เสร็จ เขาก็ถอนจูบออกจากปากของเธอ จากนั้น
สองขาของเธอก็โดนจับพาดอยู่บนไหล่ของเขา แล้วก็ตามมาด้วยความเสียวแปลบที่โดนบีบขยำนม และโดนอัดกระแทกอย่างถี่
ยิบรุนแรงกว่าเดิม

แพร สั่นสะท้านระริกแทบจะสลบเหมือดไปกับสุดยอดแห่งความหฤหรรษ์ ที่โดนเขากระแทกซ้ายทีขวาที ท่อนเอ็นดุ้นใหญ่แหย่
แยงสลับครูดคราดกับร่องหลืบด้านโน้นทีด้านนี้ทีจนร่องสวาทของเธอแทบจะลุกเป็นไฟ เต้านมของเธอก็โดนบีบขยี้อย่างแรงจน
เธอทั้งเจ็บทั้งเสียว แพรหวีดร้องออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบจะไม่มีเสียงให้กรีดร้อง

อึดใจต่อมา ฝันของนางแบบสาวก็กลายเป็นจริง เจ้าสิ่งนั้นลดความเร็วลง แล้วหันมากระแทกใส่ร่างของเธอแบบหนัก ๆ เน้น ๆ
อีกเพียงไม่ถึงสิบครั้ง เธอก็สัมผัสได้ถึงการสั่นกระตุกของสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในร่อง พร้อมกับสัมผัสได้ถึงของเหลวอันร้อนผ่าวที่
ระเบิดทะลักเข้าไปด้านในโพรงสวาทของเธอ

เขาคนนั้นกดเอวฝังรากลึกเข้าไปในตัวเธอพร้อมกับก้มหน้าลงมาบดขยี้จูบกับริมฝีปากสีแดงสดของเธออย่างเมามัน และแพร
ก็ตัวเกร็งเสร็จไปอีกครั้งขณะที่สายธารแห่งความใคร่ไหลรินเข้าไปในร่างของเธอ สาวสวยรู้สึกได้ถึงความสุขอันมากล้นที่ทะลัก
เข้ามาในร่างอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันคล้ายกับว่าร่างกายของเธอถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้รองรับกับน้ำแห่งความใคร่ของเขา
คนนี้โดยเฉพาะ และต่อให้มีอะไรกับใครคนอื่นอีก เธอก็ไม่มีทางที่จะสุขสมเช่นนี้ได้อีกแล้ว

เสียงหอบฮั่กของแพรดังสลับกับเสียงดูดปากจ๊วบ ๆ อันร้อนเร่าและยาวนาน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอบดจูบกับคนอื่นนานขนาดนี้
และนี่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่รสจูบมันช่างหอมหวานเร้าอารมณ์เสียจนเธอต้องกอดเขาเอาไว้จนแน่นด้วยไม่อยากให้เขาถอน
จูบออกไป กระนั้นสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายรั้งตัวขึ้นไปจนเธอต้องพยายามยกหัวขึ้นตามไปจูบกับเขาอีกครั้ง แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่
หดหายจนแทบสลบเหมือดทำให้นางแบบสาวได้เพียงยกหัวขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะปล่อยตัวลงไปนอนเช่นเดิม ด้วยดวงตาที่
หนักอึ้งใกล้จะสลบเหมือดเต็มที

“เดี๋ยว ... เราจะเจอกันอีกมั้ย ... นาย ... เอ่อ ... คุณจะมาหาแพรอีกมั้ย ... “

แพร รีดเร้นพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อพูดสิ่งที่ผุดมาจากก้นบึ้งแห่งหัวใจ สิ่งนั้นเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้เธอกลับมีจิตพิศวาท
เข้าเสียแล้ว และเมื่อรู้สึกว่าตัวเธอกำลังจะสลบ และทุกอย่างกำลังจะจบ เจ้าสิ่งนั้นก็อาจจะเลือนหายไปโดยที่ไม่ได้พบเจอ
กันอีก เธอจึงพยายามรั้งสติตัวเองเอาไว้ให้ยาวนานที่สุด และก็เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงพูดของอีกฝ่าย ที่ฟังดูแหบพร่าอย่าง
แปลก ๆ ก่อนที่เธอจะสลบเหมือดลงไป

“ผู้ชายคนนั้น ... เอก ... หากเจ้าสามารถสรรหาสาวงามไปสนองใคร่ให้แก่มันได้ครบเจ็ดนาง วันนั้นข้าจะกลับมาหาเจ้าอีก”

เอก ยิ้มอย่างสุขสมหลังจากแกล้งดัดเสียงพูดสร้างเรื่องหลอกแพรที่เพิ่งจะสลบหลับผลอยไปแล้ว ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอดถอน
บั้นเอวดึงแก่นกายที่หยั่งลึกเข้าไปในร่างของนางแบบสาวออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยยังอยากดื่มด่ำแรงตอดกระชับของร่องสวาท
ที่ยังดูดตอดไม่หยุด และเมื่อแก่นกายหลุดผลอยออกมาจนหมดเขาก็เห็นน้ำกามสีขาวข้นไหลทะลักออกมาจากร่องสวาทจน
เจิ่งนองเต็มพื้น

ชายหนุ่มหลับตาซึมซาบความรู้สึกสุดยอดที่เพิ่งผ่านไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มนต์ที่เรียกว่าดุ้นลงอาคมเป็นครั้งแรก อาคมนี้
จะต่างกับอาคมมหาเสน่ห์ที่เพียงแค่กระตุ้นเร้าอารมณ์ทางเพศ แต่ดุ้นอาคมนี้จะกระตุ้นสัมผัสทางเพศขึ้นจนถึงขีดสุด แถม
ยังสามารถทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดเร็วขึ้น แถมยังทำให้อยู่ในช่วงสำเร็จความใคร่ได้ยาวนานขึ้น แพรก็เลยโดนเขากระตุ้น
จนเสร็จไปเกือบยี่สิบรอบในเวลาสั้น ๆ ซึ่งดูไปแล้วผลลัพธ์ของมันก็สุดยอดมาก ๆ จนรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เก็บไว้ใช้กับน้อง
หญิงสุดที่รักเป็นคนแรก

“โอยย ... เจ้าหักโหมเสียจนร่างนี้อ่อนเปลี้ยแทบมิอาจกระดุกกระดิกได้เลยหรือนี่ ... ตรงนี้ก็โดนจนระบมไปหมด ซี้ดดสสส
ข้าแทบจะประคองร่างนี้ให้ลุกขึ้นยืนไม่ไหวเชียวแน่ะ”

น่าแปลกที่ร่างของนางแบบผิวสีน้ำผึ้งที่สมควรจะสลบเหมือดไปแล้วกลับสามารถลุกขึ้นยืนได้ หากกระนั้นสองขาอันเพรียว
ยาวก็ไม่อาจจะหุบแนบเข้าหากันได้ อีกทั้งยังสั่นสะท้านระริก ๆ จนมิอาจจะยืนหยัดตัวเองให้ยืนอยู่ไหว แต่ยังดีที่เอกในสภาพ
ล่องหนรีบโผเข้ามาประคองร่างนั้นเอาไว้ได้ทันก่อนจะล้มลงไป

“แน่ะพี่แก้ว เดี๋ยวนี้เห็นใครสลบหน่อยนึง เป็นต้องรีบแอบเข้ามาสิงร่างเชียวนะ … แต่ปล่อยให้แพรได้พักเถอะ โดนจนหุบ
ขาไม่ลงแล้ว คงทำต่อไม่ไหวหรอก พี่แก้วรอโอกาสหน้าล่ะกันนะ”

“ใครบอกเจ้ากันว่าไม่ไหว ฮึ ด้านหน้าปวดระบมก็จริง แต่ด้านหลังเล่า รูนี้ยังฟิตแน่นเหมือนมิเคยผ่านชายใดมาก่อนเลย
เจ้ามิสนใจหรอกหรือ คิก คิก”

ร่างของแพรที่ถูกนางตะเคียนสิงสู่หัวเราะคิกคัก พลางยิ้มอย่างยั่วยวน แล้วหมุนตัวยืนหันหลังให้เอก แล้วก้มหน้าโก้งโค้ง
ตัวลงแนบกับอ่างล่างหน้า จนสะโพกงามงอนโด่งลอยเด่นไหวอยู่ในอากาศ จากนั้นก็เอื้อมมือทั้งสองข้างไปข้างหลังแล้ว
ทำการแหวกแก้มก้นเนื้อแน่นทั้งสองข้างออกจนเอกมองเห็นรูก้นเล็ก ๆ ที่กำลังขมิบเบา ๆ ได้อย่างเต็มตา

“จะเอาแต่มองหรือไร จงเร่งเอาดุ้นลงอาคมใส่เข้ามาเสียที ข้าอยากรู้จะแย่ ว่ารสชาติของมันจะสุขสะท้านได้เพียงไร”

นางตะเคียนบังคับร่างอันสะโอดสะองค์ของแพรให้ส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปมา พร้อมด้วยส่งแววตาอันหวานฉ่ำเพื่อยั่วยวน
และเธอก็ไม่ผิดหวังแม้แต่น้อย เพราะเพียงครู่เดียวเอกก็ขยับมาจับบั้นเอวเอาไว้พร้อมกับค่อย ๆ ดันเอาท่อนเอ็นที่มี
กระแสมนตราสีดำมืดเสือกไสเข้าไปในรูก้นอันคับแน่นของนางแบบสาว ทำเอานางตะเคียนถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยว
เหยเกสะบัดหน้าเริ่ดไปมาให้กับความเสียวซ่านอันแสนหฤหรรษ์ และเมื่อเอกเริ่มขยับเอวกระเด้าเข้าใส่ เสียงหวีด
ร้องครวญครางอันสุขเสียวก็แว่วหวานกังวาลขึ้นมาอีกครา

..........................................................................................

เมย์ ที่สวมใส่เสื้อและกระโปรงนักเรียนเรียบร้อย ใบหน้าร้อนวูบเมื่อได้ฟังเรื่องราวการเข้าใจผิดอย่างร้ายกาจจาก
ปากชายหนุ่ม และมีหลักฐานคือข้อความในโทรศัพท์มือถือช่วยยืนยันอีกแรง ตอนนี้เธอจึงเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่
ได้เป็นโจรปล้นสวาทอย่างที่เธอเข้าใจ และที่ทำให้เธอเชื่อมากที่สุดก็คงเป็นเพราะเขามีโอกาสจะทำอะไรกับเธอ
แล้ว แต่เขากลับเป็นฝ่ายยอมหยุดเอง แต่กระนั้นเธอก็ยังคงเคอะเขินไม่กล้ามองสบตากับผู้ชายที่ชื่อบอยคนนี้
ตรง ๆ เสียที

“เรื่องราวมันก็เป็นอย่างงี้ล่ะครับ น้องเมย์เชื่อพี่บอยนะ พี่บอยขอโทษ พี่เข้ามาผิดห้องจริง ๆ”

บอย ที่สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน พยายามพูดอธิบายเรื่องราว แต่สายตากลับยังคงแอบมองยกทรงและ
กางเกงในที่วางทิ้งไว้บนโถส้วมเพราะเปียกจนใส่ไม่ได้ สายตาแวววาวที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการจึงอดไม่ได้ต้อง
แอบลอบมองสองเต้าอวบกลม และปลายถันที่ชูชันดันเสื้อนักเรียนออกมาเป็นเม็ด ซึ่งขณะอธิบายไปภายในใจก็
ลอบด่าตัวเองที่โง่ยอมปล่อยนางฟ้าตัวน้อยให้หลุดมือไปเสียง่าย ๆ

“ค่ะ เมย์เข้าใจแล้วค่ะ ... เอาเป็นว่าเรื่องราวในนี้ไม่เคยเกิดขึ้นนะคะ เดี๋ยวพอไม่มีคน พี่บอยก็ออกไปก่อน แล้วเมย์
ค่อยออกไปเราสองคนจะลืมเรื่องนี้ แค่นี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย”

เมย์ พูดไปก็หน้าแดงไป เพราะแอบเหลือบไปเห็นสายตาหื่นกระหายของบอยเข้า อีกทั้งพอก้มหน้าลงมาก็เห็นเป้า
กางเกงที่ตุงเด่อีกต่างหาก ก็เจ้านี่ไม่ใช่เหรอที่เกือบจะได้มุดเข้าไปในตัวเธออยู่แล้ว

“โอเคครับ เราเข้าใจกันได้ก็ดีแล้ว เดี๋ยวรอให้ไม่มีคนก่อนนะ พี่จะรีบออกไป ว่าแต่ทำไมคนเข้าห้องน้ำเยอะจัง
ได้ยินเสียงคุยตลอดเลย”

บอยบ่นอุบอิบเหมือนจะอยากออกไปภายนอกเร็ว ๆ แต่ความจริงแล้วกลับรู้สึกอยากอยู่ในห้องน้ำกับนางฟ้าตัวน้อย
คนนี้ให้ยาวนานกว่านี้ด้วยซ้ำ และยิ่งมองเด็กสาวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชวนให้รู้สึกละเมอลุ่มหลงอย่างบอกไม่ถูก แถม
เมื่ออีกฝ่ายหน้าแดงระเรื่อแอบมองเป้ากางเกงของเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกคึกจนเป้ากางเกงตุงเด่ขึ้นมากเท่านั้น
ยิ่งบอยเป็นคนไม่ชอบใส่กางเกงในด้วยแล้ว กางเกงบ๊อกเซอร์ที่สวมใส่อยู่ก็ยิ่งทำให้ไอ้เจ้านั่นมันเด้งขึ้นมาเป็นลำจน
เด็กสาวเห็นได้ชัดเลยว่ารูปร่างของชายหนุ่มเป็นเช่นไร

แม้ว่าชายหนุ่ม และเด็กสาวจะรู้สึกเหมือนมีผู้คนอยู่ภายนอกตลอดเวลา แต่ความจริงแล้วทั้งบอยและเมย์ ไม่มีทาง
รู้ได้เลยว่าที่ด้านนอกนั้นเป็นสังเวียนกามของเอกและแพรอยู่อย่างสะเทือนเลือนลั่น หากเพียงแต่ที่พวกเขาไม่ได้ยิน
เสียงเหล่านั้น แต่ได้ยินเป็นเสียงพูดคุยเหมือนมีคนอยู่แทน ก็เพราะว่าโดนรักยมร่ายคาถาบังตาเอาไว้นั่นเอง

“เอ ว่าแต่ทำไมคนสวยน่ารักอย่างน้องเมย์ถึงกับต้องมาช่วยตัวเองในห้องน้ำด้วยล่ะ ให้แฟนช่วยทำไม่ดีกว่าเหรอ”

บอย ผู้มีนิสัยเปิดเผยพูดขวานผ่าซากถามดื้อ ๆ จนเมย์เขินหน้าแดงไม่รู้จะพูดตอบออกไปยังไง

“... เมย์คงสวยไม่พอมั้งคะ ... พี่เค้ามีผู้หญิงหลายคน ... แล้วเมย์ก็สวยน่ารักสู้ผู้หญิงของพี่เค้าไม่ได้”

เมย์ อ้ำอึ้งในคราแรกตั้งใจที่จะไม่ตอบ แต่เด็กสาวก็คล้ายได้เจอกับที่ปรึกษาที่พูดคุยได้คนแรกเพราะเธอเชื่อว่าคง
ไม่ได้เจอกันอีก และต่อให้พูดเรื่องที่คับแค้นใจอะไรออกไปก็คงไม่เป็นอะไร

“หา !! น้องเมย์เนี่ยนะสวยสู้ไม่ได้ เท่าที่พี่เคยเจอมาเมย์นี่แหละสวยที่สุดแล้ว แถมยังหุ่นดีบึ้บบั้บน่าเอาอันดับหนึ่งเลย
นมก็โคตรใหญ่ ผิวก็โคตรเนียน ตูดเป็นตูด นมเป็นนม หน้าก็สวยยังกะนางฟ้าแน่ะ ยิ่งใส่ชุดนักเรียนนะสุดยอดเลยยังกะ
นางเอกหนังเอวี ผู้ชายคนไหนมันไม่อยากอึ๊บน้องเมย์ มันไม่ใช่ผู้ชายแน่นอน นี่พี่ยังเสียดายเลยที่ไม่ได้เอาน้องเมย์... อุ๊บ ”

บอย ลืมตัวร่ายยาวไปโดยไม่คิด ก่อนจะรีบหยุดพูดเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหวอ แล้วด่านิสัยพูดตรง ๆ ของตัวเองในใจ
แต่ยังดีที่เด็กสาวเหมือนจะไม่ใส่ใจอะไร แถมยังพูดขอบคุณในคำชมกลับมาอีก แต่มาถึงตอนนี้บอยก็เพิ่งนึกได้ว่าถ้าจะ
มีใครสักคนที่สวยน่ารักน่าเอามากกว่าน้องเมย์คนนี้ล่ะก็ คงจะไม่แคล้วแม่นางฟ้าเดินดินสุดสวยที่เขาเคยพบเจอที่โรง
แรมม่านรูดแน่ ๆ แต่เรื่องนี้เก็บเอาไว้ไม่พูดเสียจะดีกว่า

“ขอบคุณค่ะ …”

“โอเค เรื่องความสวยน่ารัก ไม่ต้องห่วง แล้วเรื่องอื่นล่ะ ทำไมแฟนของน้องเมย์ถึงไม่ทำให้น้องเมย์”

“... เอ่อ ... ก็ ... คงเพราะว่า ... เพราะว่า ... เมย์ กับพี่เค้า ... เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ มั้งคะ พี่เค้าก็เลยไม่ทำให้ ...”

เมย์อ้ำอึ้งไม่กล้าพูด แต่สุดท้ายด้วยอยากระบายปัญหาคาใจ เธอก็ก้มหน้าก้มตาเล่าเรื่องราวออกไป

“เป็นพี่น้องกันแล้วยังไงล่ะ ... เดี๋ยวนะ แล้วเคยมีอะไรกันหรือยัง หรือยังไม่เคยเอากันเลย”

“ก็ ... อืม ... เคยแล้วค่ะ”

“อย่างงี้ก็เลวแล้ว ถ้ายังไม่เคยเอากัน แล้วไม่อยากทำพี่น้องก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มาปล้ำน้องสาว แล้วมาทิ้งขว้างแบบ
นี้ไม่ใช่ลูกผู้ชายนี่หว่า”

บอย พูดอย่างขุ่นเคือง ซึ่งทั้งนี้ก็เพราะหงุดหงิดที่ตัวเองอยากจะมีอะไรกับเด็กสาวคนนี้แทบแย่ แต่ว่าไอ้เจ้าผู้ชาย
คนนั้นกลับไม่ยอมทำทั้ง ๆ ที่เด็กสาวปันใจให้แท้ ๆ

“พี่เค้าไม่ได้ปล้ำเมย์นะคะ .... คือ ... เมย์เป็นฝ่ายเข้าหาพี่เค้าเอง ... เมย์ไม่อยากเป็นน้องสาว เมย์อยากเป็นแฟน
เมย์อยากโดนพี่เขากอด อยากโดนจูบ อยากนอนกอดไว้ทั้งวัน... เมย์รักพี่เค้า แล้วก็อยากให้พี่เค้ารักเมย์ อยากให้พี่
เค้ามองเมย์คนเดียว... ”

เมย์ ที่เผลอระบายความรู้สึกพรั่งพรูออกมาจนหมด ถึงกับหน้าแดงร้อนฉ่าไปทั้งหน้า

“... อืม ... ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วล่ะ ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน ... ว่าแต่ ... อยากฟังตรง ๆ มั้ยล่ะ”

“อยากค่ะ เมย์อยากรู้ พี่บอยบอกเมย์นะ”

“นี่เป็นมุมมองผู้ชายล้วน ๆ นะ ... พี่บอยคิดว่า น้องเมย์กำลังใช้ความคาดหวังบีบพี่ชายของเมย์มากเกินไป”

“บีบ ? ยังไงคะ”

“ผู้ชายก็เหมือนแมวน่ะแหละ ถ้าเราพยายามจับให้มันเดินหน้า มันก็จะเดินถอยหลัง ถ้าเราจับให้เดินถอยหลัง
มันก็จะขืนตัวเดินไปข้างหน้า ถ้าเราขังมันไว้สักสองสามวัน แล้วมันหนีออกไปได้ มันก็จะไม่กลับมาหาเราอีก
เข้าใจมั้ย”

“… ค่ะ ... แล้วถ้าเมย์อยากจะทำให้แมวรักเมย์ เอ่อ ให้พี่เค้ารักเมย์ ต้องทำยังไงคะ”

“ก็ไม่ยาก เลี้ยงแมวก็ต้องเลี้ยงด้วยอิสระ มอบอิสระให้ พอกลับมาก็มีอาหารให้ กอดกับมัน เล่นกันมัน เกาคาง
ทำแบบนี้ต่อให้มันเที่ยวเล่นเถลไถลไปที่ไหน สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังซบอกอุ่น ๆ ของน้องเมย์เอง”

“… ละ แล้ว ถ้าเป็นพี่ชายของเมย์ เมย์จะให้อาหาร หรือเล่นยังไงล่ะคะ เมย์ไม่เข้าใจ”

“เป็นแค่คำเปรียบเทียบน่ะ หมายถึงให้ทำสิ่งที่เขาชอบ เท่าที่ฟังเห็นบอกว่าพี่ชายมีแฟนหลายคน เมย์ก็ต้องทำ
แบบเดียวกับที่สาว ๆ พวกนั้นทำซิ ถ้าพี่เขาไม่ยอมเป็นฝ่ายเริ่ม เมย์ก็เป็นฝ่ายรุก สวยน่ารักน่าเอาอย่างน้องเมย์
ยังไงก็ไม่มีใครทนไหวหรอกเอ้า”

“… งั้นเดี๋ยวเมย์จะนั่งรถไปทะเล พี่บอยมีคำแนะนำอะไรให้เมย์ทำมั้ยคะ อะไรก็ได้ที่ผู้ชายอยากให้แฟนทำให้”

“… อืม คิดก่อนนะ ... สมมติว่าถ้าเมย์เป็นแฟนกับพี่นะ ... อืม ... พี่จะสั่งให้ให้เมย์ถอดเสื้อผ้าให้หมดแล้วดูด
ให้พี่ตอนขับรถ ... พอดูดได้ที่นะก็จับมานั่งคร่อมแล้วก็ให้เมย์โยก ... อูย ... ขับรถไปเอากันไป ... อูยย ... เสียว
สุดยอด ... แล้วพอไปถึงทะเลนะ พี่บอยจะบังคับให้เมย์ใส่ชุดว่ายน้ำฟิต ๆ เล็ก ๆ ยั่วคนอื่นซะเลย ... แล้วพอลง
ไปเล่นน้ำทะเลกัน พี่จะล้วงให้เมย์ระทวย แล้วจัดการสอยในทะเล ... เสร็จแล้วก็มาต่อในห้องอาบน้ำช่วยล้างเนื้อ
ล้างตัวไป ผลัดกันคร่อมผลัดกันโยกแล้วค่อยมาจบบนเตียงนอนนุ่ม ๆ ... อูยยย แค่คิดก็เสียวแล้ว พอกลางคืนนะ
ก็ไปต่อกันที่ผับ พี่จะมอมให้เมย์เมาปลิ้น แล้วเปลื้องผ้าเอากันที่ชายหาดยันเช้า .... แบบนี้แหละสุดยอด ... เอ๊ะ
... ชะอุ๋ย คือพี่แค่สมมติน่ะ อย่าคิดมากนะ แหะ แหะ”

เมย์ ฟังบอยพูดจนหน้าแดงอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้พูดอะไรตรงไปตรงมาเสียเหลือเกิน แถมยังไม่แอบปิดบังซะด้วยเพราะ
พูดไปเป้ากางเกงก็ค่อย ๆ ดันตัวขึ้นมาพร้อม ๆ กันไปด้วย แต่พอแอบนึกตามไปว่าจะได้ทำอะไรแบบนั้นกับพี่เอกสุด
ที่รักของเธอ เมย์ก็เลยถึงกับแอบวาดฝันเคลิ้มตามจนร้อนวูบวาบไปด้วย

“อืม สรุปนะ ในมุมมองผู้ชายแล้ว พวกเราชอบให้ผู้หญิงเอาใจ แต่อย่าบีบความเป็นอิสระมากเกินไป ลองทำดูซิรับรอง
แฟนของเมย์หลงไม่ยอมไปไหนแน่ … โอ๊ะ เสียงข้างนอกเงียบไปแล้ว พี่บอยไปก่อนนะจ๊ะน้องเมย์สุดสวย ... แว้บ”

บอยพูดจบก็เปิดประตูห้องน้ำ หันมองซ้ายมองขวาแล้ววิ่งแว้บหายไปไวเสียยิ่งกว่าแมลงสาปเสียอีก ทิ้งให้เมย์เด็ก
สาวตัวน้อยได้แต่ดื่มด่ำไปกับจินตนาการแสนหวานกับพี่เอกสุดที่รักจนร้อนฉ่าไปทั้งตัว ซึ่งเธอก็ได้ตั้งใจแน่วแน่ไว้
แล้วว่า เธอจะทำให้การเที่ยวทะเลครั้งนี้เป็นฮันนี่มูนอันแสนหวานระหว่างเธอกับพี่เอกของเธอให้ได้

..........................................................................................

“อือออ ... อืมมมม ... “

แพร ค่อย ๆ กระพริบเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นอย่างช้า ๆ ขณะส่งเสียงครางอืมอย่างพออกพอใจในลำคอ สาวสวยแอ่น
เอียงคอและหน้าอกขึ้นน้อย ๆ เมื่อกำลังโดนอีกฝ่ายซุกไซร้ไปที่ซอกคอ พร้อมกับบีบขยำลูบไล้ไปทั่วสองเต้าของเธอด้วย
ลีลานิ้วมืออันพลิกพริ้ว ความรู้สึกเสียววูบที่ยอดปลายถันทำให้สาวสวยเอื้อมมือคว้ากอดรัดศรีษะที่กำลังซุกอยู่ตรงร่อง
นมของเธอเอาไว้จนแน่น เธอปรือตาก้มหน้าลงมองเส้นผมบนศรีษะของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ ก่อนค่อย ๆ ใช้
ฝ่ามือลูบสัมผัสไปตามลำคอและแผ่นหลังที่แข็งแกร่งกำยำน้อยกว่า และมีเสน่ห์น่าดึงดูดให้สัมผัสน้อยกว่าร่างที่เธอ
เคยสัมผัสมาอย่างระแวดระวัง

สาวสวยหันมองไปรอบด้านด้วยความงุนงงและแปลกใจ ก่อนพบว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนเบาะหน้าในรถที่จอดอยู่ในปั๊ม
น้ำมัน เธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ด้านนอกกำลังยืนมองดูเธออยู่ และเมื่อเธอมองกลับไปชายคนนั้นก็ส่งยิ้มให้แล้วทำหน้า
ตาไม่รู้ไม่ชี้ก่อนหันไปมองทางอื่น ซึ่งแพรก็ไม่ได้สนใจชายคนนั้นมากนัก เธอเพียงกำลังรู้สึกงุนงงอย่างหนักหน่วงว่ามัน
เกิดอะไรขึ้นกับเธอ เพราะที่เธอจำได้ล่าสุดนั้นคือเธอกำลังอยู่ในห้องน้ำ และกำลังระเริงรักแบบสุด ๆ อยู่กับเจ้าสิ่งนั้น
ที่เธอมองไม่เห็นไปหลายต่อหลายรอบ แต่ตอนนี้เธอกลับมานั่งอยู่ในรถโดยมีใครบางคนกำลังซุกอยู่กับร่องนมของเธอ
อยู่ ?

“อืมมม แพรจ๋า แต่งตัวแบบนี้เซ็กส์ซี่ดีจัง ขอเอาบนรถเลยนะ บอยอยากจะแย่อยู่แล้ว”

“บอยเหรอ ? … อูยย เดี๋ยว เดี๋ยว อย่าบีบนม ... ยะ หยุดก่อน เอามือออกไป หยุด หยุด หยุด เดี๋ยวนี้นะ”

น้ำเสียงหื่นของบอยช่วยเรียกสติของแพรให้กลับคืนมา เธอจึงส่งเสียงร้องห้ามพร้อมกับออกแรงผลักไสศรีษะของ
บอยให้ออกไปจากร่างของเธอ ซึ่งบอยก็ขยับตัวถอยห่างจากร่างของแพรด้วยสีหน้าอันงุนงง

“… แพรมาที่นี่ได้ยังไง นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมเสื้อผ้าแพรหลุดแบบนี้”

แพร หอบหายใจฟืดฟาดจนทรวงอกอวบเด้งสะท้านไหว เธอมองซ้ายมองขวาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกขณะเร่งรีบจัดเสื้อ
ผ้าที่หลุดลุ่ยขึ้นมาปิดบังสองเต้าที่มีเพียงยกทรงสีแดงสดปิดบังเอาไว้

“... อะไร แพรไม่สบายป่ะเนี่ย เอ๊ะ … หรือว่า อย่าบอกว่าว่าแพรแอบเล่นยาแบบนางแบบคนอื่น อย่าเชียวนะ”

“เล่นยง เล่นยาอะไรเล่า ไม่ได้เล่น ก็เมื่อกี้แพรยังอยู่ในห้องน้ำอยู่เลย แล้วอยู่ดี ๆ แพรมาอยู่บนรถได้ยังไง”

“หือ หรือไม่สบาย ... ไหน ... เอ ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา ... หรือว่าเมนส์มา ?”

บอยทำหน้างง ๆ แต่ก็เอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากเหมือนจะวัดไข้ให้แพร แต่พอแตะซักพักก็เริ่มลูบมือมาที่แก้ม ไล้ไปที่คอ
แล้วทำเนียนล้วงมือวูบผ่านคอเสื้อไปจับหน้าอกของแพร

“ไอ้บอย ไอ้บ้า ที่ไหนเขาสอนให้จับนมวัดไข้กันเล่า แล้วชั้นก็ไม่ได้เป็นเมนส์ด้วย เข้าใจมั้ย เข้าใจมั้ย นี่ นี่”

แพร หยิกมือของบอยอย่างแรงจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง จากนั้นก็ส่งเสียงโวยวาย พร้อมกับทุบตีไปที่แขนของบอยไม่ยั้ง

“โอ๊ย ๆ พอแล้ว พอแล้ว อย่าหยิก เจ็บ โอ๊ย แค่แกล้งเล่น ๆ หรอก แต่ยังแข็งแรงดีแบบนี้ไม่น่าจะเป็นอะไรมั้ง โอ๊ย ๆ ๆ”

“รีบบอกมาเลยนะ ว่าแพรมาอยู่บนรถได้ยังไง ไม่งั้นแม่จะหยิกให้เนื้อขาดเลยคอยดู”

“โอ๊ย ๆ เจ็บ ๆ ก็จะให้บอกยังไงเล่า ก็ตอนบอยมาที่รถ ก็เห็นแพรนอนเปิดแอร์อยู่ในรถอยู่แล้ว แถมยังนอนท่าเซ็กส์ซี่
เสื้อหลุดกระโปรงเปิดอีก บอยก็เลยนึกว่าแพรอยากจะโดนเล่นบนรถน่ะซิ โอ๊ย ๆ พอแล้ว ๆ ปล่อย ๆ เนื้อเขียวหมดแล้ว”

แพร ขมวดคิ้วมองหน้าของบอยเพื่อจะจับโกหก แต่ดูไปแล้วเพื่อนคู่ขาตั้งแต่สมัยเด็กคนนี้ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกหกแต่
อย่างไร เธอจึงปล่อยมือจากแขนของอีกฝ่าย แล้วเอนตัวลงนอนบนเบาะด้วยท่าทีครุ่นคิด ดวงตาสวยคมหันมองไปทาง
ห้องน้ำหญิงที่อยู่ไม่ไกลนักพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว และมองหาเผื่อว่าจะมองเห็นร่องรอยของไอ้เจ้าสิ่งนั้นที่เธอ
มองไม่เห็นบ้าง แต่เธอก็เห็นเพียงเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเพียงเท่านั้น แพรจึงเริ่มรู้สึกมึน
งงแอบสงสัยว่าตัวเองฝันกลางวันไปหรืออย่างไร

แต่กระนั้นฝันกลางวันก็คงไม่มีทางทำให้เธอรู้สึกปวดระบมไปทั้งตัวได้ขนาดนี้หรอก โดยเฉพาะสองขาของเธอนั้นตอน
นี้แทบจะหุบเข้าหากันไม่ได้เลย และนี่ก็คือหลักฐานยืนยันว่าเธอได้ระเริงรักจนน้ำแตกไปหลายต่อหลายรอบในห้องน้ำ
จริง ๆ แต่ที่เธอไม่เข้าใจก็คือ เหตใด เธอจึงมาอยู่บนรถได้ และที่สำคัญ ไอ้ความรู้สึกโหวงเหวงตรงรูก้นนี่เล่า มันเหมือน
กับว่ามีใครได้เอากับเธอผ่านทางประตูหลังไปแล้ว แต่เธอกลับนึกภาพเหตการณ์เหล่านั้นไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

แพร นึกเอะใจอะไรบางอย่าง ก็เลยรีบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดู ก่อนจะพบว่ามีข้อความที่เธอไม่ได้อ่านสาม
ข้อความด้วยกัน และทั้งสองข้อความส่งมาจากคุณเอกสุดหล่อคนนั้น

8:31 - ‘จะให้ไปหาจริงหรือเปล่า อยู่ห้องน้ำห้องไหนนะ’

8:46 - ‘เอาแต่ส่งรูปกับคลิปมา แต่ไม่ยอมตอบ คิดจะแกล้งยั่วกันไปถึงไหน’

8:58 - ‘ไม่ยอมตอบมาซักที งั้นไว้เจอกันโอกาสหน้านะครับ’

แพรพยายามคิดปะติดปะต่อเรื่องราวอีกครั้ง นี่เป็นหลักฐานว่าคุณเอกคิดจะมาหาเธอในห้องน้ำ แต่เธอกำลังโดนเจ้า
สิ่งนั้นปลุกปล้ำอยู่ก็เลยไม่ได้ส่งข้อความตอบ คุณเอก ก็เลยไม่ได้ไปหาเธอในห้องน้ำ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอรู้เรื่องมากขึ้นมา
อีกนิดหน่อย แต่ก็ยังงงไม่หายอยู่ดี ว่าเธอมาอยู่บนรถได้อย่างไร

แต่แล้วแพรก็เริ่มฉุกคิดว่ารูปกับคลิปอะไรที่คุณเอกพูดถึง และเมื่อเธอลองเปิดย้อนกลับไปดูข้อความที่เธอส่งหา
คุณเอก เธอก็ถึงกับต้องมองตาค้างอ้าปากเหวอ เพราะข้อความที่เธอส่งหาคุณเอกนั้นมีภาพเปลือยของเธอหลาย
สิบรูป อีกทั้งยังมีคลิปเห็นร่างท่อนบนอันเปลือยเปล่าของเธอกำลังส่งเสียงร้องครวญครางแล้วเด้งไปเด้งมาจนนม
กระเพื่อมเหมือนว่ากำลังโดนกระเด้าอยู่ที่ด้านล่างให้เห็นแบบชัด ๆ ทั้งหน้า ทั้งนม ทั้งเสียงอีกต่างหาก

แพร ทั้งรู้สึกอายจนหน้าแดงแปร๊ด และรู้สึกงุนงงอย่างที่สุดว่าใครเป็นผู้ถ่ายรูปและคลิปเหล่านี้แล้วส่งไปให้กับคุณเอก
ซึ่งหากดูจากมุมกล้องแล้วเธอไม่ได้เป็นคนถ่ายเอกอย่างแน่นอน หรือแม้แต่ไอ้เจ้าสิ่งที่เหมือนมนุษย์ล่องหนตัวนั้นก็ไม่น่า
จะใช่คนถ่าย เพราะว่าคลิปนั้นถ่ายแบบวนไปมารอบตัวเธอ เดี๋ยวด้านหน้า เดี๋ยวด้านข้าง บ้างก็ซูมเข้า บ้างก็ซูมออก แต่
ทั้งนี้ทั้งนั้นกลับไม่มีรูปไหนเลยที่สามารถถ่ายติดเจ้าสิ่งนั้นที่กระเด้าเธอไม่หยุดออกมาได้

แพร ยิ่งคิดก็ยิ่งงงหนักขึ้นกว่าเดิม แต่ท่ามกลางความสงสัยนั้นแพรกลับเพิ่งระลึกได้ว่า หากชุดภาพลับเฉพาะที่ส่งไป
หาคุณเอกเกิดหลุดไปถึงบุคคลที่สาม หรือหากโชคร้ายหลุดไปถึงสื่อบันเทิง ชื่อเสียงในฐานะนางแบบดาวรุ่งของเธอก็
คงจะป่นปี้ยับเยินหมดราคาอย่างแน่นอน สาวสวยจึงรีบครุ่นคิดสรรหาคำพูดที่เหมาะสม แล้วรีบกดพิมพ์ข้อความส่ง
ไปหาเอกในทันที

‘คุณเอกขา แพร ขอโทษที่ไม่ได้ตอบค่ะ มีเหตฉุกละหุกนิดหน่อย เอาไว้ให้แพรไปหาคุณเอกนะคะวันไหนก็ได้ค่ะ
... ส่วนเรื่องรูปเล็ก ๆ น้อย ๆ ของแพร แพรขอให้เก็บเป็นความลับของเราสองคนนะคะ แล้วจะมีให้ดูอีกค่ะ’

นางแบบสาวสวยมองข้อความของตนอย่างพอใจ ข้อความนี้ไม่น่าจะสะกิตใจให้อีกฝ่ายอยากเอาไปให้บุคคลที่สาม
และก็ไม่น่าจะทำให้ชายหนุ่มเกิดความคิดอยากเอารูปมาแบล็คเมล์เธอ อีกทั้งยังแฝงความหมายยั่วเย้าว่าเธอตั้งใจ
มอบให้เขาเป็นพิเศษและอาจจะมีมากกว่านี้อีกต่างหาก ถึงแม้ความจริงแล้วเธอจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งออกไปก็ตาม
และเมื่อได้รับข้อความตอบกลับก็ทำให้แพรรู้สึกใจชื้นขึ้นมาไม่น้อย

‘ไม่เป็นไรครับ ผมรับรองว่ารูปจะไม่หลุดไปที่คนอื่นแน่ ๆ แต่เจอกันวันหลังจะทำให้แพรครางเสียงดังกว่าในคลิป
ให้ได้เลยคอยดูนะ’

นางแบบสาวอ่านข้อความไปก็รู้สึกร้อน ๆ รุม ๆ ไปทั้งตัว เสียวแค่ที่เจอมาในคลิปก็จะตายอยู่แล้ว แล้วถ้าต้องเจอ
หนักกว่านั้นสงสัยจะได้ขาดใจตายจริง ๆ แน่ แต่จะว่าไปขนาดของคุณเอกก็ดูจะใหญ่ไม่แพ้ไอ้เจ้าสิ่งนั้นเลย แถม
ดีไม่ดีลีลาอาจจะเร้าใจกว่าก็เป็นได้ แต่ยังไงก็เถอะเท่าที่เคยผ่านมาไอ้เจ้าสิ่งนั้นนี่แหละที่สุดของที่สุดแล้ว เล่นเอา
เธอเสียวเสียจนตัวเกร็งเสร็จแล้วเสร็จอีกจนนับไม่หวาดไม่ไหว

แพร คิดมาได้ถึงตรงนี้ก็ถึงกับรู้สึกคันยุบยิบไปตามร่องที่กำลังปวดระบมอยู่อีกแล้ว ไม่ว่าเจ้าสิ่งที่ล่องหนได้นั้นจะ
เป็นตัวอะไรเธอก็ยังรู้สึกอยากโดนอะไรที่มันสุดยอดแบบนั้นอีกสักครั้งให้ได้ และเธอก็เพิ่งจะนึกถึงคำพูดที่เจ้าสิ่ง
นั้นทิ้งเอาไว้ก่อนจากกันได้ ที่บอกว่าหากหาผู้หญิงให้เอกได้ครบเจ็ดคน เธอก็จะได้พบเจอกับเจ้าสิ่งนั้นอีก ซึ่งแม้
คำพูดเหล่านี้จะแปลกประหลาดและดูน่าสงสัยจนไม่อยากจะเชื่อ แต่อย่างไรก็ตามแพรก็ได้แอบตัดสินใจแล้ว
ว่าจะลองสรรหาเพื่อนนางแบบไปให้คุณเอกจัดการดูเสียหน่อย ว่าเจ้าสิ่งนั้นจะทำตามสัญญาหรือเปล่า

“เป็นอะไร เดี๋ยวทำหน้าตกใจ เดี๋ยวก็หน้าแดง เดี๋ยวก็ยิ้ม ถามจริง ๆ แอบเล่นยาหรือเปล่าเนี่ย”

บอย ถามพร้อมกับพยายามมองด้วยความสนใจในท่าทีแปลก ๆ ของแพร

“เมายาบ้าอะไรล่ะ ทั้งหมดก็เพราะแกนั่นแหละไอ้บอย ถ้ารีบ ๆ ไปเอาชั้นในห้องน้ำเสียแต่แรก เรื่องแปลก ๆ พวกนี้
มันก็ไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะแกเลยไอ้บอย ไอ้บอยบ้า ไอ้บอยบ้า”

แพร รีบรั้งโทรศัพท์มาใกล้ตัวเพื่อปิดไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสเห็นข้อความในนั้น ก่อนส่งเสียงโวยวายโบ้ยความผิดทั้ง
มวลไปให้กับบอย ซึ่งความจริงแล้วมันก็ใช่ส่วนหนึ่ง เพราะหากบอยไปหาเธอแต่แรก เธอก็คงไม่โดนไอ้เจ้าสิ่งนั้น
ปลุกปล้ำเสียจนระเบิดอารมณ์ออกมาเสียขนาดนี้

“อ้าว เฮ้ย ก็ไม่เห็นข้อความจริง ๆ นี่นา เนี่ยเพิ่งมาเห็นทีหลัง ไม่งั้นจะรีบไปสอยแพรในห้องน้ำแล้ว งั้นขอแก้ตัว
เป็นตอนนี้แทนนะบนรถนี่แหละตื่นเต้นดี”

บอย แก้ต่างพร้อมกับยกมือขึ้นป้องสองกำปั้นเล็ก ๆ ของแพรที่ระดมทุบตีใส่แขนของเขา แต่ทั้งนี้เขาตัดสินใจโกหก
ว่าไม่ได้ไปหาที่ห้องน้ำ เพราะไม่อยากให้โดนสืบค้นเรื่องราวที่ว่าเขาเกือบจะได้ข่มขืนน้องเมย์ นางฟ้าหน้ามัธยมนม
มหาลัยคนนั้น

“ไม่ !!! โทษฐานที่ไม่ยอมไปตามคำเรียก วันนี้ทั้งวัน รวมถึงคืนนี้ด้วย ชั้นจะไม่ให้แกได้แอ้มแม้แต่ปลายเล็บเท้า
แล้วตอนนี้ก็ทำหน้าที่คนขับรถไปเลย เพราะชั้นจะนอน เหนื่อยแล้วก็ง่วงด้วย”

แพร สะบัดหน้า แล้วแลบลิ้นใส่ชายหนุ่ม จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนซุกบนเบาะรถด้วยท่าทางเหมือนคุณหนูไฮโซที่
เพิ่งดุด่าคนขับรถอันต้อยต่ำเสร็จไปหมาด ๆ

“โธ่ เจ้าหญิงแพรคร้าบ ให้ไอ้บอยข้าทาสคนขับรถต่ำต้อยติดดินอย่างกระผมได้แอ้มหน่อยเถอะครับ เกล้ากระผม
ทั้งเงี่ยนทั้งงุ่นง่านทั้งหมกมุ่นอย่างสุดแสนจะทานทนได้แล้วนะขอรับ”

บอย แสร้งหยอกเล่นด้วยการยกมือขึ้นไหว้จรดหัวเหมือนว่าตัวเองเป็นข้าทาส แล้วแพรเป็นเจ้าหญิงก็มิปาน ชาย
หนุ่มไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองกับท่าทีของแพรแม้แต่อย่างใด เพราะเขาเคยชินเสียแล้วกับนิสัยของเพื่อนตั้งแต่สมัยวัย
เด็กคนนี้ เพราะเธอคนนี้เพียงพูดไปอย่างงั้นโดยไม่ได้คิดจริงจังอะไรหรอก และก็เป็นเขาที่พร้อมจะรับมุขเธอเสมอ

“คิก คิก ดีมาก งั้นก็รีบออกราชรถไปได้แล้ว แล้วก็จงเงี่ยนงุ่นง่านต่อไปซะไอ้เจ้าข้าทาสอันแสนจะต่ำต้อย”

แพร แอบยิ้มขำหัวเราะคิกคักให้กับอารมณ์ขันของบอยอีกตามเคย ดั่งเช่นตลอดเวลาที่ผ่านมาเพื่อนคนนี้ทำให้
เธอรู้สึกอารมณ์ดีได้ตลอดเวลา และนั่นก็ทำให้เธอถามตัวเองเป็นรอบที่ร้อยว่าทำไมเธอกับเขาจึงไม่สามารถคบ
หากันเป็นแฟนแบบจริง ๆ จัง ๆ ได้ ทั้ง ๆ ที่เธอลองพยายามแล้ว แต่กลับพบว่าเขาและเธอนั้นมีอะไรบางอย่าง
ขวางกั้นไว้และไม่อาจจะเปลี่ยนสถานะเป็นคู่รักได้

“โธ่ แพรจ๋า ... นะ บอยขอหน่อยนะ ถ้าไม่อยากทำในปั๊ม เดี๋ยวแวะม่านรูดข้างทางก็ได้นะ”

บอย หันมากระพริบตาปริบ ๆ แล้วทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนลูกแมวน้อยอ้อนขอกินนมแม่ ขณะค่อย ๆ เร่ง
เครื่องขับรถยนต์วิ่งออกจากปั๊มน้ำมัน

“ไม่ ไม่ ไม่ !!! ตอนให้เอาดันไม่ยอมเอาเอง ตอนนี้แพรไม่ให้เอาแล้ว แพรจะนอนล่ะ ถ้าอยากมากก็ช่วยตัวเอง
ไปเลย”

แพร แอบยิ้มขำกับท่าทางของบอยอยู่ในใจแต่ไม่ได้แสดงออกมา เห็นหน้านี้ทีไรเธอเป็นต้องใจอ่อนยอมให้ผู้ชาย
คนนี้เสียร่ำไป และครั้งนี้ก็เช่นกันเธอเกือบจะใจอ่อนอีกครั้งเสียแล้ว แต่เมื่อนึกได้ว่าทั้งรูหน้ารูหลังยังระบมไม่หาย
แพรก็เลยตัดใจตอบปฎิเสธไปเสีย แต่กลายเป็นว่าบอยไม่ยอมแพ้ ยังคงอ้อนต่อ แถมยังเอานิ้วมาจิ้มจึ้กใส่สีข้าง
ของเธอเข้าอีก คนบ้าจี้อย่างเธอก็เลยถึงกับสะดุ้งนอนอย่างไม่เป็นสุขไปเลย

“แพรจ๋า ใช้ปากดูดให้ก็ได้นะ ใช้มือก็ได้นะ ทำให้บอยหน่อย นะ นะ”

“คิก คิก ไอ้บอยบ้า อย่ามาจิ้มเอวซิยะ แล้ววันนี้เป็นอะไรเนี่ย อ้อนน่าดู”

“ก็วันนี้เค้าเงี่ยนอ่ะ ทำให้บอยหน่อยน้า”

“คิก คิก ... ยอมให้เอาบุญก็ได้ แต่ได้แค่มือนะยะ นอกจากนี้ ... หมดสิทธิ์ !!!”

สุดท้ายแพรก็หัวเราะร่วนออกมา เธอยอมแพ้ให้กับความพยายามและอารมณ์ขันของบอย ดังนั้นแม้จะรู้สึกเหนื่อย
เพลียอยากนอนสลบเต็มที แต่เธอก็ฝืนความง่วงงุน ล้วงมือวูบเข้าไปจับเจ้าท่อนเอ็นของบอยแล้วดึงจนหลุดผึงออก
มาภายนอกกางเกง จากนั้นก็เริ่มบีบคลึงแล้วรูดถอกยิกยิกจนบอยครางตัวเกร็ง เดาะเอวรับมือของสาวสวย ขณะ
พยายามรักษาสมาธิจับพวงมาลัย และเหยียบคันเร่งควบบึ่งทะยานรถมุ่งหน้าไปสู่บางแสนด้วยใบหน้าอันแสนสุข

..........................................................................................

‘โอย เหนื่อยแทบแย่ กว่าจะนำพากายหยาบของแม่สาวคนนั้นไปขึ้นรถได้ เรี่ยวแรงก็แทบหามีไม่ ทั้งยังปวดระบม
จนแทบมิอาจะหุบขา ก้าวขาเดินได้’

นางตะเคียนบ่นกระปอดกระแปดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แต่กระนั้นใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างสุขสม
อารมณ์หมายอย่างที่สุด

‘คิก คิก อย่างงี้เค้าเรียกว่า เอาไปบ่นไป หรือเปล่านะ ทีเมื่อกี๊ตอนที่สิงร่างคนอื่นเขาก็ลืมแก่ร่อนเสียเอวเขาแทบหลุด
พอมาตอนนี้ก็ทำเป็นบ่นไปได้’

รักยม ที่กำลังบินลอยวนอยู่บนอากาศพอได้ยินเสียงบ่นของนางตะเคียน ก็ละสายตาจากรถของบอยที่เพิ่งจะแล่น
ออกไปจากปั๊ม แล้วหันมาเจรจาพาทีด้วย

‘ฮึ อ้ายเด็กเหลือขอ ลืมก่งลืมแก่กะไรกัน ข้าเพียงทำหน้าที่บริการให้กับเจ้านายอย่างเต็มใจก็เพียงเท่านั้น’

‘คิก คิก บริการพ่อ หรืออยากให้พ่อบริการให้กันแน่ เมื่อกี้ใครบอกกันนะว่าจะคอยเฝ้าดูแลน้องสาวพ่ออย่างใกล้ชิด
แต่เผลอแผลบเดียว หายจ้อยไปดูพ่อเอาแม่สาวนั่นไปพลางน้ำลายไหลย้อยไปพลาง แถมยังเล่นกล้องถ่ายรูปถ่าย
คลิปไม่หยุดเชียว’

‘ก็เจ้ามิใช่รึเจ้าเด็กน้อยปากมากที่บอกข้าว่าพวกเจ้ากำลังเฝ้าดูน้องสาวของเจ้านายอยู่ ข้าก็เลยหันมาดูแลเจ้านาย
อันสุดแสนน่ารักน่าเอ็นดูของข้าแทนน่ะซิ’

‘แหม พูดออกมาตรง ๆ ก็ได้นะจ๊ะป้าตะเคียน ว่าป้าน่ะเงี่ยน ไม่ต้องมาทำเป็นแอ๊บ’

สองเด็กน้อยรักยมพูดแซวนางตะเคียนไปพลางหัวเราะเสียงใสด้วยความชอบใจไปพลาง

‘เอ้า เงี่ยนก็เงี่ยน ข้ายอมรับก็ได้ แล้วจะอย่างไรเล่า’

นางตะเคียนที่มักจะทำหน้าเขียวปั๊ดเวลาโดนหยอกล้อมาก ๆ กลับตอบเสียงเนือย ๆ เหมือนไม่สนใจ แล้วหันไปฮัม
เพลงไทยโบราณด้วยเสียงท่าทีอันแสนสบายใจ ซึ่งทั้งนี้ก็เป็นเพราะเพิ่งจะเสร็จสมอารมณ์หมายในเกมกามกับเอก
ผ่านทางร่างเลือดเนื้อของสาวแพรมาสด ๆ ร้อน ๆ อารมณ์ของนางตะเคียนจึงกำลังอารมณ์ดีจนไม่อยากจะทะเลาะ
เบาะแว้งกับใครให้ขุ่นข้องใจ

‘โห วันนี้ป้าตะเคียนมาแปลกเชียว ปกติต้องปรี๊ดแตกแล้ว สงสัยจะโดนพ่อเอกเล่นจนสมองเพี้ยนไปแล้ว คิก คิก’

‘แต่ข้าว่าเจ้าคงเพี้ยนไปเสียแล้วมากกว่า เหตใดจึงยอมให้น้องสาวเจ้านายโดนผู้อื่นปลุกปล้ำเสียถึงเพียงนั้น เจ้าจง
ชี้แจงแถลงไขมาเสียให้ชัดแจ้ง มิเช่นนั้นข้าจักไปแจ้งเรื่องแก่เจ้านายเสียบัดนี้’

นางตะเคียนไม่สนใจคำค่อนขอดของสองเด็กน้อย แต่กลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่เมื่อนึกได้ว่ายังไม่ได้คำตอบเรื่องนี้

‘อะแฮ่ม พวกหนูก็ทดสอบคนอย่างที่บอกนั่นแหละ หนึ่งนั้นทดสอบดูว่าน้องเมย์จะมีความหนักแน่นคงทนเพียงใด
และสองก็คือทดสอบนิสัยผู้ที่มีชะตาให้มาเป็นเพื่อนของเจ้านาย ว่าจักมีนิสัยคุกคามข่มเหงรังแกผู้หญิงหรือไม่’

‘แล้วผลทดสอบเป็นเช่นไรกันเล่า’

‘ก็น่าพอใจทีเดียว น้องเมย์แม้จะหลงไปกับความใคร่จนปฎิเสธความต้องการไม่ได้ แต่อย่างน้อยจิตใจก็ปฎิเสธจน
ร้องไห้ออกมา ส่วนผู้ชายคนนั้นทั้ง ๆ ที่หื่นแทบแย่ แต่พอเห็นน้ำตาก็หยุดตัวเอง ไม่ฝืนคุกคามข่มเหงย่ำยีรังแกจิต
ใจผู้หญิง ซึ่งส่วนนี้ต้องบอกว่าเหมือนกับพ่อที่หื่นได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเห็นน้ำตาเมื่อไหร่เป็นต้องอ่อนระทวย’

‘อืม น่าสนใจมิใช่น้อย แล้วหากว่าตอนนั้นเจ้าหนุ่มนั่นไม่ยอมหยุดเล่า น้องสาวเจ้านายจะไม่ย่ำแย่เอาหรอกหรือ’

‘เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เพราะพวกหนูเฝ้าดูอยู่แล้ว ถ้านายนั่นไม่ยอมหยุด พวกหนูจะโผล่ออกไปหวดเพ่น
กะบาลให้หัวร้างข้างแตกไปซะเลย’

‘เป็นเช่นนี้เอง ... เอาเถิดครั้งนี้ข้าถือว่าสมเหตสมผล และจักไม่ฟ้องร้องให้เจ้านายทราบ ... พวกเราไปกันได้แล้ว
กระมัง เจ้านายเริ่มขับเครื่องยนต์นั่นออกไปแล้ว’

นางตะเคียนพยักหน้าวูบเหมือนจะเห็นด้วยกับความคิดทดสอบคนแปลก ๆ ของสองเด็กน้อยรักยม และเมื่อ
เห็นว่ารถยนต์ของเอกกำลังเคลื่อนไหววิ่งออกไปจากปั๊มร่างวิญญาณสีเขียวของนางตะเคียนก็ลอยวูบลงไป
นั่งอยู่บนหลังคารถ แล้วก็ตามมาด้วยร่างวิญญาณของสองเด็กน้อยรักยมที่กำลังเล่นวิ่งแข่งกันด้วยสองขา
อันสั้นป้อม แต่กระนั้นร่างวิญญาณสองร่างก็สามารถวิ่งตามหลังรถยนต์ที่กำลังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ได้
โดยไม่ถูกทิ้งห่างออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

..........................................................................................

เอก ละสายตาจากถนนเบื้องหน้าแล้วเหลือบหันมามองน้องเมย์ที่กำลังนั่งหน้าแดงระเรื่ออยู่บนที่นั่งด้านคนขับ
ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ เพราะน้องสาวหุ่นอวบอัดเกินวัยคนนี้ไม่ยอมพูดจาใด ๆ แม้สักคำเดียวตั้งแต่
ขึ้นมานั่งบนรถ อีกทั้งเขายังสังเกตเห็นว่าน้องสาวคนนี้ไม่ได้สวมใส่ยกทรง เพราะส่วนปลายถันบนสองเต้านม
อันอวบกลมกำลังเด้งชูชันดันเสื้อนักเรียนสีขาวออกมาเป็นเม็ดสวยเต่งอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว กระนั้นชาย
หนุ่มก็เพียงคิดว่านี่คงเป็นเจตนาของเด็กสาวที่ต้องการอ่อยเขา โดยไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วทั้งยกทรงและกางเกง
ในตัวน้อยนั้นเปียกชุ่มจนสวมใส่ไม่ได้เพราะตกหล่นลงไปบนพื้นห้องน้ำขณะที่เธอเกือบจะโดนข่มขืน

เมย์ ที่ไม่กล้าสบตากับเอกตรง ๆ แสร้งทำทีเป็นหันหน้าไปมองทางเบาะหลังที่มายด์น้องสาวตัวเล็กกำลังนอนหลับ
พริ้มอยู่เป็นระยะ ซึ่งทุกครั้งที่เธอหันหน้ากลับมาเธอก็จะแอบมองหน้าของเอกแล้วรู้สึกเขินจนหน้าแดงเสียทุกครั้งไป
เมย์ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมตัวเองไม่กล้าสบตากับพี่ชายสุดที่รักของตน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความละอายที่เกือบ
เสียท่าให้กับผู้ชายคนอื่น หรือว่าความรู้สึกเขินที่ตัวเองเอาแต่คิดฝันหวานไปกับเรื่องลามกที่บอยแนะนำเอาไว้กันแน่

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า เพราะในตอนนี้หัวสมองของเด็กสาวเอาแต่พร่ำคิดว่าหากเธอถอด
เสื้อผ้าตัวเองให้หมด แล้วก้มหน้าก้มตาลงไปดูดเลียไอติมให้พี่เอกของเธอขณะที่เขากำลังขับรถอยู่ พี่ชายของเธอ
จะชื่นชอบและมีความสุข หรือว่าเขาจะไม่ชอบและรังเกียจการกระทำของเธอกันแน่ และด้วยเหตผลข้อนี้เองที่ทำ
ให้เมย์ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงดีเพื่อให้พี่ชายของเธอถูกใจ

“เมย์ … พี่ขอโทษนะ”

เอก เอ่ยทำลายความเงียบในรถ และนั่นทำให้เด็กสาวกล้าหันไปมองสบตาผู้เป็นพี่ชายครั้งแรกนับตั้งแต่ขึ้นรถมา

“คะ ? ... พี่เอกขอโทษเมย์เรื่องอะไรคะ?”

“ก็เรื่องที่ไม่ได้ดูแล ไม่ได้เอาอกเอาใจ ไม่ได้มอบความรัก ให้กับเมย์อย่างที่ควรจะเป็นไงล่ะ เมย์จะยกโทษให้พี่มั้ย”

เอก พูดไปก็เอื้อมมือซ้ายไปลูบผมลูบศรีษะของเมย์ด้วยความรักใคร่

เมย์ พูดอะไรไม่ออก เพราะเธอรู้สึกโกรธและไม่พอใจจริง ๆ ในเรื่องนี้ หากกระนั้นเมื่อได้ยินคำพูดขอโทษที่ออกมา
จากปากของเขา ก็ทำเอาเธอถึงกับลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปเสียจนหมดสิ้น ในตอนนี้เธอรู้สึกได้เพียงความอบอุ่น
ที่ถ่ายทอดผ่านมาทางแววตา และมือซ้ายข้างนั้นของผู้เป็นพี่ชายจนรู้สึกเต็มตื้นไปทั้งหัวใจ

“นับจากวันนี้พี่จะขอแก้ตัวใหม่ พี่จะถือว่าเมย์เป็นคนรัก จะไม่ทอดทิ้งให้เหงาอีก แต่เมย์จะยอมมั้ยที่จะอยู่ร่วม
กับผู้หญิงคนอื่นของพี่ เมย์จะยอมเป็นหนึ่งในกลุ่มเดียวกันกับหญิง ฟ้า ฝน ฝ้าย และคนอื่นมั้ย ถ้าเมย์ยอมพี่ก็
สัญญาว่าเราจะเป็นเหมือนคนรักกัน และพี่จะไม่มีวันทอดทิ้งเมย์เด็ดขาด“

เมย์ รับฟังถ้อยคำของเอกด้วยหัวใจที่เต้นตูมตาม แม้ว่าถ้อยคำเหล่านั้นอาจจะดูเห็นแก่ตัวเกินไป ที่ประกาศออก
มาอย่างชัดแจ้งว่าจะให้เธอเป็นเพียงคนรักคนหนึ่งในบรรดาผู้หญิงหลายคนของเขา แต่กระนั้นเด็กสาวที่ทั้งรัก
ทั้งลุ่มหลงในตัวพี่ชายคนนี้จนหัวปักหัวปำกลับรู้สึกเบิกบานหัวใจพองโตที่เธอจะได้เป็นถึงหนึ่งในคนรักของเขา
ไม่ใช่เป็นแค่น้องสาวอย่างเช่นที่ผ่านมา

“เมย์ยอมค่ะ จะยังไงก็ได้ ขอแค่ให้เมย์ได้อยู่กับพี่เอก ขอแค่พี่เอกไม่ทิ้งเมย์ก็พอแล้ว”

เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงอันมั่นใจ เธอยืนยันความตั้งใจอันแน่วแน่นั้นด้วยการกุมฝ่ามือของชายหนุ่มที่วางอยู่บน
หัวลงมาวางแหมะอยู่บนต้นขาอันขาวเนียนของเธอเหมือนต้องการจะสื่อว่าเธอไม่ได้ต้องการสัมผัสความรักแบบ
พี่น้อง แต่เธอต้องการสัมผัสความรักความใคร่เฉกเช่นหนุ่มสาวร้อนรักมากกว่า

เอก ยิ้มรับการกระทำของเด็กสาวแสนสวย มือซ้ายของเขาขยับลูบไล้สัมผัสความนุ่มนิ่มของท่อนขาอันอวบอัด
อย่างเคยชินไปพลาง ขณะที่มือขวาก็แบ่งสมาธิมากุมพวงมาลัยเพื่อบังคับทิศทางของรถไปพลางเพื่อไม่ให้เกิด
อุบัติเหต แต่ดูเหมือนว่าเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังร้อนรักจะยังไม่พอใจกับสัมผัสเพียงแค่นั้น เธอกุมมือของเอกที่
กำลังลูบไล้ท่อนขาลากวูบสูงขึ้นไปด้านบนจนฝ่ามือของเขาแตะสัมผัสเข้ากับโคกสวาทที่กำลังร้อนฉ่าของตน

เอก หยุดนิ่งเล็กน้อยด้วยความงุนงงที่น้องสาวตัวน้อยไม่ได้ใส่กางเกงใน แต่จะด้วยเหตผลอะไรก็ตามมันก็ไม่ได้
สลักสำคัญอะไรนัก สิ่งที่สำคัญกว่าอื่นใดในตอนนี้ก็คือโคกสวาทอันอวบอูมน่าสัมผัสนี้ต่างหาก และเมื่อชายหนุ่ม
ลงมือลูบขยำขยี้โคกสวาทของเด็กสาวจนเธอตัวเกร็ง แก่นกายที่เพิ่งใช้งานอย่างหักโหมกับแพรก็เริ่มพองตัวพร้อม
ทำการทิ่มแทงทะลวงฟันขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

เอก บีบขยี้กลีบกุหลาบของเด็กสาวอย่างเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กับแบ่งสมาธิไปขับรถ ดวงตาของเขามองไปเบื้อง
ขณะหักพวงมาลัยแซงรถที่ขับอย่างเชื่องช้าคันหนึ่ง และเมื่อเขาหันกลับมามองอีกครั้งก็ถึงกับตาลุกวาวเพราะเมย์
นั้นได้ถอดเสื้อนักเรียนออกไปจนร่างอันขาวเปลือยเปล่งปลั่งประกายอันสวยสดงดงามขณะสะท้อนอยู่กับแสงแดด
ยามเช้า ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อได้เห็นสองเต้าที่อวบโตเกินวัยกำลังเด้งสั่นน้อย ๆ ตามแรงสั่นของรถ
อารมณ์หื่นที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้นกำลังระเบิดประทุอยู่ภายในจนท่อนเอ็นแข็งตัวถึงขีดสุด และนั่นทำให้เขา
รู้สึกปวดหนึบเพราะโดนกางเกงในเหนี่ยวรั้งเอาไว้จนอยากจะปลดปล่อยมันออกมาด้านนอก

“วันนี้ให้เมย์ทำให้พี่เอกนะคะ เมย์อยากให้พี่เอกมีความสุข”

เมย์ พูดด้วยน้ำเสียงอันสั่นระริก เพราะทุกสัมผัสที่เอกลูบไล้ไปตามร่องสวาทนั้นทำเอาเธอเสียวแปลบจนขนลุกซู่
อารมณ์ใคร่ที่มาพร้อมกับความรักทำให้เด็กสาวลืมสิ้นซึ่งความอายที่ต้องเปลือยกาย เธอรู้สึกเพียงอยากมอบทุก
สิ่งทุกอย่างเพื่อให้ผู้ชายคนนี้มีความสุข และนั่นก็ผลักดันให้เธอขยับตัวลงไปซุกหน้าอยู่ที่เป้ากางเกงของชายหนุ่ม
เธอล้วงมือเข้าไปในเป้ากางเกงของเขา แล้วคว้าเอาท่อนเอ็นที่กำลังแข็งปั๋งขึ้นมายัดใส่ปากตัวเองอย่างรวดเร็วที่สุด

“อูยยยย น้องเมย์จ๋า อูยยยย”

เอก พิงตัวผ่อนแรงปรือตาเคลิ้มไปกับสัมผัสอันนุ่มนิ่มของโพรงปากและเรียวลิ้นอันนุ่มนิ่มของเด็กสาวแสนสวย
แม้ว่าลีลาจะไม่เร้าใจเท่าน้องหญิงของเขา แต่ก็มากพอที่จะปลุกเร้าอารมณ์กำหนัดของเขาให้ลุกโชนจนขนลุก
ไปทั้งตัว สายตาหื่นกามก้มลงมองภาพศรีษะน้อย ๆ ที่กำลังยกขึ้นยกลงด้วยความสาแก่ใจ อีกทั้งเมื่อเห็นร่าง
เปลือยอันขาวผ่องของเด็กสาวที่อยู่ในท่าคลานสี่ขาเอกก็ยิ่งรู้สึกคึกคักขึ้นอีกอักโข

ฝ่ามืออันมากลีลาจึงขยับไปลูบไล้แผ่นหลังอันขาวเนียน แล้วแวะเวียนไปบีบขยำสองเต้าจนเด็กสาวครางอู
จากนั้นก็ฉกวูบไปเสียบแหย่ลากเข้าลากออกร่องเสียวอันฟิตคับจนเด็กสาวตัวกระตุกสั่นระริก เสียวซ่านจน
น้ำลายไหลย้อยออกมาจากปากและร่องรูจนชุ่มฉ่ำ แต่กระนั้นเด็กสาวก็ยังคงก้มหน้าก้มตาดูดดุนท่อนเอ็น
ด้วยความเอร็ดอร่อยต่อไป และปล่อยให้ผู้เป็นพี่ชายละเล่นอยู่กับเรือนร่างของเธอเท่าที่เขาต้องการ

รถยนต์สุดหรูพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง เอก ย่ำคันเร่งด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจไปกับความ
หฤหรรษ์ที่โดนดูดกลืนแก่นกาย เช่นเดียวกับรถที่พุ่งทะยานด้วยความเร็ว ปลายนิ้วของเอกก็กำลังขยับรูดเข้า
รูดออกแหย่แยงร่องรูของเมย์อย่างเร็วจี๋จนเด็กสาวตัวกระตุกเฮือกไม่หยุด มีหลายครั้งที่ความเสียวเล่นงานจน
เมย์ต้องอ้าปากเหวอ ปล่อยให้ดุ้นเอ็นหลุดออกมาจากปาก หากกระนั้นเด็กสาวก็รีบหยิบคว้ามันกลับเข้ามาดูด
ดุนในปากแทบจะในทันทีที่ควบคุมตัวเองได้

รถยนต์ที่ควบตะบึงดุจม้าป่าเริ่มลดความเร็วลงทีละน้อยจนกลายเป็นเต่าคลานต้วมเตี้ยมเมื่อชายหนุ่มกำลัง
เพ่งสมาธิไปที่การใช้นิ้วมือแหย่แยงเข้าไปในร่องรูของเด็กสาว และเมื่อความเสียวปะทุขึ้นถึงขีดสุด เด็กสาว
ตัวน้อยก็บิดตัวเกร็งร้องครางอู้ออกมาอย่างสุดเสียวทั้ง ๆ ที่ยังคงอมแท่งเนื้อเอาไว้จนเต็มปาก ร่างเปลือยของ
เธอกระตุกสั่นระริกขณะที่น้ำรักใส ๆ ไหลย้อยลงไปเปื้อนเต็มเบาะ

เด็กสาวหอบหายใจฟืดฟาดขณะดื่มด่ำความหฤหรรษ์แห่งสรวงสวรรค์ที่ไปถึงได้ด้วยน้ำมือของพี่ชายสุดที่รัก
ครู่ใหญ่จากนั้นเธอก็ก้มหน้าก้มตาลงไปดูดเลียเจ้าดุ้นเอ็นนั้นอีกครั้งด้วยตั้งใจที่จะทำให้พี่ชายของเธอระเบิด
น้ำกามเข้ามาในปากของเธอให้ได้สักครั้งเป็นอย่างน้อย แต่พี่ชายของเธอก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่งเฉย ๆ เสียเมื่อไหร่
พอเด็กสาวเริ่มเคลื่อนไหว ฝ่ามือมากลีลาก็เคลื่อนไหวตามแทบจะในทันที เด็กสาวจึงต้องต่อสู้อยู่กับความ
เสียวซ่านอันแสนหฤหรรษ์อีกครั้งเมื่อโดนลูบไล้จู่โจมไปทั่วทั้งเนื้อตัว

รถยนต์ราคาแพงเริ่มจะกลายสภาพเป็นม้าป่าที่เริ่มวิ่งควบตะบึงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง เมื่ออารมณ์ของชายหนุ่ม
ผู้กุมบังเหียนกำลังพุ่งกระฉุด เสียงครวญครางอันเปี่ยมสุขของพี่ชายและน้องสาวเริ่มแว่วผสานดังขึ้นเรื่อย ๆ
อีกครั้ง เสียงแห่งเกมกามอันอึกทึกจึงทำให้เด็กสาวอีกคนที่กำลังหลับฝันหวานถึงกับต้องตื่นแง้มตาขึ้นมามอง
ฉากรักอันถึงพริกถึงขิงของพี่ชายและพี่สาวตัวเองด้วยแววตาอันฉ่ำเยิ้ม




มายด์หนีบสองขาของตัวเองเข้าหากันแน่นพร้อมกับค่อย ๆ เลื่อนมือลงไปเขี่ยสะกิดที่โคกสวาทของตนเอง
ขณะที่ดวงตาดำขลับสดใสทั้งสองข้างสะท้อนภาพก้นขาว ๆ ของพี่สาวกำลังโดนนิ้วของพี่ชายแหย่ทะลวง
อย่างเร่าร้อน เด็กสาวร้องครางออกมาอย่างแผ่วเบาจนกลืนหายไปกับเสียงหวีดร้องที่ดังขึ้นของผู้เป็นพี่สาว
และพี่ชาย

เอกหอบหายใจฟืดฟาด พยายามเป็นอย่างยิ่งในการหักพวงมาลัยบังคับรถให้ไปจอดที่ข้างทาง และเมื่อรถ
หยุดนิ่งชายหนุ่มก็กดใบหน้าของเมย์ลงมาจนท่อนเอ็นเบียดอัดเข้าไปเต็มปาก เมย์แทบหายใจหายคอไม่ออก
แต่เธอก็ยังคงพยายามดูดท่อนเอ็นของพี่ชายอย่างสุดฝีมือเพราะเธอสัมผัสได้แล้วว่าพี่ชายของเธอกำลังจะ
ไปถึงสรวงสวรรค์พร้อมกันกับเธอ

มายด์ น้องสาวคนเล็กนอนบิดตัวไปมาบนเบาะที่นั่งด้านหลัง เธอหอบหายใจฟืดฟาดไปกับอารมณ์ใคร่สีดำ
มืดของตนเองขณะเริ่มเร่งแหย่นิ้วเข้าออกร่องรูของตัวเองอย่างรวดเร็วจนมือเป็นระวิง และในห้วงนาทีนั้น
ความหฤหรรษ์ของเธอก็ระเบิดออกจนตัวกระตุกเฮือก ๆ เสียงครวญครางอันแว่วหวานของเด็กสาวตัวน้อย
แว่วดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงหวีดร้องของเมย์ผู้เป็นพี่สาวแบบแทบจะในวินาทีเดียวกัน และพร้อม ๆ กันนั้น
เอกที่ไม่อาจจะทานทนกันความเสียวซ่านของโพรงปากอันนุ่มนิ่มก็กระเดาะเอวยิก ๆ แล้วระเบิดน้ำกามเข้า
ไปจนเต็มปากของเมย์ที่ยังคงออกแรงดูดเลียไม่หยุด

เวลาผ่านไปไม่นานนัก รถยนต์คันเดิมก็ค่อย ๆ ขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวอีกครั้ง ขณะที่เกมกามภายในรถก็ยัง
คงดำเนินต่อไปเช่นเดิมโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดยั้งลง เมย์ยังคงเอร็ดอร่อยอยู่กับท่อนเอ็นของเอก ในขณะที่
เอกก็บีบขยี้เนื้อตัวของเมย์อย่างเมามัน ส่วนมายด์น้องสาวคนเล็กก็แอบช่วยตัวเองอย่างเงียบ ๆ คนเดียว
ต่อไปบนเบาะหลัง รถยนต์คันนี้จึงควบทะยานด้วยความเร็ว สลับกับจอดหยุดนิ่ง ไปตลอดเส้นทางที่มุ่งสู่
ทะเลบางแสน

..........................................................................................

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว